สหรัฐมัวเมาส่งออกสงครามนอกบ้าน?!? มะกันตกงาน 18.3 ล้านคนเคว้ง ถูกตัดน้ำตัดไฟ เงินเยียวยาล่าช้าไร้บ้าน ไร้เงิน!!

756

คนว่างงานหลายล้านคนในสหรัฐถูกทอดทิ้ง โดยไม่ได้รับการเยียวยาจากหน่วยงานของรัฐท้องถิ่น หรือรัฐบาลกลาง จากความล่าช้า ของการพิจารณามาตรการเยียวยาระดับชาติ ที่ค้างคาอยู่ในสภาคองเกรส และวุฒิสภา ตั้งแต่สมัยอดีตปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ จนมาถึงสมัยของปธน.โจ ไบเดน ทำให้คนงานไม่ได้รับเงินสวัสดิการจากการเยียวยาเพราะว่างงาน ในขณะที่โอกาสที่จะได้ทำงานยากขึ้นเนื่องจากโควิด-19 ระบาดใหม่ซ้ำเติมปัญหาเก่าที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ  ขณะที่ผู้นำและคณะรัฐบาลปธน.ไบเดน ให้ความสนใจและทุ่มเวลาไปกับ การช่วงชิงการนำในระดับโลก ต้านอิทธิพลจีน และส่งออกสงครามไปหลายภูมิภาคของโลก โดยไม่ใส่ใจประชาชนอเมริกันคนยากจน คนตกงานเพราะโควิด-19 กลายพันธุ์ระบาดใหม่ยังคุกคามสังคม แม้มีวัคซีนและฉีดก่อนใครแล้วก็ตาม ล่าสุดนี้แม้ประกาศอนุมัติเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว ก็ยังล่าช้าไม่ทันปัญหา การไม่มีเงินซื้ออาหารให้ครอบครัว ไม่มีเงินจ่ายค่าสาธารณูปโภคที่ค้างมาหลายเดือน ไม่มีงานทำ ถูกไล่จากบ้านเพราะค้างค่าเช่านี่หรือ ประเทศของผู้นำโลก ผู้ที่ประกาศจะกลับมายิ่งใหญ่ ดูแลบ้านตนเองยังไม่ได้ดี กลับเที่ยวแทรกแซงประเทศอื่นๆ บังคับตามอำเภอใจ

ปัจจุบันนี้ สหรัฐอเมริกามีประชากรทั้งสิ้น 331,261,000 คน ป่วยโควิด-19 จำนวน 28.8 ล้านราย เสียชีวิต 5.18 แสนราย

วันนี้ปัญหาการตกงาน ว่างงานของคนอเมริกันก็หนักหนาสาหัสไม่แพ้ประเทศอื่นๆ  วันที่ 3 มี.ค.2564 หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดี้ยน รายงานข่าวว่านายออกัสติน ฟาเชอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกลุ่มบริการการเงิน PNC(Provincial Network Certification) กระทรวงแรงงานสหรัฐ กล่าวว่า การว่างงานอย่างต่อเนื่อง ณ สิ้นเดือนมกราคม 2021 คือ 18.3 ล้านคนแต่ฟาเชอร์ เตือนว่าตัวเลขอาจสูงเกินจริง จากปัญหาการประมวลผลข้อมูล และการอ้างสิทธิ์ที่ไม่โปร่งใสจากหน่วยงานด้านการว่างงานของรัฐ 

มาดูข้อมูลจากเว็บไซต์ฟีดดิ้งอเมริกา (feedingamerica.org) สรุปถึง ปัญหาความยากจนและความหิวโหยในอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง แต่มีเด็กและผู้ใหญ่จำนวนมากที่ต้องเผชิญกับความยากจนและความหิวโหยในทุกมลรัฐทั่วสหรัฐอเมริกา ดังนี้

-ในปี 2019 มีผู้คน 34 ล้านคนอาศัยอยู่ในความยากจนในอเมริกา สำหรับครอบครัวสี่คนนั่นหมายถึงรายได้เพียง 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (  บาท)ต่อปี

-ก่อนที่ไวรัสโควิด-19 จะระบาดมีผู้คนมากกว่า 35 ล้านคนที่ต้องดิ้นรนกับความหิวโหยในสหรัฐอเมริการวมถึงเด็ก ๆ มากกว่า 10 ล้านคน

-ครอบครัวอเมริกันเป็นครัวเรือนที่บริโภคอาหารไม่ปลอดภัย มีการเข้าถึงอาหารอย่างจำกัด หรือไม่แน่นอนที่สามารถสนับสนุนชีวิตที่มีสุขภาพดี

-เด็กมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับความไม่มั่นคงทางอาหารมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ในสหรัฐอเมริกา 

-การระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19  ได้ทิ้งครอบครัวหลายล้านคนโดยไม่มีการจ้างงานที่มั่นคง ผู้คนมากกว่า 50ล้านคนรวมทั้งเด็ก 17 ล้านคนอาจประสบกับความไม่มั่นคงทางอาหารได้

มาดูปัญหาคนตกงาน-ว่างงานของสหรัฐในรัฐต่างๆว่าเป็นอย่างไร?

มลรัฐอินเดียนา ก่อนจะมีโควิดระบาด สเตฟานี ไกเธอร์(Stephanie Gaither) ทำงานเป็นคนขับรถให้กับอูเบอร์และลิฟท์ (Uber – Lyft) ในอินเดียแนโพลิส โดยทำรายได้ประมาณ 600- 900 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อสัปดาห์ ตอนนี้เธอกำลังเผชิญกับการถูกขับไล่และการระงับใช้ระบบสาธารณูปโภค คือตัดน้ำตัดไฟฟ้า

เช่นเดียวกับชาวอเมริกันอีกหลายล้านคนตกงานเมื่อไวรัสแพร่กระจาย ไกเธอร์ต้องเผชิญกับช่องโหว่ขนาดใหญ่ ในระบบสวัสดิการการว่างงานของสหรัฐฯ ผลประโยชน์ที่พึงได้เมื่อว่างงานของเธอหมดอายุลงตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 และเธอได้รอคอย นานหลายสัปดาห์โดยไม่มีเงินเยียวยาใดๆจากรัฐ  ในขณะที่ต้องดูแลลูก ๆ ไกเธอร์กล่าวว่า “ฉันไม่ได้รับความช่วยเหลือจากใครดังนั้นมันจึงเครียดมาก หลายคืนนอนไม่หลับ เรากำลังจะหมดอาหารสุนัขและอาหารสำหรับครอบครัวเรา ฉันได้รับแสตมป์อาหารและโชคดีที่พวกเขาให้เพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องใช้จนหมด ตอนนี้เครดิตของฉันไม่มี  ฉันรู้สึกหดหู่หมดแรงใจและรู้สึกสิ้นหวัง” เป็นเสียงโอดครวญของประชาชนคนเล็กๆคนหนึ่งในสหรัฐ

ระบบการเยียวยาหลังตกงานของรัฐ ยังคงล่าช้าเป็นเวลานาน ปัญหาและระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติเงินเยียวยาที่ยาวนานทำให้คนงานหลายล้านคนในสหรัฐฯไม่ได้รับสวัสดิการว่างงาน ในขณะที่พวกเขาออกจากงานเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ที่มลรัฐโคโลราโด เชอริล ลูอิสจากเมืองฟอร์ตคอลลินส์ ทำงานเป็นพนักงานเซิร์ฟที่ร้านอาหารเดียวกันเป็นเวลา 12 ปีก่อนที่โควิด-19 จะระบาดในเดือนมีนาคม 2020

เนื่องจากกองทุนว่างงานของเธอหมดลงในวันที่ 26 ธันวาคมเธอก็ยังไม่เห็นผลประโยชน์เริ่มต้นใหม่พร้อมกับคนงานว่างงานอื่น ๆ อีกมากมายในโคโลราโด นอกจากนี้เธอยังไม่ได้รับการตรวจสอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลกลางที่ครั้งล่าสุดประกาศว่าจะได้รับสัปดาห์ละ 600 ดอลลาร์ ลูอิสกล่าวว่าเธอต้องยืมเงินและเป็นหนี้บัตรเครดิต

มลรัฐนิวเจอร์ซีย์ ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการเริ่มต้นสิทธิประโยชน์ใหม่สำหรับคนงานที่ว่างงาน 75,000 คนในรัฐ ซึ่งเงินสวัสดิการได้หมดอายุในเดือนธันวาคมปี 2020 แต่ยังไม่ได้เริ่มผลประโยชน์ใหม่สำหรับหลายคนที่ยังว่างงาน แผนกแรงงานของรัฐยังระบุว่าผู้อ้างสิทธิ์ประมาณ 20,000 คน แต่ยังไม่ได้รับอนุมัติเพราะตอบคำถามไม่ชัดเจน

แจ็คกี้ วอร์เนอร์แห่งเลควูด รัฐนิวเจอร์ซีย์ตกงานตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020เดือนพฤษภาคมจึงจะเริ่มได้รับผลประโยชน์ และระยะเวลาเยียวยาจะหมดลงในเดือนธันวาคมปี 2020 วอร์เนอร์กล่าวว่า“นี่เป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายสำหรับพวกเราหลายคน เมื่อเราโทรไปที่ศูนย์การว่างงานเราไม่สามารถติดต่อผ่านโทรศัพท์ได้ มีข้อความแจ้งว่าให้โทรกลับในวันรุ่งขึ้น นั่นหมายถึงว่าวันถัดไปไม่มีวันจะมาถึง”  

การวิเคราะห์คนงานตกงานในเดือนมกราคม 2021 โดยนักเศรษฐศาสตร์แรงงาน เอลิซา ฟอร์ซิธ (Eliza Forsythe) จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ (University of Illinois at Urbana-Champaign)  ขณะนี้ตัวเลขในระบบการว่างงานโดยประมาณมีเพียง 30% ของคนงานตกงานจริงทั้งหมด ทำให้ชาวอเมริกันที่ตกงานประมาณ 8 ล้านคนไม่ได้รับสวัสดิการใดๆ

จากการรายงานของวอชิงตันโพสต์ในเดือนมกราคม 2021 ชาวอเมริกันมากกว่า 1.2 ล้านคนกำลังรอยื่นอุทธรณ์เพื่อขอรัฐทบทวนข้อเรียกร้องการว่างงานเบื้องต้นของพวกเขา

อัตราการว่างงานอย่างเป็นทางการของสหรัฐอยู่ที่ 6.3% แต่ในฐานะประธานธนาคารกลางสหรัฐนายเจอโรมพาวเวลล์ระบุเมื่อเดือนที่แล้ว ว่าอัตราการว่างงานที่แท้จริงในสหรัฐใกล้เคียงกับ 10% เมื่อพิจารณาข้อผิดพลาดในการจัดประเภทที่ไม่ถูกต้อง

และสถานการณ์ของหลายคนที่ออกจากงานก็แย่ลง ความล่าช้าในการขยายสิทธิประโยชน์การว่างงานทั่วสหรัฐอเมริกาซึ่งหมดอายุในวันที่ 26 ธันวาคม 2020 ทำให้คนงานตกงานเสียประโยชน์ไป 17.6 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม 2021 ตามการวิเคราะห์ของ Century Foundation

แผนบรรเทาทุกข์จากผลกระทบการระบาดโควิด-19 มูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐของฝ่ายบริหาร ปธน. ไบเดน ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรที่ควบคุมโดยพรรคเดโมแครตเมื่อวันเสาร์ ระบุจะจ่ายเช็คเงินสด 1,400 ดอลลาร์สหรัฐ ให้กับชาวอเมริกันที่ตกงาน ซึ่งต้องรอให้ผ่านวุฒิสภาในสัปดาห์นี้ ซึ่งก็ทำให้มีความหวังและความโล่งใจเล็กน้อย แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤตสะสมได้ทันนอกจากดิ้นรนกันต่อไป