ไต้หวันเผชิญไวรัสกลายพันธุ์ระบาดสั่งล็อคดาวน์ปท.?!? กลับท้าทายจีนพร้อมไขว้เล็งแยกเป็นอิสระ ทำทะเลจีนใต้ระอุ

1306

ทั้งๆที่ไต้หวันกำลังเผชิญสงครามไวรัสโควิด-19 ระบาดใหม่เป็นสายกลายพันธุ์ ที่ทั่วโลกสยอง แต่กลับเริ่มปีใหม่ด้วยการตอกย้ำจุดยืนแยกตัวจากจีน อ้างขอเจรจาอย่างเท่าเทียมแต่ประกาศไม่รับแนวทางจีนเดียว ขณะที่จีนปฏิเสธกร้าวและถือว่าไต้หวันคือส่วนหนึ่งของจีน ทำให้ทะเลจีนใต้ซึ่งเป็นจุดเปราะบางของสงครามชิงอำนาจระหว่างสหรัฐและจีนอาจกลายเป็นสมรภูมิสงครามตัวแทนที่เข้มข้นหลายรูปแบบ เมื่อสหรัฐประกาศถือหางไต้หวันต้านจีนเต็มที่ จับตาผลกระทบต่อไทยและการรับมือของรัฐบาลไทยในทุกมิติ

 

จีนอ้างกรรมสิทธิ์พื้นที่มากที่สุดในทะเลจีนใต้ โดยใช้ “เส้นประ 9 เส้น” ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ที่อยู่ห่างจากมณฑลไหหลำทางใต้สุดของจีนไปทางใต้และทางตะวันออกหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งไต้หวันก็อ้างสิทธิ์เช่นกัน ทำให้ความขัดแย้งของจีนกับไต้หวันจึงเกี่ยวโยงมาถึงอาณาเขตน่านน้ำทะเลจีนใต้ด้วย

สงครามเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 กลายพันธ์บุกไต้หวัน

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2563 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขไต้หวัน ไปเปิดเผยถึง รัฐบาลจะห้ามชาวต่างชาติทั้งหมดเดินทางเข้าสู่ไต้หวันตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2564 เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่

โดยรัฐบาลประกาศคำสั่งห้ามเดินทางดังกล่าว ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ราว 1 เดือน หลังจากพบชาวไต้หวันรายหนึ่งซึ่งเดินทางกลับจากอังกฤษเมื่อวันอาทิตย์(27 ธ.ค.2563)  มีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งมีการแพร่ระบาดรวดเร็วกว่าเดิมถึง 70% ทั้งนี้ คำสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศของรัฐบาลไต้หวันในวันนี้ จะมีผลบังคับใช้ต่อผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศทั้งหมด ยกเว้นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้พำนักในไต้หวัน หรือผู้ที่มีเอกสารในการเดินทางเข้าไต้หวัน

จุดยืนไต้หวันใต้การนำไช่ อิงเหวินคือแยกเป็นอิสระจากจีน

วันที่ 31 ธ.ค. 2563 ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินของไต้หวัน อวยพรปีใหม่ประชาชนที่สำนักงานประธานาธิบดี ระบุ ปีที่ผ่านมากองทัพจีนทำกิจกรรมใกล้ไต้หวันบั่นทอนสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

“ดิฉันอยากย้ำว่า เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบเราจะไม่ทำอย่างผลีผลามและจะยึดมั่นตามหลักการของเรา ตราบเท่าที่ทางการปักกิ่งมุ่งมั่นลดความเป็นปรปักษ์ พัฒนาความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบให้ดีขึ้น ตามหลักการต่างตอบแทนและคำนึงถึงเกียรติภูมิ เราก็ยินดีร่วมส่งเสริมการเจรจาอันทรงความหมาย” ประธานาธิบดีตอกย้ำถึงสิ่งที่เธอเคยพูดไปแล้วในงานวันชาติเมื่อเดือน ต.ค. “ประชาธิปไตยของเราแกร่งขึ้นได้เพราะการสนับสนุนของคุณ” นางไช่ย้ำ

ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา สำนักงานกิจการไต้หวันของจีนออกแถลงการณ์ทันที ปฏิเสธข้อเรียกร้องขอเจรจาครั้งใหม่ของทางการไต้หวัน พร้อมระบุสุนทรพจน์วันปีใหม่ของปธน.ไช่ อิง-เหวินว่า กลยุทธ์การขอเจรจากับจีนเป็นกุศโลบายราคาถูก และระบุว่าตั้งแต่ปี 2559 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ( ดีพีพี ) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลไต้หวัน ยังคงปลุกระดมแนวคิดการแสวงหาเอกราช การเผชิญหน้ากับจีนแผ่นดินใหญ่ในทุกมิติ ทั้งยังมีเจตนาสร้างบรรยากาศของการเผชิญหน้าข้ามช่องแคบไต้หวัน แต่ขณะเดียวกันพรรคดีพีพี ยังคงเรียกร้องการเจรจากับรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งเป็นการดำเนินนโยบายที่ขัดแย้งในตัวเอง รัฐบาลปักกิ่ง จึงขอให้รัฐบาลไต้หวันยุติการแสดงออกแบบนี้ ที่สะท้อนถึงการดำเนินกุศโลบายราคาถูก และหลอกลวงประชาชน

ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิงที่อวยพรปีใหม่เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 31 ธ.ค.2563 ไม่ได้กล่าวถึงไต้หวันเลย

ไต้หวันได้ผู้นำถือประชาธิปไตยเป็นใหญ่ไม่สนผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน

พฤษภาคม 2563 ที่ปธน.ไช่ อิงเหวินแห่งพรรคดีพีพี มีชัยชนะสมัยที่สอง ยิ่งทำให้ท่าทีแข็งกร้าวต่อจีนชัดเจนขึ้น ช่วงเวลานั้น สำนักข่าวต่างประเทศต่างกรายงานว่า ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน เปิดเผยจุดยืนว่าจะยอมรับความเท่าเทียมกันของประชาธิปไตยและการเจรจา แต่จะไม่มีทางยอมรับการใช้นโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ซึ่งจีนได้เสนอนโยบายดังกล่าวให้กับไต้หวันเช่นเดียวกันแต่ได้ถูกไต้หวันปฎิเสธไป 

เราเป็นประเทศอธิปไตยอยู่แล้ว มีชื่อว่า ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน หรือ Republic of China (Taiwan) และย้ำในตอนท้ายของการสัมภาษณ์ว่า ไม่อาจปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามระหว่างช่องแคบไต้หวันได้ทุกขณะ และหากจีนรุกรานไต้หวันก็จะต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างมหาศาลทีเดียว” ในระหว่างการสัมภาษณ์ ปธน. ไช่ฯ ได้กล่าวเมื่อถูกถามว่า “ในหลักการแล้ว ท่านสนับสนุนให้ไต้หวันประกาศเอกราชหรือไม่?” ว่า “เราไม่จำเป็นต้องประกาศเอกราช เพราะเราเป็นประเทศอธิปไตยที่มีเอกราชอยู่แล้ว เราเรียกชื่อประเทศว่า ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน (We are an Independent country already and we call ourselves the Republic of China (Taiwan)) เรามีรัฐบาล กองทัพ และการเลือกตั้ง โดยผู้นำไต้หวันได้ย้ำเสียงอย่างหนักแน่นเมื่อกล่าวถึงคำว่า “ใช่” เราเป็นประเทศอธิปไตย และคำว่า ไต้หวันสาธารณรัฐจีน

เพื่อให้สหรัฐหนุนหลังประชาชนไต้หวันต้องแลก

ทั้งปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้แสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 ของ ไช่ พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ สนับสนุนไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเขาเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ และไต้หวันจะเบ่งบานมากยิ่งขึ้นต่อไปภายใต้การนำของไช่

สิ่งที่ตามมาคือ ล่าสุดกระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ขายอาวุธแก่ใต้หวันมูลค่า $1.8 พันล้าน หวังต่อกรจีน และการทำสัญญาทวิภาคี ไต้หวันได้ยอมลงนามเปิดเสรีเนื้อวัวอายุมากและเนื้อหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงให้ขายในไต้หวันมีผลวันที่ 1 ม.ค.2564  ส่งผลเกิดปรากฎการณ์ละเลงไส้หมูในสภาและการประท้วงจากผู้ผลิตเนื้อหมูในประเทศเมื่อปลายปีที่ผ่านมา