“พิชิต” ไล่ตะเพิด “แกนนำราษฎร” อวดเก่งแต่คุมม็อบไม่อยู่ ย้อน 5 เหตุการณ์ ชุมนุมจัดฉาก นับถอยหลังพังทั้งนาย ทั้งบ่าว

2619

หลังจากที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้มีหนังสือรายงานข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนในคืนวันที่ 13 ก.พ. 2564 ที่ผ่าน ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ได้มีการเข้าพื้นที่เพื่อสลายการชุมนุม

มีการสั่งการหรือมีการใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมหรือไม่นั้น จากการตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันดังกล่าว ได้ความดังนี้

1.ไม่มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ใช้แก๊สน้ำตาในการสลายการชุมนุมอย่างแน่นอน

2.ในวันดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนจำนวน 2 กองร้อย ออกปฏิบัติหน้าที่ กองร้อยแรกมีการเบิกแก๊สน้ำตาไป และนำกลับมาคืนครบตามจำนวน ไม่มีการใช้งานแต่อย่างใด ส่วนกองร้อยที่ 2 มีเหตุปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุม น่าเชื่อว่าเป็นเหตุทำให้กระป๋องแก๊สน้ำตาตกหล่นอยู่ในพื้นที่ เป็นเหตุให้นักข่าวสามารถเก็บภาพมาได้ ซึ่งตรวจสอบแล้วภาพดังกล่าวเป็นกระป๋องแก๊สน้ำตาที่ยังไม่ได้ใช้งานแต่อย่างใด

ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าการชุมนุมในวันที่ 13 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา ได้มีความรุนแรงเกิดขึ้น โดยที่ฝ่ายม็อบพยายามที่ยั่วยุเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้ง ทั้งยังพบภาพที่มีชายคนหนึ่งในม็อบ กำลังดัดแปลงอาวุธบางอย่าง ทำให้ในเวลาต่อมามีเสียงดังคล้ายระเบิดเกิดขึ้นหลายนัด เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ็บกว่า 20 นาย นอกจากนี้เมื่อแกนนำประกาศให้มวลชนยุติและเดินทางกลับบ้าน พบว่ายังมีบางกลุ่มไม่ยอมถอยกลับ และปาขวดน้ำ ก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยนั้น

ล่าสุดนายพิชิต ไชยมงคล อดีตโฆษกกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “Pichit Chaimongkol” ระบุถึงประเด็นของม็อบ 13 กุมภา อย่าแก้ตัวด้วยแถลงการณ์


เพจคณะราษฎร หัวหน้าการ์ดโตโต้ ออกมาปฏิเสธความรุนแรงจากเหตุการณ์เมื่อคืนกันพร้อมเพรียง ซึ่งก็เป็นไปตามคาดก่อนหน้านี้ เพราะทุกครั้งที่มีความรุนแรงจากผู้ชุมนุม ก็มักถูกปฏิเสธด้วยแถลงการณ์ที่ใช้ภาษาอันสวยหรู เข้าทำนองยิงด้วยมือแก้ตัวด้วยตัวอักษร

แบบนี้มัน ไร้ภาวะผู้นำทางสังคมอย่างสิ้นเชิง

มือที่ 3 โผล่ทุกครั้งไป เพราะการรับผิดชอบมวลชนพวกคุณไม่เคยมี หรือมีแต่ไปไม่ถึง

ขัดขวางขบวนเสด็จ ก็อ้างมือที่ 3 ถูกจัดฉาก ที่หน้าสภา บุกเข้าไปโดนฉีดน้ำ ก็อ้างถูกจัดฉาก ยิงกันเองก็มือที่ 3 ปาระเบิดตำรวจสามย่านก็มือที่ 3 ปาระเบิด เมื่อคืน ก็มือที่ 3

สรุปพวกผู้นำคนรุ่นใหม่ จะรับชอบอย่างเดียวไม่เคยรับผิดเลยเหรอครับ วุฒิภาวะบกพร่องมากเลยครับ คุณต้องไปสรุปบทเรียนการเคลื่อนไหวในรอบ 1 ปีให้ได้ วีรชนเอกชน อีโก้ และการเลยธงการเมือง ทำให้การเคลื่อนไหวถูกต่อต้าน ที่สำคัญมวลชนพวกเดียวกันก็ส่ายหน้า พี่ ๆ ทั้งหลายก็อย่าอุ้มเด็กมากกว่านี้เลยครับ เพราะท้ายสุดเมื่อเกินเส้นกฎหมาย ก็ต้องถูกจัดการด้วยกฎหมาย

ทำผิดก็ยอมรับ ถ้าคุมมวลชนไม่ได้ขนาดนี้ก็ยุติบทบาทครับ อย่าฝืนดันทุรัง แล้วออกมาแก้ตัวภายหลังอีกเลย ต้องเรียนรู้ความพ่ายแพ้เสียบ้าง อย่าคิดชนะอย่างเดียว

ข้อเสนอต่อคณะราษฎร

มันค่อนข้างเด่นชัดเรื่องการชุมนุมของน้อง ๆ ที่ออกมาด้วยความรุนแรง ทั้งภาษาและพฤติกรรม
ซึ่งอาจจะมองได้ 2 แนวคือ

1.แกนนำไม่สามารถควบคุมมวลชน ควบคุมการ์ดได้ อันเนื่องมาจากการ์ดมาจากหลายกลุ่มหลายความคิด หรือเป็นเพราะ ท่าทีของแกนนำที่ออกมาลักษณะแข็งกร้าว การ์ดและมวลชนจึงออกมาในทิศทางนี้

2.ทฤษฎีสมคบคิด แกนนำอาจรู้เห็นกับการ์ด เพียงแต่แบ่งบทกันเล่น แล้วทำเหมือนไม่รู้กัน ทั้งหมดทั้งมวล มันเป็นการเคลื่อนไหวที่สุ่มเสี่ยง นำมาสู่การพร้อมที่จะปะทะกับเจ้าหน้าที่ทุกเวลา ซึ่งมันขัดแย้งกับการชุมนุมทางการเมือง ที่การชุมนุมต้องลดเงื่อนไขความรุนแรงให้มากที่สุด เพื่ออธิบายข้อเรียกร้องเป็นตัวนำ แต่ที่น้อง ๆ ทำคือ เอาความรุนแรงนำ เพื่ออธิบายข้อเรียกร้อง

การชุมนุมเริ่มใช้อาวุธ ระเบิด เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ข้อเรียกร้องจึงด้อยค่าลงไป และคิดว่าความรุนแรงจะยกระดับเพิ่มขึ้นอรกถ้ายังฝืนเคลื่อนไหวสุ่มเสี่ยงแบบนี้ ผมเสนอให้น้อง ๆ ยุติการเคลื่อนไหวในถนน กลับไปเคลื่อนไหวในมหาวิทยาลัยแทน ใช้พื้นที่ในมหาลัย พูดสิ่งที่เป็นหลักการและงานวิชาการเรื่องการเมือง เรื่องรัฐธรรมนูญ ให้มันดี สังคมจะฟังมากกว่ายกพวกออกมาตีกับตำรวจ และมันยังเป็นสิ่งดีที่จะได้ จัดระบบการ์ดของพวกน้อง ๆ ใหม่ด้วย และที่สำคัญมันเข้ากับสภาพสังคมโควิดแบบนี้ด้วย

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาแต่ละการชุมนุม ก๊วนแกนนำราษฎรมักจะออกมาแก้ตัวภายหลังที่เกิดเหตุความรุนแรง พร้อมขอโทษว่าเป็นห่วงมวลชนและเห็นความสำคัญของทุกชีวิตที่มาชุมนุม แต่ก็พบว่า ทุกครั้งจะมีการโบ้ยกันไปมา โยนว่าเป็นเรื่องของการ์ดม็อบ กลุ่มนั้น กลุ่มนี้ โยนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อความรุนแรงก่อน แต่ถ้าลองคิดดี ๆ หากพวกม็อบไม่หึกเหิม บุก ทำลาย ป่วนจัดฉาก เจ้าหน้าที่ก็คงไม่ต้องมีการฉีดน้ำสลายการชุมนุม ที่ผ่านมาไม่ว่าจะมีการชุมนุมกี่ครั้ง ม็อบเริ่มหลงทาง ลืมสิ่งที่อยากออกมาเรียกร้อง ทั้งมีการยิงกันเอง ปาระเบิด และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตรวจสอบได้ทุกครั้งว่าเป็นใครที่เข้ามาป่วนการชุมนุม ดังนั้นวันนี้ได้เห็นกันชัด ๆ ว่านอกจากแกนนำจะคุมม็อบไม่อยู่แล้ว ถึงเวลาก็รักตัวกลัวตาย รีบชิ่งหนีก่อนทุกที