หมอปลาโดนหนัก! ปชช.ไม่ทนฟ้อง 4 ข้อหา! ขณะ”พี่ศรี” บุกปปช.ร้องสอบกราวรูดนอภ.-ผอ.สำนักพุทธฯไม่รอด

1190

หมอปลาโดนหนัก! ปชช.ไม่ทนฟ้อง 4 ข้อหา! ขณะ”พี่ศรี” บุกปปช.ร้องสอบกราวรูดนอภ.-ผอ.สำนักพุทธฯไม่รอด

จากกรณีความคืบหน้ากรณีสมาคมชาวยโสธร สภาวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร ชมรมพระพุทธศาสนาจังหวัดยโสธร และยุวพุทธิกสมาคมยโสธร เตรียมที่จะเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร เพื่อแจ้งความดำเนินกับหมอปลา หรือนาย จีรพันธ์ เพชรขาว และพวก เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับหลวงปู่แสง ญาณวโรนั้น

มีรายงานว่า ล่าสุด นายรัตน์ภิโพธิ ทวีกันย์ กรรมการสมาคมชาวยโสธร พร้อมทนายความ และชาวบ้าน อ.ป่าติ้ว ได้เดินทางเข้าพบร.ต.อ.นครินทร์  สัตตนันท์ ร้อยเวรฯ สภ.ป่าติ้ว เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับหมอปลา พร้อมพวก ใน 4 ข้อหากล่าวหา ประกอบด้วย

1.นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

2. ใส่ความคณะสงฆ์ให้เสื่อมเสีย ก่อให้เกิดความแตกแยก ตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์พ.ศ.2505 มาตรา 44 ตรี

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

3.อั้งยี่ซ่องโจร

4.ร่วมกันทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ

นอกจากนี้ ยังได้นำหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอไลฟ์สดของหมอปลา และที่เผยแพร่ตามสื่อออนไลน์ต่างๆ ในวันเกิดเหตุไปให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อประกอบการดำเนินคดีอีกด้วย พร้อมกับยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อเป็นบรรทัดฐานให้กับพระพุทธศาสนาต่อไป

ในขณะเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนสอบสวนและเอาผิดนายอำเภอป่าติ้ว และผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาฯ จ.ยโสธร กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้หมอปลา และพวก พาทีมสื่อมวลชนบุกไปที่สำนักสงฆ์ดงสว่างธรรม อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร เพื่อกล่าวหา “หลวงปู่แสง ญาณวโร” อันมีความผิดทางอาญาหลายมาตรา

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2565 นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา กับพวก พาทีมสื่อมวลชนบุกไปที่สำนักสงฆ์ดงสว่างธรรม อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร เพื่อกล่าวหา “หลวงปู่แสง ญาณวโร” โดยอ้างว่าจับหน้าอกผู้หญิง โดยมีการนำคลิปภาพและเสียงที่จัดทำขึ้นในลักษณะล่อให้กระทำความผิด อันเป็นพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 179 มาเป็นพยานในการกล่าวหาดังกล่าว และใช้กิริยาวาจาและท่าทางที่ไม่เหมาะสม ไม่เป็นการเคารพพระอริยสงฆ์ในพุทธศาสนา เป็นเหตุให้เกิดเป็นกระแสไม่พอใจของศิษยานุศิษย์และประชาชน เนื่องจากว่าข้อเท็จจริง หลวงปู่แสง ท่านชราภาพอายุนับ 100 ปีแล้ว และมีอาการป่วยอัลไซเมอร์ จึงไม่มีเหตุผลที่มีน้ำหนักที่จะเป็นไปตามการกล่าวหาได้

การบุกไปสำนักสงฆ์ดังกล่าว มีนายอำเภอป่าติ้ว ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธฯ จ.ยโสธร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมคณะบุกไปร่วมด้วย ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ย่อมต้องเข้าใจกฎ ระเบียบ และขั้นตอน วิธีการในการปฏิบัติต่อพระเถระชั้นผู้ใหญ่ดี แต่กลับปล่อยให้หมอปลา และพวก แสดงพฤติกรรมในลักษณะข่มขืนใจหลวงปู่แสง ให้ยอมรับว่ากระทำการใดหรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด อันมีลักษณะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 และยังอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 14 (1) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 แก้ไขเพิ่มเติม 2560 ประกอบ พรบ.คณะสงฆ์ 2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 มาตรา 44 ตรี และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 และมาตรา 210 ฐานอั้งยี่-ซ่องโจร อีกด้วย

การที่นายอำเภอป่าติ้วและผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาฯ จ.ยโสธร ร่วมเดินทางไปกับขบวนของหมอปลา และพวก และปล่อยให้มีพฤติการณ์ข่มขืนใจ จาบจ้วง และการแสดงกริยาวาจาท่าทางที่ไม่เหมาะสมต่อ “หลวงปู่แสง ญาณวโร” ให้ยอมรับผิดตามการกล่าวหา ถือได้ว่ามีส่วนช่วยเหลือหรือสนับสนุนให้หมอปลาและคณะกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สนับสนุนนั้น

เพื่อมิให้เจ้าหน้าที่รัฐถูกบุคคลใดใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นเครื่องมือของใครในการกระทำดังกล่าว หรือแสวงหาผลประโยชน์แอบแฝง หรือทำลายพระพุทธศาสนา สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจำต้องนำความมาร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนสอบสวนและเอาผิดผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้งสองและผู้ที่เกี่ยวข้องในโทษขั้นสูงสุดต่อไป

ต่อมาทางด้านของ นายสนธิญา สวัสดี​ แจ้งความดำเนินคดีกับนายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา กับพวก นำสื่อมวลชนและข้าราชการ จาบจ้วง​ หลวงปู่แสง ญาณวโร วัดป่าดวงสว่างธรรม ให้รับสารภาพว่าลวนลาม​ สีกา​ ใช้วิธีล่อให้กระทำความผิด อันเป็นวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ /พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง