หมอเจตน์ ท้าฝ่ายค้าน โจมตีรัฐบาล ปม “สยามไบโอฯ” แน่จริงมาตรวจสอบ อย่าโกหกประชาชน!?!

2564

หมอเจตน์ ท้าฝ่ายค้าน หวังดิสเครดิตรัฐบาล แน่จริง เรียกหน่วยงานมาตรวจสอบ ปม สยามไบโอซายน์ ได้ผลิตวัคซีน จะได้ตาสว่างสักที

จากกรณีเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2564 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไลฟ์สดทางเพจคณะก้าวหน้าในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทานฯ : ใครได้-ใครเสีย?” เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่าด้วยการจัดหาและผลิตวัคซีนโควิดในประเทศไทย ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่ง, ทำไมประเทศไทยได้วัคซีนช้า, และทำไมรัฐบาลถึงจัดหาวัคซีนได้ไม่ครอบคลุมจำนวนประชากรที่เหมาะสม ซึ่งในเนื้อหาของการไลฟ์สดนั้น หลายคนก็มองว่า นายธนาธร จงใจที่จะโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะมีการพาดพิงไปถึงในหลวงรัชกาลที่ 10 ในเรื่องของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ นอกจากนี้ ก็มีแกนนำและแนวร่วมหลายคน ก็ได้มีการเคลื่อนไหว ออกมาโจมตีบริศัทสยามไบโอไซเอนซ์ ว่า ได้ประโยชน์จากการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด

ต่อมาทางด้าน ผู้บริหารผู้บริหาร AstraZeneca ได้เปิดเผยเหตุผลที่ทำไมถึงเลือกบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ให้เป็นผู้ผลิตวัคซีน โดยได้ให้เหตุผลว่า วัคซีนจาก Oxford ห้ามขายทำกำไร-และในอาเซียน บริษัทที่เข้าเงื่อนไขการผลิตวัคซีนโดยไม่ประสงค์ต่อกำไรมีเพียงบริษัทเดียวคือ “สยามไบโอไซเอนซ์” ของประเทศไทยเท่านั้น และจุดประสงค์หลักของวัคซีนสูตร Oxford ก็ทำเพื่อช่วยคนทั่วโลก ไม่ใช่ช่วยสร้างความมั่งคั่งให้กับนายทุน

ล่าสุดทางด้าน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีที่มีกลุ่มคนหวังดิสเครดิตรัฐบาลในเรื่องของการผลิตวัคซีน และโจมตีไปถึงบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ โดยระบุข้อความว่า

นักการเมืองบางคนและบางพรรคซึ่งตั้งตัวเป็นศัตรู กับนายกฯ กำลังออกมาdiscreditรัฐบาล โดยการพุ่งเป้าไปที่บริษัทสยาม-ไบโอซายน์ ถามถึงความเหมาะสม การผูกขาดในการผลิตวัคซีน คุณภาพวัคซีน รวมถึงราคาที่จ่าย โดยไม่พยายามศึกษาหาข้อมูล ทั้งที่ตัวเองมีอำนาจเรียกหน่วยงานต่างๆมาชี้แจงได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นบริษัท,สถาบันวัคซีนแห่งชาติ หรือกรมควบคุมโรค

บริษัทสยาม-ไบโอซายน์ เป็นของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ที่ถือหุ้น100%เงินลงทุน5,000ลบ.จัดตั้งขึ้นด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของรัชกาลที่ที่ทรงเล็งเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีความมั่นคงทางยาและชีววัตถุ ตั้งขึ้นมาตั้งแต่พ.ศ.2552 ไม่ได้มีจุดประสงค์แสวงหากำไร มีผลงานผลิตยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง(Erythropoietin)ที่ประเทศไทยต้องจ่ายเงินจำนวนมหาศาลนำเข้ายาจากต่างประเทศมาใช้ในผู้ป่วยที่ฟอกไตเช่นเดียวกับยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว(Peg-Filgrastim),ยารักษามะเร็ง,Covid test kit,น้ำยาRT-PCR,FentanylหรือMidazolam

บริษัทOxford-Astra Zeneca ติดต่อมาแม้จะไม่เคยผลิตวัคซีนมาก่อน แต่เนื่องจากบริษัทได้มาตรฐานการผลิตยาระดับGMO PIC/S(หลักเกณฑ์และข้อกำหนดอนุสัญญาระหว่างประเทศด้านการตรวจประเมินยาแห่งสหภาพยุโรปPharmaceutical Inspection Co-Operation Scheme)มาตรฐานสากลที่AstraZenecaใช้ยึดถือในการก่อสร้างโรงงานผลิต และควบคุมการผลิตในทุกขั้นตอน

จึงเห็นด้วยที่จะให้บริษัทสยาม-ไบโอซายน์ปรับสายการผลิตมาผลิตวัคซีนดังกล่าว ซึ่งเมื่อปรับปรุงเรียบร้อย จะสามารถผลิตวัคซีนOxford-Astra Zenecaได้ปีละ200ล้านโดส โดยการเลี้ยงตัวcellจนได้วัตถุดิบในเวลา120วัน ซึ่งบริษัทได้ปรับปรุงจนเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่16.ค.ที่ผ่านมา

ข้อดีคือสามารถจำหน่ายส่วนที่ผลิตเกิน ให้กับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และเป็นรากฐานความมั่นคงวัคซีนของประเทศต่อไปรวมทั้งช่วยเพิ่มศักยภาพบริษัทนอกเหนือจากความสามารถในการผลิตยาและชีววัตถุอื่นๆได้ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำอยู่แล้วข้อสำคัญสามารถดึงนักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิกลับจากตปท.มาทำงานในกระเทศได้ โดยเฉพาะผู้ที่รับทุนปริญญาโท ปริญญาเอกมากมายที่เรียนจบไม่ยอมกลับมาเพราะหางานทำที่เหมาะสมในประเทศไม่ได้ สามารถเรียกหน่วยงานต่างๆมาชี้แจงเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ครับ.

สำหรับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ มาจากพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยทรงพระราชทานพระราชดำรัสเรื่องสุขภาพของประชาชน ด้วยทรงเห็นว่า คน เป็นปัจจัยสำคัญที่จะพัฒนาประเทศ สร้างความพอมี พอกิน และทรงให้ความสำคัญในการฟื้นฟูปัญหาสุขภาพของประชาชน เพื่อการพัฒนาประโยชน์สุขให้เกิดกับส่วนรวมและประเทศชาติ โดยสยามไบโอไซเอน​ซ์ ตั้งแต่เริ่มดำเนินการจนกระทั่งปัจจุบัน บริษัท #ยังไม่เคยทำกำไรแม้แต่บาทเดียว และยังขาดทุนสะสมมาแล้วไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท แต่ก็ยังช่วยประหยัดเงินงบประมาณแผ่นดินได้ปีละ 3 พันล้านบาท