จับตา BTS !!!เดินหน้าเมืองการบินอู่ตะเภา ลุยพัฒนาอสังหาฯครบวงจร พร้อมลุ้นลงนามมอเตอร์เวย์ 2 สายสัปดาห์หน้า

745

20 ส.ค.2563 -BTS แจงความคืบหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกว่า ขณะนี้ทางกลุ่มบริษัทร่วมทุน (UTA) ได้จัดส่งแผนแม่บทตามที่กำหนดในสัญญาร่วมลงทุนแก่คณะกรรมการอีอีซีแล้ว 

โดยได้ทำการสำรวจพื้นที่และ เตรียมรับมอบพืนที่เพื่อดำเนินการตามแผนแม่บทในเดือนกันยายนนี้ คาดตอกเสาเข๋มต้นปี 2564 ให้บริการได้ในปี 2568 สำหรับ BTS ได้รับมอบหมายเตรียมเสนอโครงการ “นอนแอร์โรว์” เพื่อพัฒนารูปแบบโครงการอสังหาฯครบวงจรในพื้นที่ 1,000 ไร่ มูลค่าแสนล้านบาท และสัปดาห์หน้าคาดลงนามสัญญา O&M มอเตอร์เวย์ 2 สาย

มหานครการบินภาคตะวันออก- ลุยอสังหาฯครบวงจร

นายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะดำเนินการพัฒนาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ให้เป็น “ศูนย์กลางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และ Logistics & Aviation”

รวมถึง การเป็นศูนย์กลางของ “มหานครการบินภาคตะวันออก” เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ในการพัฒนาอีสเทิร์นซีบอร์ดจากรัฐบาลที่ต้องการให้เกิดเป็นเมืองท่าและเมืองธุรกิจสำคัญของประเทศไทย ที่สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างสะดวกสบาย ทันสมัย ทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ

สำหรับความคืบหน้าอื่นๆ ของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ภายในช่วงระยะเวลา 2 เดือนนับจากเซ็นสัญญา ได้แก่ การสำรวจพื้นที่เบื้องต้น เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และการขออนุมัติเข้าพื้นที่สนามบินอู่ตะเภาเพื่อทำการสำรวจ Topographic เพื่อประกอบการออกแบบและก่อสร้าง ซึ่งทาง UTA คาดว่าจะเข้าสำรวจพื้นที่จริงและรับมอบพื้นที่จากทาง EEC ได้ภายในต้นเดือนกันยายน 2563

นอกจากนี้ยังมีการเข้าสำรวจพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบินของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อเตรียมการรื้อย้ายและเคลียร์พื้นที่สำหรับการก่อสร้างรันเวย์ที่ 2 และอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่

สุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน)และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอสซี)  เปิดเผยว่า ได้รับมอบให้ศึกษาในส่วนของกิจกรรมที่นอกเหนือจากธุรกิจการบิน (Non-Aero) เช่น บนพื้นที่ 1,000 ไร่ มูลค่าโครงการหลักแสนล้านบาท อาทิ เมืองการบิน, การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ และคลังสินค้า เป็นต้น โดยจะใช้เวลาศึกษา 1 ปี จากนั้นอาจต้องหาพันธมิตรมาร่วมทุน เบื้องต้นมีนักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติกว่า 10 รายสนใจเข้าร่วมโครงการต่างๆแล้ว

BTS ลงนามกทม.ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว

นายสุรพงษ์ฯเปิดเผยถึงแนวโน้มการดำเนินงาน BTS ปี 2563-2564 ประเมินรถไฟฟ้าสายสีเขียว มีผุ้โดยสาร 200 เที่ยว/คน/วัน  ซึ่งลดลง 10% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดไวรัสโควิด-19 รัฐบาลต้องล็อกดาวน์เมืองเพื่อป้องกันการระบาด  เมื่อผ่อนคลายมาตรกานทำให้ ล่าสุด กลับมาฟื้นตัว กลับมา 70% เฉลี่ย 7.5 แสนเที่ยว/คน/วัน นอกจากนี้ BTS จะมีรายได้ที่เกี่ยวกับระบบขนส่ง (ปี 2563-2564) ประมาณ 31,200 ล้านบาท

 

สำหรับความคืบหน้าสัญญาร่วมทุนโครงการ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งกทม.กับ BTS จะต้องลงนาม เพื่อต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งระบบ (สายสีเขียวหลักช่วงหมอชิต-อ่อนนุช กับช่วงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน/ ส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสถานีตากสิน-บางหว้า กับสถานี อ่อนนุช-แบริ่ง /ส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต)

ลุ้นเซ็นงาน O&M มอเตอร์เวย์ 2 สาย

ความคืบหน้าโครงการร่วมทุนการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี ซึ่ง BTS รับงานในนามกลุ่ม BGSR (บีทีเอส, บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ -GULF, บมจ.ชิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) และ บมจ. ราชกรุ๊ป (RATCH) นายสุรพงษ์เปิดเผยว่า ทางบริษัทมั่นใจจะได้ลงนามสัญญากับกรมทางหลวง ภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ทางกลุ่มได้เตรียมพร้อมการตั้งบริษัทร่วมทุนและเตรียมแบงก์การันตีไว้แล้ว

BTS เดินทางมาไกลกว่าการเป็นแค่ ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าของไทยเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อพิจารณาธุรกิจของบริษัทในตอนนี้ จะเห็นว่า BTS ได้ต่อยอดในธุรกิจอื่นๆ โดยธุรกิจหลักของบริษัทในปัจจุบันแบ่งออกเป็น “4 กลุ่มหลัก” คือ ธุรกิจระบบขนส่งมวลชน ธุรกิจสื่อโฆษณา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริการ ทั้งนี้ ธุรกิจระบบขนส่งมวลชนยังคงเป็นแหล่งรายได้หลักประมาณ 80% รองลงมาคือสื่อโฆษณาประมาณ 14% บริการ 5% และอสังหาริมทรัพย์อีก 1% อิงจากผลประกอบการไตรมาสล่าสุด