นักวิชาการสามกีบ ลั่นผู้ชุมนุมพฤติกรรมเปลี่ยน เกรี้ยวกราดใช้ความรุนแรง เพราะโกรธ โยงจับตา สถานการณ์สังหารหมู่

1276

นักวิชาการสามกีบ “ยกหางม็อบ” ผู้ชุมนุมพฤติกรรมเปลี่ยน เกรี้ยวกราดใช้ความรุนแรง โยงจับตาเดินไปสู่สถานการณ์ สังหารหมู่!?

จากกรชุมนุมเมื่อวันที่ 28 ก.พ.64 ที่ผ่านมา โดยเป็นการชุมนุมที่นำโดย “กลุ่มปลดแอก” ที่นัดรวมตัวกันบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในเวลาประมาณ 15.00 น. เพื่อมุ่งหน้าไปบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการระทรวงกลาโหม ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์

ทั้งนี้ทุกสื่อ ได้โพสต์รายงานอย่างชัดเจน และทุกคนก็เห็นตรงกันว่า ในช่วงที่ผู้ชุมนุมเดินทางไปถึงด้านหน้าซอยโรงพยาบาลพยาไท เวลาประมาณ 17.45 น. ก็ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีเพียงแค่โล่ป้องกันฝูงชน คอยกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าพื้นที่เขตป้องกันสูงสุด

ม็อบปลดแอก แบกความเถื่อน “คณะราษฎร” กระจายตัวทำลายข้าวของ พร้อมติดป้ายสุดหยาบคาย

โดยทางด้านผู้ชุมนุม ก็จะพยายามปลุกปั่น ด้วยวิธรการกระจายกำลังทำลายข้าวของโดยรอบบริเวณ พร้อมกับบุกทำลายรั้วกั้นเข้าปะทะโดยการขว้างปาข้าวของใส่เจ้าหน้าที่ ทำร้ายเจ้าหน้าที่โดยการปาของแข็งเข้าใส่เป็นเหตุให้ทางด้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บหัวแตกหลายราย

เมื่อฟ้าเริ่มมืดลง ผู้ชุมนุมได้แบ่งกลุ่มกันป่วนหลายพื้นที่ ตามแบบฉบับการก่อจราจล จากการฝึกมาของกลุ่มการ์ดวีโว่ โดยได้มีรายงานว่าบริเวณหน้า สน.ดินแดง มีกลุ่มมวลชนผู้ชุมนุมรวมตัวกันไปล้อมโรงพัก มีการขว้างปาสิ่งของใส่ แล้วยังเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้รถกระบะสายตรวจ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเริ่มใช้การปราบปรามฝูงชนตามรูปแบบสากล

ประชาชน ลุกฮือ ปกป้องแฟลตดินแดง หลังการ์ดปลดแอกบุกทุบรถคนในชุมชน ซ้ำรอยเสื้อแดง

ซึ่งเป็นความต้องการอยู่แล้วของกลุ่มผู้ชุมนุม คือการถ่ายภาพเจ้าหน้าที่ปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุม และเอาไปปั่นกระแสในโลกโซเชียล ในมุมที่ฝั่งผู้ชุมนุมถูกกระทำ ส่วนสื่อที่รายงานความจริงในพื้นที่ต่างถูกแบบและกดดัน

หลังจากนั้นก็ตามรูปแบบเดิมๆคือ เมื่อผู้ชุมนุมปล่อยภาพเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงแล้ว ก็จะมีคนที่มีชื่อเสียง กลุ่มท่อน้ำเลี้ยงออกมาโจมตีรัฐฯ ว่าใช้ความรุนแรง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะทุกคนรู้และเห็นอยู่เต็มอกว่า กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรง และนั่วยุเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน

สุนัย HRW ซัด “ม็อบปลดแอก” เลิกโยนมือที่สาม ยอมรับโดยดี ผู้ชุมนุมยั่วยุ ใช้ความรุนแรง

โดยล่าสุดทางด้านของ รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้พลีชีพรับไม้ต่อ โดยการออกมาโพสต์ข้อความถึงมุมมองพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้ชุมนุม โดยกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวคือกลุ่มที่มากับความโกรธแค้น โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

การชุมนุมของเยาวชนตั้งแต่ต้นปีมีแนวโน้มปะทะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ สาเหตุหลักคือ แนวทางของรัฐที่มุุ่ง “ใช้ความรุนแรงทุกที่ทุกเวลาปราบม็อบให้สิ้นซาก” ฉะนั้น ไม่ว่าการชุมนุมจะเกิดขึ้นที่ไหน รูปแบบใด สันติสักแค่ไหน พยายามหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงและการเผชิญหน้าสักเพียงใด การปะทะก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

การบิดเบือนของฝ่ายรัฐและสื่อหลัก รวมถึงการด่าทอซ้ำเติมของสลิ่มทั้งเหลือง-แดงยังพอเข้าใจได้ แต่ยังมีเสียงตำหนิจากคนที่เห็นใจเยาวชนว่า ผู้ชุมนุมบางส่วนมุ่ง “ใช้ความรุนแรง” “จงใจเดินเข้าไปในจุดเสี่ยงอันตรายเพื่อปะทะ” “ดื้อดึงไม่ฟังผู้จัดการชุมนุม” ฯลฯ เพราะผู้วิจารณ์เอาภาพการชุมนุมปีที่แล้วมาเทียบกับปีนี้

แต่จากปีก่อนถึงปีนี้ เยาวชนมีประสบการณ์เปลี่ยนไป พวกเขาถูกกระทำด้วยกระบวนการยุติธรรมเต็มอัตราตั้งแต่ตำรวจไปถึงอัยการและศาล ด้วยข้อหาอาญาทุกมาตราหลายสิบคดีจนถึงการคุมขัง 4 แกนนำ วันนี้ความคับแค้นเกลียดชังเผด็จการยิ่งรุนแรงกว่า คนจำนวนมากท้อแท้มองไม่เห็นอนาคตจนไม่สามารถมาชุมนุมได้ ส่วนที่ยังมาร่วมก็มาด้วยความโกรธแค้นเต็มอก

อารมณ์ของผู้มาชุมนุมปีนี้จึงเคร่งเครียด คับแค้นและโกรธมาก ต่างจากปีที่แล้วที่พวกเขายังเป็น “เยาวชนมุ้งมิ้ง ใส ๆ” การใช้กำลังรุนแรงจากฝ่ายรัฐบวกกับความโกรธของเยาวชนจึงปะทุเป็นการปะทะบนถนนที่สูญเสียมากขึ้น

ความโกรธของผู้ชุมนุมที่เราเห็นจึงเป็นแค่ “ยอดโผล่เล็ก ๆ” ของภูเขาน้ำแข็งอันมหึมาที่ซ่อนอยู่ข้างล่าง ภูเขาของความโกรธ เกลียด แค้น ท้อแท้ สิ้นหวังของเยาวชน นี่เป็นโจทย์ที่ท้าทายผู้จัดชุมนุมและบรรดาแกนนำที่ยังไม่ถูกคุมขังในวันนี้ว่า จะรับมือกับอารมณ์ความรู้สึกและความต้องการของผู้ชุมนุมที่เปลี่ยนไปอย่างไร

เยาวชนวันนี้กำลังเดินไปบนเส้นทางเดียวกับ “คนเสื้อแดง” ที่สะสมความคับแค้นจากช่วงยุบพรรคพลังปชช.ปี 51 มาถึงเมษาเลือดปี 52 สิ่งที่น่ากังวลคือ พวกเขากำลังเดินไปสู่สถานการณ์เดียวกับการสังหารหมู่คนเสื้อแดงพฤษภา 53 หรือไม่?

ทั้งนี้จากการที่ รศ.ดร.พิชิต ออกมาพูดในรูปแบบนี้ ส่วนหนึ่งเนื่องจากผู้ชุมนุม เริ่มถูกโจมตีอย่างหนัก จากผู้ที่เคยสนับสนุน เนื่องจากทุกคนได้เห็นภาพ และพฤติกรรมที่ผู้ชุมนุมยกระดับปรับเปลี่ยนเป็นฝ่ายกระทำการรุนแรงกับทางด้านเจ้าหน้าที่อย่างเปิดเผย แม่เมื่อก่อนจะมีบ้างเล็กน้อย แต่ก็จะมาในรูปแบบหลบๆซ่อนๆ แต่การชุมนุมที่ผ่านมาเรียกได้ว่า ตั้งใจโจมตีแบบจนตรอกแล้ว