ลุงตู่หมดเวลาตีมึนยื้อเวลารถไฟฟ้าสีเขียว!?!BTS วอนแก้ปัญหาค้างหนี้ 30,000 ล้านบาท ขณะสภากทม.หนุนต่อสัมปทานให้เอกชนช่วยรับภาระ

1325

BTS ส่งสารถึงนายกฯ วอนแก้ปัญหาด่วน กทม.ค้างหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว 3 หมื่นล้าน สภา กทม.โยนรัฐบาลตัดสิน โดยBTS ได้เผยแพร่ข้อความผ่านทางสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้า และสถานีรถไฟฟ้า รวม 98 ขบวน 60 สถานี โดยมีข้อความระบุปัญหาและขอร้องให้นายกฯเร่งแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ด้านสภากทม.มองว่าไม่สามารถแบกรับภาระหนี้และเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาโดยให้เอกชนเป็นฝ่ายรับภาระแลกกับการต่อสัมปทานตามหลักการที่ได้รับรองไว้ก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์สนั่น ภาพบนรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งมีการขึ้นเป็นข้อความระบุว่า “ตามที่กรุงเทพมหานคร และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ค้างชำระค่าจ้างเดินรถ กว่า 10,000 ล้านบาท ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้า และเครื่องกลอีก 20,000 ล้านบาท สำหรับการให้บริการเดินรถในส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวของกรุงเทพมหานคร”

และ “บริษัทฯ ได้พยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้สามารถบริการเดินรถให้กับประชาชนได้ แม้จะไม่ได้ชำระค่าจ้าง ทั้งยังจะมีค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต พวกเราขอ…กราบวิงวอน ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้โปรด…แก้ไขปัญหานี้ด้วย”

ทั้งนี้ หนี้ประมาณ 30,000 ล้านบาทนี้  เป็นหนี้ที่มาจากค่าระบบและค่าจ้างเดินรถสายสีเขียว ส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และแบริ่ง-สมุทรปราการ

ด้านกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาชำระค่าจ้างเดินรถและค่าซื้อระบบการเดินรถ (ไฟฟ้าและเครื่องกล) พร้อมติดตั้งของโครงการระบบขนส่งมวลชนหรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยาย 1 และส่วนต่อขยาย 2 โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2564 สำนักงานจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร ได้ทำหนังสือไปถึงบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงถึงความเห็นของการประชุมสภากรุงเทพมหานครที่มีแนวทางและข้อแนะนำในเรื่องการชำระค่าจ้าง

โดยยอมรับว่าที่ผ่านมากรุงเทพมหานคร ทราบถึงภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นตามที่เอกชนได้ทำหนังสือทวงถาม และได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2564 เพื่อพิจารณานำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี งบประมาณ 2564 เพื่อใช้ในการชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย 1 และส่วนต่อขยาย 2

อย่างไรก็ดี ที่ประชุมได้มีความเห็นว่าการจ่ายขาดเงินสะสมที่ชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการดังกล่าว ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์การจ่ายขาดเงินสะสม ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และจะส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินการคลังและเงินสะสมของกรุงเทพมหานคร ทำให้กรุงเทพมหานครมีงบประมาณไม่เพียงพอที่จะนำไปพัฒนาในด้านอื่นๆ จึงมีมติไม่เห็นชอบให้จ่ายขาดเงินสะสมเพื่อนำไปชำระหนี้ดังกล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครได้มีความเห็น โดยเสนอแนวทางและข้อแนะนำในการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยเห็นควรให้นำเรื่องการกำหนดสัดส่วนการลงทุนระหว่างรัฐบาลกับกรุงเทพมหานคร ขึ้นมาพิจารณาเพื่อให้ได้ข้อยุติ อันจะมีผลทำให้แบ่งเบาภาระหนี้ของกรุงเทพมหานครได้ เพื่อให้เป็นไปตามมติของณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ที่เคยให้หลักการไว้

ส่วนกรณีที่รัฐเห็นว่าการแบ่งเบาภาระหนี้ของกรงเทพมหานครสมควรใช้วิธีอื่น โดยให้เอกชนรับภาระและให้ประโยชน์ตอบแทนในรูปของสัมปทานเดินรถ ก็สมควรดำเนินการตามแนวทางคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2562 ลงวันที่ 11 เม.ย.2562 โดยเร็วต่อไป

แต่ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการข้างต้นได้ และกรุงเทพมหานครไม่อาจรับภาระหนี้ที่เกิดขึ้นโดยที่รัฐไม่ได้ให้การสนับสนุนลงทุนร่วมกันได้ตามหลักการที่เคยกำหนดไว้ เห็นควรส่งโครงการดังกล่าวกลับคืนให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กระทรวงคมนาคม ดำเนินการต่อไป

“ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครได้ให้ความเห็นว่าการแก้ไขปัญหาหนี้สินค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงส่วนนี้ ควรดำเนินการตามแนวทางให้เอกชนรับภาระ และให้ประโยชน์ตอบแทนในรูปของสัมปทานเดินรถ ซึ่งเป็นไปตามคำสั่ง คสช. ซึ่งขณะนี้กรุงเทพมหานครได้รายงานไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อทราบและพิจารณาผลการประชุมแล้ว หลังจากนี้จึงถือเป็นขั้นตอนการพิจารณาและนโยบายของกระทรวงฯ”

สำหรับภาระหนี้สินค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น แบ่งออกเป็น ยอดค่าเดินรถค้างชำรระตั้งแต่เดือน เม.ย.2560 ถึงเดือน ก.พ.2564 รวมเป็นหนี้ค้างชำระราว 9.2 พันล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบการเดินรถ มียอดค่าใช้จ่ายตามสัญญา (ไม่รวมดอกเบี้ย) 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจรับผลงานแล้วเป็นจำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท