สถาบันสุขภาพสหรัฐยันมะกันป่วยโควิดช่วงคริสต์มาส 2019!?! ก่อนระบาดหวู่ฮั่น จีนเรียกร้องให้สอบสวนแล็ปชีวภาพสหรัฐฯ

402

ผู้เชี่ยวชาญจีนมองว่าการสืบหาต้นตอโควิด-19 ควรมุ่งความสนใจไปที่สหรัฐซึ่งมีการแพร่ระบาดมาก่อนจีน เนื่องจากมีรายงานจากหลายส่วนทั้งในสหรัฐฯและยุโรปถึงความปิดปกติ ที่มีการป่วยติดเชื้อหลายสัปดาห์ก่อนมีการรายงานผู้ป่วยรายแรกอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างสื่อของรัฐบาลจีนระบุว่านักระบาดวิทยาอาวุโสชาวจีนเรียกร้องให้มีการสืบหาต้นตอของโควิด-19 ในสหรัฐ หลังมีการศึกษาพบว่าสหรัฐและฝรั่งเศสอาจมีการแพร่ระบาดของไวรัสก่อนที่จะพบในหวู่อั่น

การศึกษาชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์โดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NIH) ในสัปดาห์นี้ระบุว่าพลเมืองอย่างน้อย 7 คนจาก 5 รัฐในสหรัฐอเมริกาติดเชื้อ SARS-CoV-2 หลายสัปดาห์ก่อนที่สหรัฐจะรายงานผู้ป่วยรายแรกอย่างเป็นทางการ

เช่นเดียวกับรายงานการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งชี้ว่าไวรัสมีการแพร่ระบาดในประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส มานานก่อนที่จะได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

 

เจิ้ง กว่าง หัวหน้านักระบาดวิทยาของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งประเทศจีนกล่าวกับโกลบอล ไทม์สว่าการสืบหาต้นตอโควิด-19 ควรเบนความสนใจไปที่สหรัฐซึ่งตรวจหาเชื้อให้ประชาชนล่าช้าในช่วงแรกของการแพร่ระบาด และยังเป็นที่ตั้งของห้องปฏิบัติการทางชีววิทยาหลายแห่ง

ขณะที่จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนให้ความเห็นว่าจากผลการศึกษาข้างต้นก็ชัดเจนว่าโควิด-19 มีต้นกำเนิดมาจากหลายแหล่ง และประเทศอื่นๆ ควรให้ความร่วมมือในการสืบหาต้นตอกับองค์การอนามัยโลก (WHO) ด้วยเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ยังเคยเรียกร้องให้สหรัฐยินยอมให้มีการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการของสหรัฐด้วย

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนสนับสนุนทฤษฎีว่าโควิด-19 อาจเข้าสู่ประเทศจีนผ่านอาหารแช่แข็งที่ปนเปื้อน แต่นักการเมืองต่างชาติส่วนหนึ่งยังคงเรียกร้องให้สอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ไวรัสอาจรั่วไหลมาจากห้องปฏิบัติการในหวู่ฮั่นของจีน ขณะที่ไม่กล่าวถึงความเป็นไปได้อื่นๆโดยเฉพาะ การที่สหรัฐฯมีความผิดปกติของผู้ป่วยก่อนรายงานเป็นทางการ

อย่างไรก็ตามแม้ผลการศึกษาก่อนหน้าที่จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ว่า SARS-CoV-2 อาจแพร่ระบาดในยุโรปตั้งแต่เดือนกันยายน 2020 แต่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่านั่นไม่ได้หมายความว่าไวรัสไม่ได้มีต้นกำเนิดจากจีน

เนื่องจากก่อนหน้านี้วอลสตรีทเจอร์นัลระบุว่ารายงานข่าวกรองของสหรัฐก่อนหน้านี้ชี้ว่า 3 นักวิจัยจากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการป่วยคล้ายโควิด-19 ในเดือนพฤศจิกายน 2019

อย่างไรก็ตามหยวน จือหมิง ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการหวู่ฮั่นกล่าวกับสื่อของรัฐบาลจีนว่าคำกล่าวอ้างในรายงานข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาเป็น “เรื่องโกหกทั้งสิ้น”

ขณะที่ผลการศึกษาโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ร่วมมือกับจีนในการสืบหาต้นคอโควิด-19 ในอู่ฮั่นที่เผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคมระบุว่าสมมติฐานที่ว่าไวรัสอาจรั่วไหลมาจากห้องปฏิบัติการในอู่ฮั่นนั้นไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง และชี้ว่าเชื้อไวรัสอาจแพร่จากค้างคาวไปยังสัตว์อีกชนิดหนึ่งก่อนที่จะแพร่ระบาดในมนุษย์

ล่าสุดเกี่ยวกับหลักฐานเพิ่มเติมบ่งที่ชี้ว่า COVID-19 อยู่ในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ช่วงคริสต์มาส 2019 เป็นรายงานจากสำนักข่าวเอพี เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2564

การวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดใหม่จากชาวอเมริกัน 24,000 คนที่ถ่ายเมื่อต้นปีที่แล้วเป็นการศึกษาล่าสุดและใหญ่ที่สุดที่บ่งชี้ว่า coronavirus ใหม่ปรากฏขึ้นในสหรัฐอเมริกาในเดือนธันวาคม 2019 สัปดาห์ก่อนที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะรับรู้เคสเป็นครั้งแรก

 

การวิเคราะห์ยังไม่เป็นที่แน่ชัด และผู้เชี่ยวชาญบางคนยังคงสงสัย แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐบาลกลางยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลาที่อาจมีการติดเชื้อ COVID-19 จำนวนเล็กน้อยในสหรัฐอเมริกา ก่อนที่โลกจะรับรู้ถึงไวรัสอันตรายชนิดใหม่ที่กำลังปะทุในจีน 

นาตาลี ธอร์นเบิร์ก (Natalie Thornburg of the Centers for Disease Control and Prevention) ผู้ตรวจสอบหลักของทีมภูมิคุ้มกันวิทยาไวรัสทางเดินหายใจของ CDC จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคกล่าวว่า“การศึกษาค่อนข้างสอดคล้องกัน และอาจมีกรณีที่หายากและกระจัดกระจายอยู่ที่นี่เร็วกว่าที่เราทราบ แต่ยังไม่แพร่หลายและไม่แพร่หลายจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์” 

เธอกล่าวเสริมว่าผลลัพธ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศต่างๆ ในการทำงานร่วมกันและระบุไวรัสที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วและร่วมมือกันมากที่สุด การระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัสได้เกิดขึ้นในหวู่ฮั่น ประเทศจีน เมื่อปลายปี 2019 อย่างเป็นทางการ การติดเชื้อครั้งแรกของสหรัฐฯ ที่ระบุเป็นทางการคือนักเดินทาง ซึ่งเป็นชายชาววอชิงตันที่กลับมาจากหวู่ฮั่นเมื่อวันที่ 15 ม.ค.2562 และขอความช่วยเหลือที่คลินิกเมื่อวันที่ 19 ม.ค.2562

เจ้าหน้าที่ CDC ในขั้นต้นกล่าวว่าจุดประกายที่เริ่มการระบาดของสหรัฐมาถึงในช่วงสามสัปดาห์ตั้งแต่กลางเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่การวิจัยตั้งแต่นั้นมา ซึ่งรวมถึงบางส่วนที่ทำโดย CDC ได้แนะนำว่ามีการติดเชื้อจำนวนเล็กน้อยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ผลการศึกษาที่นำโดย CDC ที่ตีพิมพ์ในเดือนธันวาคม 2020 ซึ่งวิเคราะห์ตัวอย่าง 7,000 ตัวอย่างจากการบริจาคโลหิตของสภากาชาดอเมริกัน ชี้ว่าไวรัสดังกล่าวทำให้ชาวอเมริกันบางคนติดเชื้อเร็วที่สุดในกลางเดือนธันวาคม 2019