รัฐบาลไฟเขียวต่ออายุส่งเสริมลงทุน!?! เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ชายแดนใต้ ชู 3 ปี 3 มาตรการจูงใจนักลงทุน สร้างงานในพื้นที่

602

รัฐบาลขยายเวลามาตรการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีก 3ปี 3 เรื่อง มาตรการภาษีและค่าธรรมเนียม มาตรการด้านการเงิน มาตรการด้านประกันภัย ตั้งแต่ 1 ม.ค.2564- 31 ธ.ค.2566 เพื่อกระตุ้นการลงทุนในพื้นที่ ประกอบด้วย ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา คือ อำเภอจะนะ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา ตั้งเป้าพัฒนารายได้และชีวิตประชาชนทางภาคใต้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2564 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลามาตรการสำหรับเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขยายระยะเวลาของมาตรการภาษีและค่าธรรมเนียม มาตรการด้านการเงิน มาตรการด้านประกันภัย ที่มีอยู่เดิม ต่อไปอีก 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566

ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความต่อเนื่องในการสนับสนุนการลงทุน การจ้างงาน และการค้าที่สำคัญในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะเป็นการสร้างรายได้และอาชีพที่มั่นคงให้แก่ประชาชนรวมถึงผู้ประกอบการในเขตพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. เห็นชอบขยายเวลามาตรการสำหรับเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกไปอีก 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 จากเดิมที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เพื่อจูงใจผู้ประกอบการกิจการและกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ อันจะเป็นการสร้างรายได้และอาชีพที่มั่นคงให้แก่ประชาชน ซึ่งพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล และ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา คือ อำเภอจะนะ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา สำหรับมาตรการที่ขยายเวลาออกไปอีก 3 ปี ประกอบด้วย 3 ด้านคือ

1.มาตรการทางภาษีและค่าธรรมเนียม

1.1มาตรการทางภาษี ประกอบด้วย (1)ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เหลือร้อยละ 0.1 ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เหลือร้อยละ 3 ลดภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะ(จากการขายอสังหาริมทรัพย์) เหลือร้อยละ 0.1 (2)ให้ผู้เสียภาษีเงินได้ หักค่าใช้จ่ายค่าซื้อและค่าติดตั้งระบบกล้อง CCTV ได้เป็น 2 เท่า (3) ให้นิติบุคคล หักรายจ่ายจากการลงทุนเกี่ยวกับกิจการโดยทำให้ดีขึ้น แต่ไม่ใช่การซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม เป็นจำนวน 2 เท่า (4)ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 รอบบัญชี สำหรับกำไรสุทธิของนิติบุคคลรายใหม่ (New Start-up) (5)ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของผู้มีความสามารถสูง ที่เข้าไปทำงานในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ เหลือร้อยละ 3 ของเงินได้ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวจะต้องยกร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษียกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ….รวม 5 ฉบับ  ก่อนดำเนินมาตรการดังกล่าว

1.2 ลดค่าธรรมเนียม โดยลดค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายที่ดินในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ เหลือร้อยละ 0.01 และลดค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ เหลือร้อยละ 0.01 ซึ่งกระทรวงมหาดไทย จะดำเนินการออกประกาศกระทรวงมหาดไทยรวม 2 ฉบับ 

2.มาตรการด้านการเงิน ได้แก่ (1)มาตรการพักชำระหนี้ของ ธ.ก.ส. โดยให้ลูกค้าที่เคยเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้และยังมีหนี้คงเหลือ ไม่ต้องชำระเงินต้น และรัฐบาลจะเป็นผู้ชำระดอกเบี้ยแทน ในส่วนเงินต้นที่ไม่เกิน 200,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 ปี (2)มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของ ธอส. โดยขยายวงเงินเป็น 8,000 ล้านบาท และขยายระยะเวลาดำเนินโครงการออกไปอีก 2 ปี จากเดิมที่สิ้นสุด 30 ธันวาคม 2563 เป็น 30 ธันวาคม 2565 โดย ธอส. ไม่ขอรับการชดเชยจากรัฐบาล

3.มาตรการด้านประกันภัย ได้แก่ (1)โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากภัยก่อการร้ายในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยภาครัฐจะชดเชยส่วนต่างค่าเบี้ยประกันภัยให้ผู้ประกอบกิจการ สำหรับการประกันภัยทรัพย์สินคุ้มครองภัยการก่อการร้าย และประกันอุบัติเหตุของพนักงาน (2)โครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยภาครัฐจะชดเชยค่าเบี้ยประกันภัย สำหรับการประกันอัคคีภัย การประกันภัยความเสี่ยงทรัพย์สิน และการประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักให้ผู้ประกอบการทั้งนี้ ครม.เห็นชอบให้จัดสรรงบกลาง ปี 2564 จำนวน 50 ล้าน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการชดเชยค่าเบี้ยกันภัยดังกล่าวด้วย

นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งเป้าที่การพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความเจริญ ประชาชนมีงานทำ มีรายได้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี โดยไม่ใช้วิธีการรุนแรงเข้าแก้ปัญหา ซึ่งโครงการพัฒนาต่างๆ ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน จะนำไปสู่ความสงบสุขและการพัฒนาที่อย่างยั่งยืนต่อไป