จุฬาราชมนตรี แถลงวัตถุประสงค์ 2 ข้อ จัดงาน“รวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

2262

จากกรณีที่เพจสำนักจุฬาราชมนตรี เปิดเผย ระบุว่า จุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ได้ขอเชิญมุสลิมและชาวไทยร่วมงาน “รวมพลังมุสลิม เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2563 เวลา 08.00 – 12.00 น. ณ หอประชุมศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ ถนนคลองเก้า แขวงคลองสิบ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : จุฬาราชมนตรีประกาศเชิญชวน รวมพลังมุสลิม เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 10 พ.ย นี้

ล่าสุดสำนักจุฬาราชมนตรี ได้เผยแพร่แถลงการณ์สำนักจุฬาราชมนตรี เรื่อง ชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน “รวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ระบุว่า ตามที่ สำนักจุฬาราชมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร และสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ได้กำหนดจัดงาน


“รวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ในวันที่ 10 พ.ย. เวลา 08.30-12.00 น. ที่หอประชุมศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ ถนนคลองเก้า แขวงคลองสิบ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร นั้น ขอเรียนชี้แจง ดังนี้

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

1. วัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ในสังคมไทยที่สำคัญยิ่ง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมุสลิมนับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ศาสนาอิสลามจึงส่งเสริมให้แสดงความกตัญญูและสำนึกในบุญคุณของผู้มีพระคุณ โดยฉพาะผู้ที่ช่วยทำนุบำรุงความเจริญของศาสนา และเพื่อให้พี่น้องมุสลิมได้ร่วมกันขอพร (ดุอา) ให้สังคมและประเทศชาติมีความร่มเย็นเป็นสุข

2. สำนักจุฬาราชมนตรีตระหนักดีว่า ปัจจุบันสังคมไทยมีความขัดแย้งและความเห็นต่างทางการเมืองสูง สำนักจุฬาราชมนตรีและองค์กรศาสนาอิสลามทุกระดับเป็นองค์กรศาสนาที่ต้องดำรงความเป็นกลางทางการเมือง อย่างไรก็ตาม เราตระหนักว่าคู่ขัดแย้งทางการเมืองทุกฝ่ายขณะนี้นั้น ต่างมีจุดยืนที่เห็นตรงกันในการปกปักรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อเป็นสถาบันหลักในสังคมไทยสืบไป

ดังนั้น เพื่อเป็นการหาทางออกให้สังคมไทย จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเปิดพื้นที่เพื่อการพูดคุยหาทางออกให้สังคมอย่างมีไมตรีจิตและเคารพการแสดงความคิดเห็นของทุกภาคส่วน และประการสำคัญ พึงระลึกว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องล้วนเป็นคนไทยด้วยกัน ให้มีการอำนวยความยุติธรมแก่ทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อสร้างความสงบสันติให้เกิดขึ้นในสังคมไทยโดยเร็ววัน