โลกประณามทรัมป์เผาปชต.สหรัฐ!?! ครั้งแรกในประวัติศาสตร์รับรองปธน.กลางสงครามขัดแย้ง ดับ 4 ราย ถูกจับ 52 ราย

738

โลกประณามทรัมป์อันธพาลทำลายปชต.-ผู้นำทางการเมืองทั้งเดโมแครต และรีพับลิกัน ประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น เตรียมถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่งก่อนวันที่ 20 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นวันพ้นตำแหน่งอย่างเป็นทางการ นับเป็นครั้งแรกในประว้ติศาสตร์สหรัฐที่ปธน.คนเก่าถูกโลกก่นด่าประณาม และคนใหม่ต้องรับรองชัยชนะท่ามกลางสงครามขัดแย้ง สังเวยชีวิต 4 รายถูกจับ 52 ราย  เหตุการณ์จลาจลครั้งนี้ได้ฉีกหน้ากากเนื้อในของเสรีภาพประชาธิปไตยอย่างหมดเปลือก เมื่อใดขัดแย้งผลประโยชน์แย่งชิงอำนาจ เมื่อนั้นจะไม่เลือกวิธีการซึ่งชัยชนะไม่ว่าจะเลวทรามต่ำช้าเพียงใด ดูไว้เหล่าสาวกบูชาประเทศต้นแบบประชาธิปไตยจอมปลอม

รับรองไบเดนท่ามกลางสงคราม

รายงานความคืบหน้าเหตุการณ์ประท้วงในสหรัฐฯสุดช็อกโลก ม็อบสนับสนุนปธน.โดนัลด์ ทรัมป์บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา กลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อพยายามขัดขวางการประชุมสภาคองเกรส รับรอง นายโจ ไบเดน เป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สำนักงานตำรวจกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 4 รายแล้ว เผยหญิงรายแรกถูกยิงดับ เป็นอดีตทหารผ่านศึกกองทัพอากาศสหรัฐฯ คนที่ร่วมก่อเหตุรุนแรง ถูกจับกุมอย่างน้อย 57 คนในจำนวนนี้ 47 คนฝ่าฝืนคำสั่งเคอร์ฟิว ล่าสุดกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิได้เข้าประจำสภาคองเกรสเพื่อรักษาความสงบกว่า 1,100 นาย

ไมค์ เพนซ์นำเองประทับตราชัยชนะไบเดน

สภาคองเกรสเริ่มนับคะแนนคณะผู้เลือกตั้งอีกครั้ง เพื่อยืนยันชัยชนะโจ ไบเดนโดยเริ่มจัดการประชุมอีกครั้งในช่วงเช้าวันที่ 7 ธ.ค.2564ตามเวลาไทย เพื่อเริ่มกระบวนการนับคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง หลังจากที่กระบวนการดังกล่าวต้องหยุดชะงักเป็นเวลาหลายชั่วโมง เนื่องจากกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาสหรัฐ ส่งผลให้สภาคองเกรสต้องระงับการประกาศรับรองชัยชนะนายไบเดนเป็นการชั่วคราว

ไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวกับสื่อสหรัฐว่า “สำหรับคนที่สร้างหายนะแก่เมืองหลวงของเราในวันนี้ คุณจะไม่มีวันชนะ ความรุนแรงไม่เคยมีชัย เสรีภาพต่างหากที่ชนะและที่นี่เป็นอาคารของประชาชน”

นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเปิดเผยในจดหมายที่ส่งถึงสมาชิกสภาคองเกรสว่า การตัดสินใจเร่งกระบวนการนับคะแนนให้เร็วขึ้นนั้น เกิดขึ้นหลังจากที่มีการปรึกษาหารือร่วมกันกับรองปธน.ไมค์ เพนซ์ ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมร่วมวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานวุฒิสภาโดยตำแหน่ง และรองปธน.เพนซ์จะเป็นผู้ประกาศผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์เดโมแครตคุมเบ็ดเสร็จ 2 สภา

พรรคเดโมแครตของว่าที่ปธน.โจ ไบเดน คว้าชัยชนะในการควบคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภา หลังสามารถกวาดเก้าอี้ส.ว.จอร์เจียมาได้ทั้ง 2 ที่นั่ง ทำให้สามารถกุมอำนาจทั้งในวุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร รวมถึงทำเนียบขาวไปพร้อมๆ กัน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2552 ชัยชนะครั้งนี้ยังถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของพรรครีพับลิกัน เนื่องจากรัฐจอร์เจียถือเป็นฐานที่มั่นของพรรครีพับลิกันมาอย่างยาวนาน แต่การเลือกตั้งส.ว.ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมากลับไม่มีผู้สมัครที่ได้รับเสียงสนับสนุนถึง 50% ตามกฎของรัฐ ทำให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ที่นำไปสู่ชัยชนะของเดโมแครตในที่สุด

ขณะที่นายราฟาเอล วอร์นอค จากพรรคเดโมแครต ยังสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะส.ว.ผิวสีคนแรกจากรัฐจอร์เจีย ซึ่งถือเป็นรัฐที่มีการใช้ทาสในช่วงสงครามกลางเมือง และยังทำให้เขาเป็นส.ว.ผิวสีคนที่ 11 ในประวัติศาสตร์ของวุฒิสภาสหรัฐอีกด้วย  อีกตำแหน่งคือนายจอน ออสซอฟฟ์ จากพรรคเดโมแครต มีคะแนนนำเดวิด เพอร์ดู เจ้าของเก้าอี้เดิมจากรีพับลิกัน เล็กน้อย ที่ 50.2% ต่อ 49.8% หรือมีคะแนนนำ 16,370 คะแนน

รัฐจอร์เจียต้องจัดให้มีการลงคะแนนชี้ขาดส.ว. 2 ที่นั่งในครั้งนี้ เนื่องจากไม่มีผู้สมัครรายใดชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนด้วยคะแนนเกิน 50% การเลือกตั้งในวันอังคาร(6 ธ.ค.2563)ที่่ผ่านมา ผลต่างคะแนนของคู่แข่งจากทั้งสองพรรคฉิวเฉียดกันมาก สื่อสหรัฐเผยว่าผลการนับคะแนนผ่านไป 98% วอร์น็อกชนะโลฟฟ์เลอร์ด้วยคะแนน 50.6% ต่อ 49.4% โดยมีคะแนนมากกว่าโลฟฟ์เลอร์ 53,430 คะแนน หรือเกิน 1%

บัญชีโซเชียลมีเดียทรัมป์โดนแบน

เฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ สื่อสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ ได้ประกาศแบนบัญชีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐลงเป็นการชั่วคราว หลังปลุกระดมม็อบก่อจลาจล โดยทวิตเตอร์ ระบุว่า ได้ล็อกบัญชีของประธานาธิบดีทรัมป์ (@realDonaldTrump) เป็นเวลา 12 ชั่วโมง โดยให้เหตุผลว่าทรัมป์ เมิดกฎของทวิตเตอร์ว่าด้วย Civic Integrity policy อย่างรุนแรง หากยังคงมีการละเมิดกฎของทวิตเตอร์ต่อไปอีกจะส่งผลให้มีการแบนบัญชีของทรัมป์อย่างถาวร ด้านเฟซบุ๊ก ก็ดำเนินการบล็อกบัญชีเฟซบุ๊ก รวมถึง อินสตาแกรม ของโดนัลด์ ทรัมป์ ลงเป็นเวลา 24 ชั่วโมงเช่นกัน

พันธมิตรโลกตะวันตกรุมประณามทรัมป์

นายชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป ทวีตว่าเขาช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวอชิงตัน เพราะสภาคองเกรสถือเป็นดั่งวิหารของประชาธิปไตย เราเชื่อมั่นว่าสหรัฐจะสามารถรับรองความสงบสุขในการถ่ายโอนอำนาจไปยังนายไบเดน

นางอูร์ซุลา วอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปการแสดงความเชื่อมั่นต่อความเข้มแข็งของสถาบันและประชาธิปไตยของสหรัฐ การถ่ายโอนอำนาจโดยสันติถือเป็นหัวใจหลัก นายไบเดนเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง และเธอตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกับประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐต่อไป

นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษทวีตว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐสภาสหรัฐเป็นเรื่องอัปยศ สหรัฐได้ยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตยทั่วโลก จึงถือเป็นสิ่งสำคัญในขณะนี้ที่จะต้องมีการถ่ายโอนอำนาจโดยสันติและเป็นระเบียบเรียบร้อย

นายสเตฟาน เลอเวน นายกรัฐมนตรีสวีเดนทวีตว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการโจมตีประชาธิปไตย ประธานาธิบดีทรัมป์และสมาชิกสภาคองเกรสต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้กระบวนการเลือกตั้งประธานาธิบดีตามระบอบประชาธิปไตยจะต้องได้รับการเคารพ

นายสก็อต มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ทวีตว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงวอชิงตันเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลใจ พร้อมกับประณามการใช้ความรุนแรง และรอให้มีการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติไปยังรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งตามธรรมเนียมประชาธิปไตยอันยิ่งใหญ่ของสหรัฐ

นายเปโดร ซานเชส นายกรัฐมนตรีสเปน ทวีตว่า กำลังติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เชื่อมั่นในความเข้มแข็งของประชาธิปไตยสหรัฐ และเชื่อว่านายไบเดน ประธานาธิบดีใหม่จะสามารถก้าวข้ามช่วงเวลาแห่งความตึงเครียด และรวบรวมให้ประชาชนสหรัฐกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันได้อีกครั้ง

นายไฮโก มาส รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี กล่าวว่า ศัตรูของประชาธิปไตยจะรู้สึกว่าได้รับการส่งเสียงเชียร์จากความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงของสหรัฐ และว่าความรุนแรงเกิดขึ้นจากคำพูดยั่วยุที่ทำให้คนเดือดดาล พร้อมกับเรียกร้องให้ทรัมป์และผู้สนับสนุนยอมรับการตัดสินใจของชาวอเมริกัน และหยุดเหยียบย่ำประชาธิปไตย

ขณะที่นายโจ ไบเดนออกมาระบุว่า ประชาธิปไตยของสหรัฐกำลังถูกโจมตีอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พร้อมกับเรียกร้องให้ทรัมป์ออกทีวีเพื่อทำตามคำสาบานที่เคยให้ไว้ว่าจะปกป้องประชาธิปไตย และบอกให้กลุ่มผู้สนับสนุนยุติการยึดรัฐสภา “การบุกเข้าไปในรัฐสภา ทุบกระจก ยึดครองสำนักงานของสมาชิกวุฒิสภา ค้นข้าวของบนโต๊ะทำงานกระจุยกระจาย และข่มขู่ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้ง นี่ไม่ใช่การประท้วงแต่เป็นการก่อจลาจล”ไบเดนระบุ