วิกฤตไฟป่าโหมไหม้โคโรลาโด?!? ผลาญกว่า 4 แสนไร่ อพยพคนออกนอกพื้นที่ คาดรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

914

ไฟป่าในมลรัฐโคโรลาโด แถบเขาร็อคกี้ของสหรัฐฯเจอกระแสลมแรง 113 กม.ต่อชั่วโมง ทำให้ไฟโหมไหม้พื้นที่กินอาณาบริเวณกว่า 400,000 ไร่(ประมาณ 158,300 เอเคอร์)แล้ว คาดรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์ ทางการประกาศอพยพผู้คน บ้านเรือนเสียหาย 95 หลัง

สหรัฐอเมริกาเนื้อที่กว้างใหญ่ ขนาด 9.8 ล้านตารางกิโลเมตร มีประชากรราว 326 ล้านคน โคโรลาโดอยู่ตอนกลางฝั่งตะวัตตก กำลังถูกไฟป่าโหมแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และไหม้ยืดเยื้อมากว่า 2 เดือน ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งทางตะวันออก คู่แข่งขันชิงบัลลังก์ผู้นำ-ประธานาธิบดีสหรัฐจาก 2 พรรคใหญ่ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และโจ ไบเดน กำลังขับเคี่ยวต่างคนต่างโชว์วิสัยทัศน์ช่องใครช่องเขาโจมตีกันและกันอย่างดุเดือด มองไปแล้วก็ให้ว้าเหว่กับความเป็น “สห-รัฐ” ประหนึ่งอยู่กันคนละประเทศ ทุกข์ใครก็สู้กันไป

ปัญหาภัยพิบัติ ทั้งไฟป่า พายุ น้ำท่วม ไม่ถูกบรรจุอยู่ในเนื้อหาการหาเสียงของว่าที่ประธานาธิบดีว่ามีแผนการรับมือเฉพาะหน้า และแก้ปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืนอย่างไร

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. สนข.เอ็นบีซี รายงานสถานการณ์ไฟป่าบริเวณภูเขาร็อคกี้ ในรัฐโคโลราโด ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2563 ว่ากำลังส่อเค้ารุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ หลังจากกระแสลมที่พัดมาด้วยความเร็ว 113 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้เปลวไฟไหม้ลามอย่างรวดเร็ว ทางการประกาศเตือนประชาชนอพยพออกจากที่อยู่อาศัยแล้ว บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย 95 หลัง หน่วยดับเพลิงต้องระดมเจ้าหน้าที่กว่า 1,000 นายเข้าสกัดไฟ

สำนักงานดับเพลิงโคโลราโดเปิดเผยว่า ไฟป่า “เดอะ คาเมรอน พีค” ที่กำลังลุกไหม้ภูเขาฝั่งตะวันตกของฟอร์ท คอลลิน ขยายวงรวดเร็ววันละกว่า 50,000 ไร่ กินอาณาบริเวณความเสียหายไปแล้วกว่า 400,000 ไร่

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังเข้าไปควบคุมแนวไฟป่าไม่ให้ลามเข้าเขตชุมชน คาดว่าจะมีกระแสลมแรงต่อเนื่องไปจนถึงสุดสัปดาห์ เป็นอุปสรรคต่อการดับไฟป่าที่เกิดขึ้นบนภูเขา ทางตะวันออกของเมืองฟอร์ท คอลลินส์ เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้ประมาณ 56%.

อีกฉากหนึ่งของอเมริกาคือศึกเลือกตั้งทรัมป์และไบเดน

หลังจากการโต้อภิปรายประชันวิสัยทัศน์หรือดีเบท รอบ 2 ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน และนายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ซึ่งกำหนดมีขึ้นในวันนี้ ตามเวลาประเทศไทย ถูกยกเลิก เนื่องจากต้องเปลี่ยนรูปแบบการดีเบทแบบขึ้นเวทีประชันกัน เป็นการดีเบทแบบออนไลน์ ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธรูปแบบการดีเบทดังกล่าว และนายไบเดนก็ประกาศก่อนหน้าว่า จะไม่ดีเบทกับประธานาธิบดีทรัมป์ หากยังไม่หายป่วยจากโรคโควิด-19 ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้ง 2 ก็มีกำหนดขึ้นเวทีปราศรัยแบบ “ทาวน์ฮอล” ในเวลาเดียวกันวันนี้ ตามเวลาประเทศไทย แต่คนละสถานที่ และมีการถ่ายทอดสด แต่ทางสถานีโทรทัศน์คนละช่อง

การปราศรัยแบบ “ทาวน์ฮอล” ของประธานาธิบดีทรัมป์ กำหนดมีขึ้นในเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา โดยถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอบีซีก็ถ่ายทอดสดการปราศรัยแบบ “ทาวน์ฮอล” ของนายไบเดน จากเวทีในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ในเวลาเดียวกันของเช้าวันนี้ ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งทั้ง 2 รัฐนี้ถือได้ว่าเป็นสมรภูมิสำคัญของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

รูปแบบการปราศรัยแบบทาวน์ฮอลมีความแตกต่างจากการดีเบท เนื่องจากแบบทาวน์ฮอลจะเป็นการตอบคำถามจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่การดีเบทจะมีผู้ดำเนินรายการเป็นผู้ตั้งคำถามให้ผู้ชิงตำแหน่งทั้งสองตอบ

ขณะที่การดีเบทรอบแรก หนึ่งในประเด็นที่ทำให้คะแนนนิยมประธานาธิบดีทรัมป์แย่ลง ก็หนีไม่พ้นเรื่องการจัดการการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ล้มเหลว และประเด็นดังกล่าวก็อาจถือได้ว่าเป็นประเด็นหลักที่ทำให้ดูเหมือนว่าประธานาธิบดีทรัมป์กำลังเพลี่ยงพล้ำให้แก่คู่ต่อสู้ในการเลือกตั้งครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม แม้คะแนนนิยมของนายไบเดนจะแซงหน้าประธานาธิบดีทรัมป์อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ประมาทไม่ได้ เนื่องจากมีตัวอย่างให้เห็นแล้วเมื่อคราวที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐกับนางฮิลลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครต ซึ่งผลการสำรวจของหลายสำนักออกมาในทิศทางเดียวกันว่า นางคลินตันมีคะแนนนิยมเหนือกว่าประธานาธิบดีทรัมป์ และผลการเลือกตั้งยังออกมาว่านางคลินตันชนะคะแนนที่เรียกว่า “ปอบปูลาร์ โหวต” แต่ที่สุดแล้วการตัดสินผู้แพ้หรือชนะ อยู่ที่คะแนนของคณะผู้เลือกตั้งหรือ electoral college ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นฝ่ายคว้าชัยชนะในที่สุด

แต่ที่น่าแปลกทั้งสองไม่เอ่ยถึงเหตุไฟป่าร้ายแรงที่เกิดขึ้นถี่ในสหรัฐ มากไปกว่าถกเถียงเรื่อง ปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change)