ศบค.มีมติให้ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อคุมสถานการณ์จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีก 1 เดือน

1972

ด่วน! ที่ประชุม ศบค.มีมติให้ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อคุมสถานการณ์จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีก 1 เดือน เป็นรอบที่ 6 นับตั้งแต่มีการประกาศใช้ครั้งแรก เมื่อ 26 มีนาคม 2563

โดยทางด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุขให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. ระบุว่าจะมีการหารือกันถึงการเปิดประเทศ ยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมต่อมาตรการในการเปิดประเทศในระยะต่าง ๆ ขอให้ความมั่นใจว่าหากมีเหตุการณ์การติดเชื้อใดๆก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข มีความพร้อมที่จะควบคุมโรคและการรักษาพยาบาล ดังนั้นเราต้องรีบผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้ความเป็นปกติสุขเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ยืนยันว่าแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ หรือ Special tourist Visa (STV)  ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไร มันคือการเฝ้าระวังและตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาในแต่ละระยะ ซึ่งจะมีการผ่อนคลายไปเรื่อยๆ เหมือนกับการล็อคดาวน์ที่ผ่านมา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงแนวคิดที่จะให้ลดวันกักตัว จาก 14 วันเหลือ 10 วันหรือ 7 นายอนุทิน กล่าวว่า ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ ซึ่งแต่ละประเทศจะไม่เหมือนกัน ประเทศที่ควบคุมการติดเชื้อได้ดี ไม่มีการระบาดในประเทศเป็นระยะเวลาพอสมควร เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นที่สุด เพราะมันจะไปชะลอการทำมาหากิน และการเดินทางเพื่อประกอบธุรกิจต่าง ๆ  หากประเทศที่มีความปลอดภัยมากๆ ก็อาจออกมาในรูปของการตกลงในรูปของบับเบิ้ลทราเวล  หากเป็นประเทศกลางๆ ที่ยังมีการระบาดอยู่บ้าง ก็อาจยังคงในเรื่องของการกักตัวอยู่ มันมีเป็นกลุ่มๆ เป็นคลัสเตอร์ ทั้งนี้ก็จะมีการดำเนินการทุกอย่างด้วยความระมัดระวังเพื่อความมั่นใจ ยืนยันจะทำให้ดีที่สุด แต่ทั้งนี้ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับศบค.จะตัดสินใจ

เมื่อถามว่าในที่ประชุมศบค.จะมีการย้ำถึงโครงการภูเก็ตโมเดลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีภูเก็ตโมเดลและไทยแลนด์โมเดล มันไม่จำเป็น ถ้ามันปลอดภัยก็ต้องปลอดภัยทั้งประเทศ แต่อาจจะเริ่มจากที่ใดที่หนึ่งเป็นการนำร่องไปก่อน เพราะหากบอกว่าเป็นภูเก็ตโมเดล คนภูเก็ตก็จะบอกว่าเอาภูเก็ตเป็นหนูทดลองอีก ซึ่งมันไม่ดี ตอนนี้ดูว่าจะเริ่มจากตรงไหนมากกว่า

เมื่อถามว่าในที่ประชุมศบค.วันนี้จะมีการเสนอให้ต่อพรก.ฉุกเฉินออกไปอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ทราบ เรื่องนี้เป็นความเห็นของคณะกรรมการทุกคน ทั่งนี้การจะต่อพรก.ฉุกเฉินหรือไม่ มีหลายมิติที่ต้องดู กระทรวงสาธารณสุข ไม่มีอำนาจไปสั่งผู้ว่าฯหรือ ตำรวจ ทหาร ได้

ซึ่งบางทีการใช้พรก.ฉุกเฉินมันก็มีประโยชน์ในเรื่องของการฉับพลัน รวดเร็ว เด็ดขาดหากมีเหตุการณ์ต่างๆขึ้น เวลาที่เราเป็นปกติสุข เราอย่าลืมว่าหากมีการปุ๊บปั๊บเข้ามา พอเกิดอะไรขึ้นด่วนๆ มันก็เกิดปัญหาได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง

“สำหรับพรก.ฉุกเฉินนี้ต้องขอย้ำว่าเป็นการประกาศใช้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด ไม่ได้เป็นการประกาศใช้เพื่อไปลิดรอนสิทธิส่วนบุคคลหรือสิทธิการแสดงความเห็นต่างๆทางการเมืองหรือทางประชาธิปไตยใดๆเลย ความจริงไม่ใช่พรก.ฉุกเฉินหรอก ถ้าจะทำใจให้สบายมองว่ามันคือพรก.พิเศษฉบับหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความปลอดภัยให้กับประเทศและประชาชน นี่คือสิ่งที่เป็นเจตนาของพรก.ฉุกเฉิน ที่ถูกใช้มาในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา และไม่เห็นมีการจำกัดสิทธิอะไรเลย”