รมว.ยธ. รู้ตัวคนบงการเผาพระบรมฉายาลักษณ์แล้วเตรียมลากคอ เผยพบผู้ลงมือชาย2หญิง1

2624

จากกรณีที่เกิดเหตุไฟไหม้พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่บริเวณหน้าเรือนจำคลองเปรม โดยทางด้านของ ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ ท่านใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า หนักข้อขึ้นทุกวันมันเกิดขึ้นได้อย่าง เจ้าหน้าที่หาคนทำหน่อย ครับ เลวชาติ ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว อย่าปล่อยให้ไอ้พวกนี้อยู่หนักแผ่นดิน ตร.ที่เคารพรัก อย่าแก้ตัวเพราะไฟฟ้าช็อต

ต่อมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางไปร่วมประชุมที่มีว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ รอง ผบก.น.2 ร่วมหารือ กรณีการวางเพลิงป้ายและทำลายทรัพย์สินบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม

โดยนายอายุตม์รายงานว่า กรมราชทัณฑ์ไปแจ้งความเอาผิดผู้กระทำผิดแล้ว และตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยให้ผู้ตรวจกรมราชทัณฑ์เป็นประธาน และเพิ่มกำลังจากหน่วยงานพิเศษร่วมปฏิบัติหน้าที่รักษาการณ์บริเวณภายนอกเรือนจำ

ส่วนการติดตามคนร้าย นายสมศักดิ์เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ภาณุเดช ถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.64 เวลา 03.10 น. กล้องวงจรปิดของเรือนจำกลางคลองเปรม สามารถจับภาพคนร้ายได้ ตรวจพบอุปกรณ์ที่เตรียมมาเพื่อตั้งใจเผา พบถังน้ำมันและไฟแช็กทิ้งเอาไว้

จากนั้นกรมราชทัณฑ์จึงได้ประสานไปยังสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น ได้ติดตามจากกล้องวงจรปิดพบรถ MPV สีขาว เป็นรถเพียงคันเดียวในเวลาดังกล่าว พบผู้ต้องสงสัย 3 คน เป็นชาย 2 หญิง 1 โดยการตามจากกล้องวงจรปิดไปจนถึงที่พัก และพบว่ามีความเชื่อมโยงทางการเมือง เวลานี้อยู่ระหว่างพิสูจน์หลักฐานให้ชัดเจน รวมถึงเช็ก database มือถือเพื่อค้นเบอร์โทร.ว่า ผู้ลงมือนั้นติดต่อกับใครได้บ้าง โดยในกรณีนี้ตำรวจได้ยืนยันจะทำคดีให้จบโดยเร็วที่สุด และคาดว่าจะไม่เกิน 7 วัน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด มีรายงานว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามกรณีคนร้ายวางเพลิงป้ายและทำลายทรัพย์สิน บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมว่า หลังจากที่กรมราชทัณฑ์ไปแจ้งความเอาผิดกับผู้กระทำผิดและตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ทางตำรวจได้เก็บหลักฐาน ภาพกล้องวงจรปิดของเรือนจำ ที่สามารถจับภาพคนร้ายได้ มีผู้ต้องสงสัย 3 คนเป็น ชาย 2 หญิง 1

โดยการตามภาพจากกล้องวงจรปิดไปจนถึงที่พักและพบว่ามีความเชื่อมโยงทางการเมือง ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมหลังจากที่ได้ทราบถึงกลุ่มบุคคลที่ลงมือก่อเหตุวางเพลิง ตนจึงได้สั่งการให้คณะทำงานเฉพาะกิจชื่อว่า​ คณะทำงานพาลีปราบยาของกระทรวงยุติธรรม ช่วยทำการสืบสวนเชิงลึกในกรณีดังกล่าว ทำให้ในขณะนี้เราได้ข้อมูลสำคัญที่ทำให้ทราบถึงตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุดังกล่าว รวมถึงได้ข้อมูลสำคัญที่ทำให้ทราบถึงบุคคลและกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการเผยแพร่ภาพดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือเผยแพร่ในโซเชี่ยลมีเดียด้วย ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกหมายจับดำเนินคดีได้ทั้งกลุ่มผู้ลงมือ กลุ่มผู้ร่วมขบวนการและตัวการสำคัญในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน

นายสมศักดิ์​ กล่าวอีกว่า​ กระทรวงยุติธรรมมีคณะทำงานเฉพาะกิจ คือ พาลีปราบยา จึงให้ช่วยสืบสวนข้อมูลเชิงลึก ทำให้ทราบถึงผู้บงการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ รวมถึงคนเผยแพร่ข้อมูลความมั่นคงลงในโลกโซเชียล การสืบสวนในครั้งนี้ทำให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์มากขึ้นในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เพราะจากข้อมูลของตำรวจเกี่ยวกับผู้กระทำผิดมีหลักฐานที่ชัดเจนทำให้เราสืบต่อไปได้ เรื่องนี้ตนยอมไม่ได้เพราะเป็นความผิดที่ร้ายแรง ทั้งการบุกทำลายทรัพย์สินของราชการในยามวิกาล และเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นสถานที่ความมั่นคงสูง รวมถึงการนำข้อมูลความมั่นคงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อหาเหล่านี้เป็นข้อหาหนัก เราต้องนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่างโดยเร็ว

“เรื่องนี้ผมยอมไม่ได้ เพราะเป็นความผิดที่ร้ายแรง ทั้งการบุกทำลายทรัพย์สินของราชการในยามวิกาล และเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯเป็นสถานที่ความมั่นคงสูง รวมถึงการนำข้อมูลความมั่นคงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อหาเหล่านี้เป็นข้อหาหนัก เราต้องนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่างโดยเร็ว” นายสมศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า​ ขณะนี้ได้ตัวผู้บงการแล้วใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์​กล่าวว่า​ ก็ต้องบอกว่ารู้ โดยจะส่งข้อมูลไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในการออกหมาย