รองผบช.น.นำตู้ไปรษณีย์เป็นหลักฐาน สอบการ์ดม็อบปาพลุควันเข้าข่ายพรบ.อาวุธหรือไม่

2083

จากกรณีกลุ่มคณะราษฎร นำจดหมายข้อเรียกร้องหย่อนลงในตู้ไปรษณีย์ทั้ง 4 ตู้ และได้ประกาศยุติการชุมนุม ต่อมาไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึง จดหมายทุกฉบับถึงมือตำรวจแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ (9 พ.ย.63) พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงกรณีการฉีดน้ำสกัดผู้ชุมนุมเมื่อคืนนี้(8พ.ย.) ว่า เป็นไปตามแผนการสกัดกั้นผู้ชุมนุมที่ได้มีการรื้อลวดหนาม สิ่งกีดขวาง เพื่อที่จะเข้าไปยังพื้นที่ด้านใน ซึ่งก่อนหน้าที่จะฉีดน้ำทางตำรวจได้ประกาศแจ้งเตือนให้หยุดการกระทำ แต่เมื่อทางกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่หยุดทางตำรวจจึงได้ฉีดน้ำ เพื่อป้องกันเหตุร้ายและป้องกันทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย โดยการฉีดน้ำนั้นจะเป็นการฉีดในแนวสูง ไม่ได้ฉีดปะทะแนวตัวผู้ชุมนุมโดยตรง และน้ำที่นำมาฉีดนั้นยืนยันเป็นน้ำเปล่าธรรมดาไม่ได้ผสมสารเคมีใดๆ

“ส่วนกรณีที่พบพลุควันในพื้นที่สนามหลวงฝั่งตำรวจนั้น จะต้องตรวจสอบว่าเป็นพลุควันในลักษณะใด ซึ่งมีการจุดในหลายจุดที่การชุมนุม ซึ่งจะต้องตรวจสอบอีกครั้ง ว่าเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิดและพลุดอกไม้เพลิง  นอกจากนี้จากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ พบว่ามีตำรวจได้รับบาดเจ็บ หัวแตก เย็บ 3 เข็มจากการขวางปาแก้ว ขวด จากทางฝั่งกลุ่มผู้ชุมนุม

ความเสียหายจากการรื้อรั้วเหล็ก แผงกั้นที่ท้องสนามหลวงนั้น ตอนนี้ต้องให้ทางกรุงเทพมหานครสำรวจความเสียหายแล้วมาแจ้งความดำเนินคดี ส่วนตู้ไปรษณีย์สีแดง ที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำมาเมื่อวานนี้ ตอนนี้ได้นำไปเก็บไว้ที่สน.ชนะสงคราม เพื่อนำไปประกอบการสอบสวน ส่วนจะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เขียนจดหมายหรือไม่นั้น จะต้องดูเนื้อหาในจดหมายว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่

ขณะที่วันนี้กลุ่มเครือข่ายประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือ คปส. ที่ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้มีการชัตดาวน์ประเทศนั้นจะเข้าข่ายความผิด ม.116 หรือไม่นั้น ทางตำรวจจะต้องตรวจสอบพฤติกรรรมและเนื้อหาของการยื่นหนังสือ”