ดร.นิว ชงรบ.นำดาวเทียมไทยคมลงทุนเอง ชี้ปชช.ได้ประโยชน์!? คาใจ DES – กสทช.ผลประโยชน์มหาศาล แต่แอบทำกันเงียบๆ??

611

ดร.นิว ชงรบ.นำดาวเทียมไทยคมลงทุนเอง ชี้ปชช.ได้ประโยชน์!? คาใจ DES – กสทช.ผลประโยชน์มหาศาล แต่แอบทำกันเงียบๆ??

จากกรณีที่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส กล่าวว่า จากกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเห็นชอบร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) เพื่อเปิดประมูลการอนุญาตให้ใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียม ในวันที่ 24 ก.ค. 64 ล่าสุดได้ส่งหนังสือไปถึง กสทช.ชุดรักษาการ เพื่อขอให้ชะลอการเปิดประมูลออกไป และให้รอ กสทช.ชุดใหม่ที่อยู่ในกระบวนการสรรหา เข้ามาเป็นผู้ดำเนินการ

สำหรับในหนังสือฉบับดังกล่าวได้แจ้งให้ กสทช.ชุดรักษาการในปัจจุบันทราบว่า ขณะนี้กระทรวงดิจิทัลฯอยู่ระหว่างการเสนอคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) พิจารณาให้ความเห็นชอบมอบหมายให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือเอ็นที เป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ หลังสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศสิ้นสุดลง

ดังนั้น หาก กสทช.ดำเนินการประมูลสิทธิการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม อาจส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการทรัพย์สินหลังสิ้นสุดสัญญา โดยเฉพาะสิทธิการเข้าใช้วงโคจรของดาวเทียมไทยคม 4 ที่ยังมีภาระผูกพันที่จะหมดอายุสัญญา ในวันที่ 10 ก.ย. 64 เพราะหากมีกรณีไทยคม 4 เกิดข้อขัดข้อง เสียหาย ก่อนสิ้นอายุสัญญา บริษัทคู่สัญญาต้องรับผิดชอบจัดหาดาวเทียมทดแทนในระยะเวลาตามสัญญา

ต่อมาทางด้านของ ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะ​วิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า

เบรกอย่างเดียวไม่ช่วยอะไร รัฐต้องลงทุนเอง ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณ รมว.ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ที่ช่วยเบรกการประมูลดาวเทียมครั้งนี้ แต่การเบรคไม่ใช่การแก้ปัญหาชาติ
ผมขอเสนอให้ประเทศไทยลงทุนดาวเทียมเอง เพื่อให้กิจการดาวเทียมเป็นของประชาชน ตลอดจนเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างกว้างขวางและเท่าเทียม วงโคจรดาวเทียมเป็นสมบัติของชาติและเป็นต้นน้ำของธุรกิจ ถ้ารัฐลงทุนดาวเทียมเอง ตลอดจนอื่นๆ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำของธุรกิจก็จะเป็นของประชาชน ผลประโยชน์มหาศาลจะตกเป็นของประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ใช่เพียงเศษเงินอย่างที่ผ่านๆมา
นี่แหละคือ “การทำอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน” ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เขียนในรัฐธรรมนูญ ในขณะที่ผลประโยชน์ของชาติและประชาชนตกเป็นของนักธุรกิจและนักการเมืองเพียงหยิบมือ จนเรียกได้ว่าเป็น “นักธุรกิจการเมือง” ที่เขามาฉกฉวยผลประโยชน์ของประชาชนนับตั้งแต่คณะราษฎร 2475 เป็นต้นมา
การทำทรัพย์สมบัติชาติให้ตกเป็นของประชาชน ให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์ต่างๆของชาติมากที่สุด คือ “การกระจายอำนาจอธิปไตย” เป็นการทำให้ประชาชนได้มีส่วนรวมในการเป็นเจ้าของและปกครองประเทศร่วมกันอย่างเท่าเทียม นี่คือแนวทางการปฏิวัติประชาธิปไตยอย่างสันติตามที่ผมได้เสนอมาโดยตลอด และสิ่งนี้สำคัญยิ่งกว่ารัฐธรรมนูญ อำนาจอธิปไตยปวงชนบริบูรณ์ต้องเกิดก่อนรัฐธรรมนูญ แล้วจึงเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมากำกับรักษาอำนาจอธิปไตยปวงชน เมื่อเกิดประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง แล้วจึงเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิทักษ์รักษาอำนาจของประชาชนและสมดุลของการปกครอง ก็จะทำให้การรัฐประหารจะถูกทำลายไปโดยอัตโนมัติ การฉีกรัฐธรรมนูญจะหมดไปโดยปริยาย จะไม่มีการรัฐประหารอีกต่อไป
การแก้ปัญหาการเมืองไทยต้องแก้แบบนี้ ขอสอนลุงตู่หน่อยครับ ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ชี้ทางรอดให้แล้วจะทำหรือไม่ก็ตามใจคุณ ชายชาติทหารอย่างคุณกล้าหรือเปล่าที่จะหักหาญระบอบเผด็จการนายทุนเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน? หรือคุณจะยอมตกเป็นหนังหน้าไฟของนักธุรกิจการเมืองต่อไปแบบลูกแมวเชื่องๆ แล้วปล่อยให้พวกเขาตลบหลังปั่นกระแสโซเชียลบูชายัญ ก่นด่าคุณทุกวันแบบนี้?
ล่าสุด ดร.นิว ก็ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวอีกว่า จะเล่นอะไรก็หัดเกรงใจประชาชนเสียบ้าง

นี่ใกล้จะ 24 ก.ค. ที่จะเปิดประมูลวงโคจรดาวเทียมแล้ว แต่ กระทรวงดีอีเอส กับ กสทช. ยังมาโยนกันราวกับเด็กเล่นขายของ ผลประโยชน์มหาศาล แต่แอบทำกันเงียบๆ แถมยังมาเล่นละครโยนกันไปมา สร้างความสับสนให้กับประชาชนเสียอีก แทนที่จะหันมาช่วยกัน ผลักดันให้รัฐลงทุนเอง เพื่อให้กิจการดาวเทียมเป็นของประชาชน เพราะวงโคจรดาวเทียมเป็นสมบัติของชาติ อีกทั้งยังเป็นต้นน้ำของธุรกิจโทรคมนาคมทั้งหมด
หากประชาชนชาวไทยทั้งประเทศเป็นเจ้าของกิจการดาวเทียมร่วมกัน ประชาชนย่อมมีอำนาจต่อรองทางธุรกิจอย่างมหาศาล ผลประโยชน์สูงสุดย่อมตกเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่เศษเงินอย่างที่ผ่านมา ตลอดจนส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการสื่อสารทั้งหมดของประชาชนมีราคาถูกลง
ในหัวสมองของพวกคุณเคยคิดอะไรแบบนี้ได้บ้างหรือไม่? หรืออะไรๆก็ประมูลๆ แล้วต่อท่อผลประโยชน์มหาศาลให้ตกเป็นของนักธุรกิจการเมืองซึ่งเป็นคนส่วนน้อย แทนที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์สูงสุดอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ผมสงสัยมากๆว่าพวกคุณทำงานเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของชาติและประชาชน หรือ เพื่อผลประโยชน์ของใครกันแน่?
แต่ที่แน่ๆ ปัญหาการประมูลวงโคจรดาวเทียมได้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อำนาจอธิปไตยของปวงชนเป็นจริงแค่ในกระดาษ แต่ผูกขาดโดยนักธุรกิจการเมืองภายใต้ระบอบเผด็จการนายทุน ที่อำนาจอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติตกอยู่ในมือของคนส่วนน้อย ไม่ใช่ประชาชน จึงเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน ที่จะต้องร่วมกันสร้างประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทำทรัพย์สมบัติของชาติให้ตกเป็นของปวงชน เพื่อสะท้อนให้เกิดอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนอย่างแท้จริง
โดยก่อนหน้านี้ ทางด้านของ ดร.นิว ได้ออกมาเปิดประเด็น เกี่ยวกับนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ว่าเคยเป็นอดีตผู้บริหาร GULF ซึ่งมีนาย สารัชถ์ รัตนาวะดี เป็นเจ้าของบริษัท โดยระบุข้อความว่า
มันช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้?
สารัชถ์ รัตนาวะดี เจ้าของบริษัท GULF กำลังจะเข้าซื้อหุ้น INTUCH จำนวนมหาศาล ซึ่งพ่วงทั้งหุ้น ADVANC และ THCOM(ไทยคม) โดยที่ THCOM(ไทยคม) เกี่ยวข้องกับสัมปทานดาวเทียมตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมาโดยตรง และอาจชนะการประมูลวงโคจรดาวเทียมรอบใหม่อีกด้วย
ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตผู้บริหารบริษัท GULF อยู่ๆก็มาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงดีอีเอส ซึ่งเป็นกระทรวงที่กำกับดูแลกิจการดาวเทียมของประเทศ แล้วก็เข้ามาในจังหวะที่มีการเปิดประมูลพอดี จึงต้องถามว่าเข้ามาเพื่ออะไร? สร้างอธิปไตยไซเบอร์แล้วหรือยัง? จัดการข่าวปลอมที่มีอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองได้หรือไม่? พวกล้มเจ้ายังลอยนวลให้ร้ายสถาบันฯ อยู่หรือเปล่า?
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล และลัทธิสามนิ้ว ตลอดจนเครือข่ายล้มเจ้า ยุยงปลุกปั่นสร้างความแตกแยก ปั่นกระแสบิดเบือนให้ร้ายสถาบันฯ ในโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้ความขัดแย้งในโลกโซเชียลกลายเป็นกะลาไซเบอร์ ปิดหูปิดตาประชาชน ทำให้ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญไปไม่ถึงประชาชน ไม่ได้สนใจผลประโยชน์ของชาติและประชาชนแต่อย่างใด
ทั้งหมดนี้คือ “ความบังเอิญ” หรือ “ละครฉากใหญ่” กันแน่? แต่ที่แน่ๆ วันประมูลใบอนุญาตใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียมได้ถูกเคาะแล้ว และกำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ วันที่ 24 ก.ค.นี้ ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศทราบแล้วหรือยัง? นี่คือทางออกที่ให้ผลประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชนแล้วหรือ?