กรมราชทัณฑ์ เปิดเผยต้นตอแล้ว การแพร่กระจายโควิด ในเรือนจำ

1306

ข้างในเดือดหนักมาก!? กรมราชทัณฑ์ เปิดเผยต้นตอแล้ว การแพร่กระจายโควิด ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ-ทัณฑสถานหญิงกลาง!!

จากกรณีที่ได้มีการนำเสนอว่า ภายในทัณฑสถานหญิงกลาง และเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีผู้ต้องขังกว่า 1,000 คนติดเชื้อโควิดนั้น ไม่ได้มีการปกปิด แต่มีการส่งเรื่องอยู่ตลอดเวลา และพยายามแก้ไข ไม่มีการนิ่งนอนใจ ตามที่หลายๆคนได้กล่าวอ้าง

โดยล่าสุด ในวันที่ 12 พ.ค.64 ทางกรมราชทัณฑ์ ได้แจ้งว่า ที่มีการเปิดเผยว่าผู้ต้องขังในทัณฑสถานหญิงกลาง มีการติดเชื้อโควิด เป็นจำนวนมากนั้น เป็นความจริง ซึ่งได้มีการรายงานไปที่ทางด้านของผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม อยู่ตลอดแล้ว ในเบื้องต้นพบว่ามีผู้ติดเชื้ออยู่ที่ประมาณ 1,000 กว่าราย

ซึ่งทางด้านของกรมราชทัณฑ์ ไม่เคยนิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าว และได้สืบทราบต้นตอการแพร่ระบาดในครั้งนี้แล้ว โดยในเบื้องต้นพบว่า มีผู้ต้องหญิงรายหนึ่งถูกเบิกตัวออกไปนอกเรือนจำ เมื่อกลับเข้ามาในเรือนจำ ก็พบว่า ติดโควิด จากนั้นเชื้อได้มีการแพร่กระจายติดไปจำนวนมาก

ทั้งนี้สำหรับเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ขณะนี้พบกว่า มีผู้ต้องขังจำนวนกว่า 1,000 ราย ได้ติดเชื้อโควิด ซึ่งคาดว่าติดมาจากนักโทษที่ทำให้หน้าที่ เป็นผู้ช่วยผู้คุม ที่ได้ออกไปทำหน้าที่ภายในพื้นที่กักโรคและได้รับเชื้อโควิดที่นั่น เมื่อกลับมาแดนปกติ จึงได้นำเชื้อมาติดผู้ต้องขังในแดนอื่นๆ และเกิดการแพร่กระจายในเวลาต่อมา ในเบื้องต้นทางด้านของกรมราชทัณฑ์ ได้แยกตัวผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ ให้อยู่คนละส่วนกับผู้ต้องขังธรรมดาแล้ว

กรมราชทัณฑ์ แจ้งว่า ปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของโควิด -19 มีการกระจายเป็นวงกว้างในทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงเรือนจำและทัณฑสถานที่ต้องรับตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่ และนำผู้ต้องขังออกศาลอยู่เสมอ จึงอาจมีการหลุดรอดของเชื้อเข้าสู่เรือนจำได้

กรมราชทัณฑ์ได้ตรวจเชิงรุก เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง 100% ซึ่งมีผู้ติดเชื้อโควิด -19 ของเรือนจำ/ทัณฑสถาน ได้แก่

• ทัณฑสถานหญิงกลาง มียอดผู้ติดเชื้อรวม 1,040 ราย
• เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มียอดผู้ติดเชื้อรวม 1,795 ราย

กรมราชทัณฑ์ได้ป้องกันอย่างเต็มที่ด้วยมาตรการเชิงรุก คือ แยกกักตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่อย่างน้อย 21 วัน พร้อมตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 2 ครั้ง ก่อนผู้ต้องขังพ้นระยะแยกกักโรค สำหรับผู้ต้องขังที่ตรวจพบเชื้อจะได้รับการรักษาโดยการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ ทั้งในโรงพยาบาลสนามเรือนจำและโรงพยาบาลแม่ข่ายตามลักษณะอาการป่วยของแต่ละราย


ซึ่งทุกรายอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนาม ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หากในบางรายมีอาการหนักจะได้มีการย้ายออก เพื่อรับการรักษายังโรงพยาบาลภายนอก เชื่อว่ามาตรฐานการดำเนินการของกรมราชทัณฑ์กับกระทรวงสาธารณสุข จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19 ได้ ไม่ขยายตัวไปสู่วงกว้างได้ และขณะนี้มีแดนกักโรคและโรงพยาบาลสนาม โดยมีแพทย์และพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด และการให้ยารักษาและการดูแลทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานของสาธารณสุข รวมทั้งมีการวางแผนเพื่อฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังด้วย อยู่ระหว่างรอการจัดสรรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง


โดยกรมราชทัณฑ์ ยืนยันว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เรือนจำทัณฑสถานทุกแห่งมีมาตรการอย่างเคร่งครัดเพราะมีการควบคุม บับเบิ้ล แอนด์ซีล เช่น กรณีเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ที่มีผู้ต้องขังติดเชื้อก็สามารถดูแลรักษาจนหาย และไม่มียอดผู้ติดเชื้ออยู่ในเรือนจำอีก