สวัสดิการรัฐใช้ได้จริง! “โทนี่ผี” นักร้องดัง เผย แม่ป่วยโควิดลงปอด! กังวลค่ารักษา 6 แสน แต่ไม่ต้องจ่ายสักบาท!

599

สวัสดิการรัฐใช้ได้จริง! “โทนี่ผี” นักร้องดัง เผย แม่ป่วยโควิดลงปอด! กังวลค่ารักษา 6 แสน แต่ไม่ต้องจ่ายสักบาท!

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (28 พฤษภาคม 2564) นักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดัง ที่เรารู้จักในชื่อของ “โทนี่ ผี” หรือ “ต้น ธนัญชัย ชนะโชติ” เจ้าของเพลง กลัว, คนที่แสนดี ฯลฯ ได้มีการแชร์เรื่องราวประสบการณ์แม่ป่วยโควิดฯ และมีอาการลงปอดอย่างหนัก ค่ารักษาเฉียด 6 แสนแต่ไม่ต้องจ่ายสักบาท โดยทางเพจ TONYPHEE ได้โพส๖ืข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดบระบุข้อความว่า

เล่าประสบการณ์ คุณ แม่ ป่วย covid ลงปอด อย่างหนัก ตั้งวันที่ 5 พค. ที่ผ่านมา พ่อผมโทรมาแต่เช้าบอก ว่าแม่ ป่วยหนักมากตอนนี้พามาที่ …โรงพยาบาล ศิริราชปิยมหาราชการุณย์ โดยยังไม่ทราบว่า คุณแม่ ป่วยเป็นอะไร พอมาถึงโรงพยาบาล คุณหมอ x-ray ปอด พบว่ามีอาการ ปอดบวม ผมกลัวว่าแม่จะเป็น covid ทางคุณพ่อเลยให้ คุณ หมอตรวจ covid เลย ผลปรากฎว่าแม่ เป็น covid เลยต้องตรวจคุณพ่อต่ออีกคน แต่เนื่องจากคุณพ่อไม่มีอาการ ทางโรงพยาบาลเลยให้ คุณพ่อ รอผลตรวจอีกวัน ระหว่างรอผลตรวจให้คุณพ่อกลับบ้าน ส่วนคุณแม่ต้องเข้าห้องฉุกเฉิน ICU พร้อมทั้งต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอด 24 ชั่วโมง

ทางผม ทั้งกังวลเรื่องพ่อ จะติด covid ด้วย เพราะอยู่บ้านกับแม่ 2 คน (ส่วนผมอยู่บ้านภรรยา) และก็เรื่องค่ารักษาพยาบาล ซึ่งทางผมและพ่อน่าจะจ่ายไม่ไหว เพราะแม่ไม่ได้มีประกันชีวิต บวกกับเป็นโรงบาลเอกชน ผลปรากฏว่า โรงบาล โทรมาแจ้งว่าผลตรวจของคุณพ่อ (ไม่พบเชื้อ covid) ส่วนคุณแม่ยังอยู่ในห้องฉุกเฉิน ผมพยายาม ถาม ญาติพี่น้อง เพื่อน พี่ รวมไปถึงเพื่อนๆ ที่ออฟฟิศ จนได้ความว่า เราสามารถใช้สิทธิ ucep กับทุกโรงพยาบาลได้

รู้จักสิทธิ UCEP สิทธิ UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) คือ สิทธิการรักษาตามนโยบายรัฐ พื่อคุ้มครองผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ให้สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทุกแห่งที่ใกล้ที่สุดได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจนพ้นวิกฤตและสามารถคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย แต่ไม่เกิน 72 ชั่วโมง

ผมจึงขอยื่นใช้สิทธิข้อนี้ไปจนกว่าจะหาโรงรัฐบาลลงได้ ระหว่างนั้นผมโทรไปประสานกับ สปสช 1330 ปรึกษาเรื่องค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ป่วย covid วิกฤติ โดยทางสปสช ยืนยัน กลับมาว่า ให้ยืนยันสิทธิ์  *** UCEP COVID ***กับโรงพยาบาล (ใช้ได้ทุกโรงพยาบาล ได้ทั้ง รัฐบาล และ เอกชน)

ปล. ผมก็พึ่งได้ ความรู้จากทาง Hr. ที่บริษัทว่า ถ้าเราป่วยเป็น covid แล้วโรงพยาบาลไหน ตรวจเจอโรงพยาบาล นั้นต้อง รับผิดชอบการรักษา รวมทั้งค่ารักษาและจะต้องไป เบิกค่ารักษาพยาบาล กับรัฐ แต่อาจจะเบิกได้ตาม จำนวนที่รัฐกำหนด

ที่หลายๆ กรณี ที่โรงพยาบาล ไม่ยอมตรวจ covid ให้เพราะเกรงว่าจะไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่าย ได้เท่ากับค่ารักษาปกติ คืออาจจะเบิกได้ 45-50% ซึ่งล่าสุด ทางรัฐบาล มีการเสนอ ช่วยชดเชย ค่ารักษาพยาบาล ตรงนี้ อีก 20 %. จาก 45-50 เป็น 65-70 % *** แต่ไม่รู้อนุมัติ รึยัง***

ตลอด 1-2 สัปดาห์ แรก ผมต้องประสาน กับ 1330 ไปๆมาเรื่อง เคสคุณแม่และเรื่องค่าใช้จ่าย รวมทั้งตาม อาการ คุณแม่ทุกวัน ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ ทั้งกังวล ทั้งทรมานสุดๆ โชคดีที่ยังมีทีมงานและน้องๆในทีมที่ออฟฟิศ คอยช่วยเหลือเรื่องการประสาน งานประจำที่ผมก็ยังต้องรับผิดชอบ ผ่านมาจน สัปดาห์ที่ 3 ทางโรงพยาบาล โทรมาบอกว่า คุณแม่สามารถหายใจเองได้ด้วยตัวเอง ย้ายมาอยู่ห้องปกติได้แล้ว อีกไม่เกิน 5 วัน มารับกลับไปรักษาตัวที่บ้านได้
วันนี้ คือวันที่ผมกับภรรยา ขับรถไปรับคุณแม่ กลับมารักษาตัวต่อที่บ้านครับ

ปล. ตอนไปก็ลุ้นว่า จะโดนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเท่าไร เพราะทางการเงินของโรงพยาบาลโทรมาบอกว่า ก่อนจะรับคุณแม่กลับบ้านได้ ต้องไปเคลียร์เรื่องเอกสารที่การเงินก่อน ระหว่างนั่นก็ยัง ประสานกับ 1330 ตลอด โดยได้คำตอบเหมือนทุกครั้งว่า ไม่ต้องชำระ

สรุป ค่าใช้จ่ายทั้งหมด มี 2 บิล. บิลแรก 530,xxx บิลที่สอง. 5 หมื่นกว่าบาท รวมแล้วประมาณ 58x,xxx. (5แสน8)!!!!! โดย ที่ทางผมไปเซ็นอย่างเดียว แล้วทางโรงบาลจะไปเคลียร์กับทาง สปสช ตรงนี้ต้อง ขอขอบคุณ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเพื่อนๆ พี่ๆ และทีมงาน ภรรยา ที่คอยอยู่เคียงข้าง รวมทั้งหมอ พยาบาล โรงพยาบาล ศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ถ้าไม่มีทุกคน แม่ผมไม่รู้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้

ปล. ตอนนี้ คุณแม่ยังต้องรักษาตัว ฝึกเดิน เนื่องจากนอนโรงพยาบาลนาน หลายสัปดาห์จากการป่วยหนักมากๆ และยังต้องกักตัวที่บ้านอีก 14 วัน ส่วนผมฉีดวัคซีน เข็มแรกแล้ว กำลังจะฉีดเข็มสอง วันที่ 17 มิย. นี้.

ตอนนี้ผมบอกเลยว่า วัคซีนอะไรมาผมคง ฉีดหมด และบังคับทั้งบ้านผมลงทะเบียนฉีดทุกคน เพราะว่า ถ้าcovid โคม่า ลงปอดแล้ว นอกจากอันตรายแล้ว ยังวุ่นเรื่อง ประสานงานอย่างหนัก เรื่องคุณแม่ ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่หนัก ที่สุดในชีวิตและไม่อยากให้เกิดกับใคร