อียิปต์สั่งอิสราเอล-ฮามาสสงบศึกได้!?!สหรัฐหงอ-ฝรั่งเศสแข็งข้อ-นาโต้ไม่ปลื้ม ไม่อาจลบภาพล้างเผ่าพันธ์ให้ยิวไซออนนิสต์

478

ทั่วโลกต่างโล่งใจ อิสราเอล-ฮามาสตกลงสงบศึกในฉนวนกาซา โดยประกาศ “การหยุดยิงในฉนวนกาซา” ตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยอียิปต์ เพื่อบรรเทาสถานการณ์สู้รบซึ่งยืดเยื้อมา 11 วัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งฝ่ายปาเลสไตน์และอิสราเอลมากกว่า 200 ราย มีผู้บาดเจ็บนับฟัน และอาคารที่พักอาศัย สำนักงานสื่อมวลชนในฝั่งกาซาราบเป็นหน้ากลองหลายแห่ง ส่งผลคนปาเลสไตน์ไร้บ้านกว่า 5 หมื่นคน

 

สำนักข่าวซินหัว รายงานวันนี้  วันที่ 21 พ.ค.2564ว่า อิสราเอลและกลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นผู้ควบคุมฉนวนกาซา ยอมรับข้อตกลงหยุดยิงที่อียิปต์นำเสนอ ตั้งแต่ 02.00 น. ของวันศุกร์ที่ 21 พ.ค.2564 ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อยุติเหตุการณ์นองเลือดนาน 11 วัน แถลงการณ์จากสำนักงานของเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระบุว่า เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 20 พ.ค.2564 คณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงของอิสราเอลหารือนาน 2.5 ชั่วโมง ก่อนจะอนุมัติข้อตกลงหยุดยิงกับกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา “โดยเอกฉันท์” “สถานการณ์จริงในพื้นที่จะเป็นตัวกำหนดว่าอิสราเอลจะดำเนินการทางทหารต่อหรือไม่” แถลงการณ์ระบุ

ด้านฮาเซม กัสเซม โฆษกกลุ่มฮามาส ระบุว่าอิสมาอิล ฮานิเยห์ หัวหน้าคณะกรรมการกลุ่มฮามาส ได้รับแจ้งเวลาพักรบจากอียิปต์

แหล่งข่าวนิรนามจากกลุ่มฮามาสเผยกับสำนักข่าวซินหัวว่าการหยุดยิงเกิดขึ้นหลังจากผู้ไกล่เกลี่ยของอียิปต์แจ้งว่าอิสราเอลยอมรับข้อตกลงหยุดยิงร่วม “คณะผู้ไกล่เกลี่ยรับประกันว่าการรุกรานกาซาจะยุติลง” โอซามา ฮัมดัน ผู้นำกลุ่มฮามาสในเลบานอน เผยกับเว็บไซต์ข่าวสาร อัล เรซาลา (Al resala)

ด้านทาเฮอร์ อัล-นูโน ที่ปรึกษาด้านสื่อมวลชนของฮานิเยห์ในกาซา ระบุว่ากลุ่มฮามาสจะเคารพข้อตกลงหยุดยิง ตราบเท่าที่อิสราเอลปฏิบัติตามข้อตกลงเช่นกัน

ก่อนหน้าวันประกาศหยุดยิง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักข่าวเอ็มอีเอ็นเอ (MENA) ของทางการอียิปต์ รายงานว่าอียิปต์ ผู้นำการไกล่เกลี่ยเพื่อยุติเหตุการณ์นองเลือดระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ และจะส่งคณะผู้แทนด้านความมั่นคงไปยังอิสราเอลและปาเลสไตน์ เพื่อรับรองว่าทั้งสองฝ่ายจะปฏิบัติตามข้อตกลงสงบศึก

ผลจากการสู้รบครั้งนี้ทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 232 ราย และได้รับบาดเจ็บเกือบ 2,000 คน ส่วนในอิสราเอลมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย รวมแรงงานไทยอย่างน้อย 2 คน และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 100 คน นับเป็นความสูญเสียมากที่สุด ตั้งแต่สงครามในฉนวนกาซา เมื่อปี 2557 ซึ่งอิสราเอลสังหารชาวปาเลสไตน์มากกว่า 2,000 ราย และทหารอิสราเอลเสียชีวิต 67 ราย อีกทั้งยังมีพลเรือนอีก 6 คน หนึ่งในนั้นเป็นแรงงานชาวไทย

สำหรับสถานการณ์ล่าสุด สำนักข่าวต่างประเทศพากันรายงานท่าทีของสหรัฐและพันธมิตรเกี่ยวกับปัญหาวิกฤติครั้งนี้ 

ประธานาธิบดีเรเซ็ป ตอยยิป แอร์โดกัน (Recep Tayyip Erdogan)แห่งตุรกีบอกว่า ไบเดนมีเลือดเต็มมือในการสนับสนุนให้อิสราเอลโจมตีกาซ่า ก่อนหน้านี้ เขาบอกว่าอิสราเอลเป็นรัฐก่อการร้าย และไม่มีศีลธรรมคุณธรรมในการกระทำต่องชาวปาเลสไตน์ที่ไม่มีทางสู้ แม้จะเป็นหนึ่งในสมาชิกนาโต้ แต่แอร์โดกันก็คัดค้านขาใหญ่สหรัฐ ในเรื่องการอุ้มชูอิสราเอลแบบไม่ลืมหูลืมจา

ที่ขัดกันหนักในUNSCคือ ฝรั่งเศสเตรียมร่างคำสั่งหยุดยิงแต่ รัฐบาลวอชิงตันประกาศว่า “ไม่สนับสนุน” ถือเป็นครั้งแรกที่สมาชิกนาโต้รายที่ 2 หักหน้าสหรัฐฯ

นายจาง จุน เอกอัครราชทูตจีนประจำยูเอ็น ในฐานะประธานหมุนเวียนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC ) ประจำเดือน พ.ค. กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ได้รับแจ้งจาก นายนิโคลัส เดอ ริเวียร์ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำยูเอ็น ว่า กำลังร่างมติฉบับใหม่ ว่าด้วยการหยุดยิงในฉนวนกาซา ระหว่างอิสราเอล กับกลุ่มฮามาสซึ่งปกครองฉนวนกาซา การมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา และการรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ตามหลักการสองรัฐ ซึ่งแม้ฝรั่งเศสจะพยายามผลักดันให้แก้ปัญหา แต่สหรัฐยังยืนยันเป็นกระต่ายขาเดียวเข้าข้างอิสราเอล เฉยเมยต่อการเสียชีวิตของประชาชนปาเลสไตน์ จนกระทั่งอียิปต์ออกโรง จึงเกิดการประกาศหยุดยิงทันที

ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนท่าทีก็เปลี่ยน ปธน.ไบเดนได้ แถลงที่กรุงวอชิงตัน แสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกคนจากการสู้รบครั้งนี้ และยังคงดีแต่พูดว่ายืนยันว่า รัฐบาลวอชิงตันจะร่วมมืออย่างเต็มที่กับสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อช่วยเหลือแก่ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ปิดล้อม แต่ขัดขวางการตอบสนองต่อปัญหาในการประชุมของUNSC ถึง 3 ครั้งรวด และยังคงเสียงแข็งว่า อิสราเอล “มีความชอบธรรมที่จะป้องกันตัวเอง” และทั้งกล่าวว่าชาวอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์ควรมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความสงบ และความปลอดภัยอย่างเท่าเทียมกัน” จะเป็นความเท่าเทียมได้อย่างไร เมื่ออิสราเอลสามารถใช้กองกำลัง ขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และที่ดินได้โดยพวกเขาไม่มีทางต่อสู้