ไต้หวันประกาศลั่น?!?พร้อมยิงโดรนจีนบินเหนือเกาะพิพาท กร้าวพร้อมรบจนวันสุดท้าย จะก่อสงครามถามประชาชนยัง??

1005

ทะเลจีนใต้เดือดอีกครั้ง เมื่อคณะบริหารไต้หวันประกาศลั่น พร้อมสู้กับจีนจนวันสุดท้ายหากโดรนจีนบินเหนือเกาะพิพาท ท่าทีแข็งกร้าวมากผิดปกติแสดงถึงความมั่นใจในแผนการแยกอิสระ ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอย่างเต็มที่ หลังลงนามสัญญาร่วมจัดตั้งกองเรือลาดตระเวนกับสหรัฐ ขณะที่รัฐบาลของปธน.ไช่ อิงเหวินแสดงท่าทีต้องการเป็นเอกเทศ ไม่ยอมรับนโยบายจีนเดียว 2 ระบบ จุดยืนเช่นเดียวกับกรณีฮ่องกง แต่แตกต่างกันที่ไต้หวันเป็นระดับคณะบริหาร เป็นรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ที่ครองเสียงข้างมากในสภาฯ การนำไต้หวันเข้าสู่สงครามอย่างไรก็ไม่เกิดผลดีกับประชาชนแม้แต่น้อย แม้จะมีเสียงสนับสนุนให้ไต้หวันเป็นอิสระ แต่ต้องการให้ค่อยเป็นค่อยไปและบางส่วนยังสนับสนุนการรวมชาติด้วย      

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 64 เว็บไซต์เดอะการ์เดียนและไต้หวันนิวส์รายงานว่า นายโจเฟซ หวู่ รมว.กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ประกาศกองทัพไต้หวันพร้อมต่อสู้กับการโจมตีของจีนจนวันสุดท้าย เพื่อปกป้องไต้หวัน ในขณะที่กองทัพจีนได้มีการยกระดับการส่งสัญญาณเตือนการยั่วยุของไต้หวันและสหรัฐเพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลจีนยืนยันมาตลอดว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนและไม่ยอมรับการพยายามเปลี่ยนแปลงสถานะของไต้หวัน ถึงกับประกาศว่า สำหรับไต้หวัน “ประกาศเอกราชคือสงคราม”

ล่าสุดกระทรวงกลาโหมไต้หวัน แถลงว่า กองทัพจีนได้ส่งเครื่องบินรบรุกล้ำเขตป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันอย่างต่อเนื่อง และมีการซ้อมรบทางทะเลใกล้เกาะไต้หวันเพิ่มขึ้น

โดยเครื่องบินที่รุกล้ำน่านฟ้าไต้หวันทั้ง 10 ลำนี้ ได้แก่ เครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำ Y-8 จำนวน 1 ลำ เครื่องบินแจ้งเตือนภัยทางอากาศ KJ-500 จำนวน 1 ลำ เครื่องบินรบ J-16 จำนวน 4 ลำ และเครื่องบินรบ J-10 จำนวน 4 ลำ ซึ่งในจำนวนนี้ เครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำ Y-8 จำนวน 1 ลำได้บินอ้อมไปยังน่านฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

กองทัพอากาศไต้หวัน จึงได้ปฏิบัติตามขั้นตอนด้วยการส่งเครื่องบินลาดตระเวนขึ้นรับมือ และทำการกระจายเสียงเพื่อขับไล่ รวมทั้งใช้ระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศมาทำการติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

กระทรวงกลาโหมระบุว่าการรุกล้ำน่านฟ้าของเครื่องบินทหารของจีนในครั้งนี้ ถือเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 3 เมษายนเป็นต้นมา

ทั้งนี้ กองทัพเรือจีนได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน เหลียวหนิง พร้อมกองเรือรบคุ้มกัน มาซ้อมรบใกล้เกาะไต้หวันตั้งแต่เมื่อ 5 เม.ย.2564 ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับไต้หวัน ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินธีโอดอร์ รูสเวลต์ กลับมายังทะเลจีนใต้เป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้ทันที และส่งเรือพิฆาตเข้ามาแล่นในช่องแคบไต้หวันอ้างเสรีภาพในการเดินเรือ 

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น คณะผู้บริหารไต้หวันก็ได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวว่าพร้อมสู้รบกับจีนเต็มที่ 

วันที่ 7 เม.ย. 2564 สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานคำพูดของ โจเซฟ วู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไต้หวัน ที่ออกมาพูดถึงการที่จีนนำเครื่องบินเข้ามาในน่านฟ้าของประเทศ รวมไปถึงท่าทีพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ ต่อภัยคุกคามในครั้งนี้ว่าพร้อมสู้จนวันสุดท้าย หากจำเป็นต้องทำ

อีกด้านหนึ่ง นายหลี่จ้งเวย ประธานคณะกรรมการกิจการมหาสมุทร สภาบริหารไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้กล่าวตอบข้อซักถามของ สส. ในสภานิติบัญญัติว่า ในช่วงที่ผ่านมา ทางการจีนได้อาศัยรูปแบบต่าง ๆ ทดสอบหรือส่งเรือเข้ามาลาดตระเวณในบริเวณรอยต่อที่เป็นเขตสีเทา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไต้หวันได้จับตาอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ นายหลี่จ้งเวย ยังได้ย้ำว่า กองเรือลาดตระเวณพิทักษ์น่านน้ำไต้หวันมีมาตรการรับมือต่าง ๆ ไว้พร้อมแล้ว มีการแบ่งเขตความรับผิดชอบตามระดับชั้น หากสถานการณ์บังคับต้องยิงก็ต้องยิง

เครื่องบินทหารของจีนวนเวียนน่านฟ้าไต้หวันอย่างต่อเนื่อง และกองเรือลาดตระเวณฯ ของไต้หวันก็ยืนยันข่าวที่ว่าจีนส่งโดรนเข้ามายังน่านฟ้าของเกาะตงซา(Dongshas)หรือเกาะปราตาสจริง(Pratas) ทำให้ สส. ทั้งพรรครัฐบาลและฝ่ายค้านต่างให้ความสนใจเป็นพิเศษ

นายหลี่ฯ ได้ตอบข้อซักถามของ สส. ในสภาฯ ว่า “น่านฟ้าบนเกาะตงซาทั้งหมด เราเแบ่งเป็นเขต ๆ เขตเฝ้าระวัง เขตเตือนภัย และเขตตอบโต้ทำลาย แบ่งเป็นระดับการเฝ้าระวังเป็นชั้น ๆ อยู่แล้ว หากเข้ามาในเขตเฝ้าระวังก็จะจับตาเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังพฤติกรรมของมัน หากเข้ามาในเขตเตือนภัย ก็จะส่งเครื่องบินขึ้นติดตาม แน่นอนว่า เมื่อรุกล้ำเข้ามาในเขตตอบโต้ทำลาย ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนที่มีอยู่ทันที”

นอกจากนี้ เมื่อถูกถามว่า จะมีการยิงให้ตกหรือไม่ นายหลี่ฯ ระบุว่า “ในส่วนของการป้องกันภัยทางอากาศเป็นความรับผิดชอบของอีกหน่วยงาน แต่ในช่วงนี้ ทางกองเรือลาดตระเวณพิทักษ์น่านน้ำไต้หวัน จับตาบริเวณเกาะตงซาและเกาะไท่ผิงเป็นพิเศษ ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบว่ามีโดรนของจีนบินเข้ามา

และดังคาดทำเนียบขาวแถลงความเคลื่อนไหวของจีนรอบไต้หวัน ‘อาจทำให้สถานการณ์ไม่มั่นคง’

เมื่อวานนี้ วันที่ 9 เม.ย.2564 โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่าได้จับตาดูกิจกรรมทางทหารของจีนที่เพิ่มขึ้นในช่องแคบไต้หวันอย่างใกล้ชิดและเรียกว่าการกระทำล่าสุดของปักกิ่งที่อาจทำให้เกิดความไม่มั่นคง “สหรัฐแสดงความกังวลเพิ่มขึ้นที่จีนปฏิบติการรุกรานทางทหารต่อไต้หวัน” Jen Psaki โฆษกทำเนียบขาวกล่าวกับผู้สื่อข่าว

จีนเชื่อว่าสหรัฐฯกำลังสมรู้ร่วมคิดกับไต้หวันเพื่อท้าทายปักกิ่งและให้การสนับสนุนผู้ที่ต้องการให้เกาะนี้ประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ