มาแล้วเรือไฟฟ้าปลอดฝุ่น!?! วิ่งคลองผดุงกรุงเกษม เชื่อมMRT-รถไฟ ชูคมนาคมต้นแบบเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

574

นายกฯเป็นปธ.เปิดเรือไฟฟ้าลดมลพิษสายแรกของไทย ประเดิมล่องเรือเส้นหัวลำโพง-เทวราชก่อนเปิดให้บริการปชช.ฟรี 6 เดือน ชูคลองผดุงกรุงเกษมเส้นทางเรือโดยสารสายแรกของไทย ถือเป็นต้นแบบคมนาคมเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าช่วยลดค่า PM2.5 ในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อMRT, รถไฟ, เรือด่วนฯ

 

วันที่ 27 พ.ย. เวลา 09.00 น.ที่ท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดบริการเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) เส้นทางคลองผดุงกรุงเกษมอย่างเต็มรูปแบบ  ซึ่งถือเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งสายแรกของไทยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง โดยมีรัฐมนตรี ผู้บริหารกรุงเทพฯ ผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมด้วย โดยนายกฯและครม. ร่วมทดลองโดยสารเรือไฟฟ้าจากท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพงไปยังท่าเรือตลาดเทวราช และชมการสาธิตการกลับลำเรือในพื้นที่จำกัด (360 องศา)บริเวณท่าเรือตลาดเทวราช 

บริการฟรี 6 เดือนผ่าน 11 ท่าเรือ

สำหรับเรือที่ให้บริการเพิ่มเติมในเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษมเป็นเรือใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ใช้วัสดุไฟเบอร์กลาสในการผลิต รวม 7 ลำ แต่ละลำจะมีหลังคาที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 12 แผง เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับระบบไฟส่องสว่างในเรือและสำรองไว้เป็นพลังงานขับเคลื่อน มีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยและรับผู้โดยสารที่ใช้วีลแชร์ได้รองรับผู้โดยสารลำละ 30 ที่นั่ง รวมถึงผู้โดยสารที่ใช้วีลแชร์ได้ 1 คัน ความเร็วสูงสุดในการเดินเรืออยู่ที่ 10-15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เรือสามารถกลับลำได้ 360 องศา เพื่อลดปัญหาการกลับลำเรือในคลอง

 

นายกฯให้สัมภาษณ์ว่า “วันนี้มาเปิดเรือไฟฟ้าซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว เพื่อการเดินหน้าไปสู่การลดค่า PM 2.5ในทุกฤดู โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว มักจะมีค่า PM 2.5สูงขึ้น ซึ่งมาจากหลายส่วน ทั้งยานพาหนะ อุสาหกรรม การเผา มันมีเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว เราต้องลดแต่ละส่วนนี้ให้ได้ อย่างน้อยต้องทยอยลดให้ได้ เพราะเรามีแผนแม่บทว่าปีไหนจะทำอะไร มันอยู่ที่พวกเราต้องร่วมมือกันด้วย โดยเฉพาะรถยนต์ และวันหน้าต้องเดินหน้าไปสู่รถไฟฟ้าใช้น้ำมันมาตรฐานยูโร 5 ยูโร 6 ซึ่งต้องพร้อมผลิตของเราเองด้วย หากนำเข้าอย่างเดียวแพงมาก ขณะนี้กำลังเตรียมโรงงงานการผลิตอยู่” 

“วันนี้ความรู้สึกพอใจ สิ่งที่คิดมาแล้วเกิดเป็นรูปธรรม ขอบคุณกทม. กระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า และทุกหน่วยงานที่ดำเนินการให้เป็นรูปธรรมขึ้นมา เดี๋ยวจะต้องมีการพัฒนาต่อจากนี้เหมือนกับรถไฟ รถไฟฟ้า มันไม่มีวันสิ้นสุดเพราะคนเพิ่มขึ้น เส้นทางเพิ่มขึ้น เราก็ต้องดูแลประชาชนให้ทั่วถึง ก็ขอความร่วมมือด้วยแล้วกัน อะไรที่เป็นปัญหาน้อยๆก็ช่วยกันแก้ ปัญหาใหญ่ๆก็ต้องช่วยกันแก้ มันจะไปได้หมด และวันนี้มีตัวแทนคนพิการนั่งวิลแชร์ขึ้นเรือมาด้วย นี่เรียกว่าดูแลคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบาง ไม่ใช่เฉพาะเรือ อย่างอื่นเราก็ต้องดูแล”นายกฯกล่าว