พี่สาว”อิงฟ้า”ไลฟ์ร่ำไห้โฮ! เล่าเบื้องหลังชีวิต”น้องสาว”อยู่ค่ายเก่าสุดรันทด เศร้าเทียบ”ณวัฒน์”เหมือนพ่อที่จากไป!

601

เรียกได้ว่าเป็นนางงามนักสู้ตัวจริงเสียงจริงเลยทีเดียว สำหรับสาว “อิงฟ้า วราหะ” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 ที่ก่อนหน้านี้ เจอดราม่าหนักว่าไม่สมมง แต่เจ้าตัวก็ไม่ย่อท้อ พิสูจน์ตัวเองด้วยการหารายได้เข้าองค์รัว ๆ หลังจากมงลงแค่ 3 วัน

จนกระทั่งจู่ๆก็มีดราม่าค่ายเพลงที่อิงฟ้าเคยสังกัด ออกมาโจมตีว่าเธอติดสัญญาค่ายหนึ่งอยู่ มาประกวดโดยไม่ขออนุญาต รักและดูแลเหมือนคนในครอบครัว แต่ทำไมไม่พูดถึงคนที่เลี้ยงมาเลย ก่อนที่ทางค่ายจะออกมาประกาศอีกว่าอิงฟ้านั้นติดสัญญาจนถึง ปี 2568 ซึ่งในสัญญามีข้อตกลงระบุอย่างชัดแจ้งว่า “ห้ามมิให้รับงานแสดงต่างๆ เช่น การเป็นพิธีกร แสดงละคร แสดงภาพยนตร์ ขับร้องเพลง ถ่ายแบบ เดินแบบ หรือ รับจ้างโฆษณา ให้กับบุคคลอื่น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจาก
บริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง” และยังมีรายละเอียดอีกหลายประการ ดังนั้น การใดที่กระทำขึ้นอันเป็นการละเมิดข้อตกลงในสัญญาที่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว บริษัทฯ จะดำเนินคดี กับผู้ละเมิดให้ถึงที่สุด

ซึ่งล่าสุด ด้าน “ปลายฟ้า วราหะ” พี่สาวของอิงฟ้าได้ออกมาไลฟ์สดพูดถึงชีวิตที่ต้องลำบากสุด ๆ ก่อนหน้านี้ โดยเธอเล่าว่า “ไม่เหนื่อยนะแต่เหนื่อยใจ วันนี้นางออนสเตจมาก ศิลปินจริง ๆ ศิลปินที่ตัวเองอยากเป็น ศิลปินที่ตัวเองใฝ่ฝัน” ก่อนที่พี่สาวอิงฟ้าจะร้องไห้ออกมา แล้วพูดต่อว่า

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

“ที่ผ่านมามันหลายครั้งมาก ที่อยากออกมาปกป้องตลอด แต่น้องบอกให้ปล่อยตลอด ซึ่งคนเป็นพี่อ้ะ อยากช่วย พอเราเห็นทุกอย่าง ในวันแรกที่พ่อเสีย มีคนๆหนึ่งอยากให้น้องเป็นศิลปิน ด้วยความที่น้องชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว มีโอกาสจะได้ขึ้นร้องเพลงเวทีนั้นเวทีนี้ แล้ววันที่พ่อป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย พูดกันแล้วว่า พ่ออยากอยู่ต่อ อยากเห็นน้องเป็นศิลปิน ตอนนั้นเราเรียนอยู่มหาลัย แล้วแม่เราก็ป่วย น้องเราเด็กมาก แต่น้องเรามีความฝันว่าอยากเป็นศิลปิน เราจำภาพได้หมดว่ามันเป็นยังไง

สิ่งที่คนๆหนึ่งพุดกับน้องพูดกับครอบครัว ว่าอยากให้น้องเป็นศิลปิน อยากให้น้องดัง น้องจะได้มีบ้านมีรถ มีอะไรให้แม่ เพราะตอนนั้นแม่ป่วย ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง แม่ก็ย้ายมาอยู่บ้านย่า แต่ด้วยความที่พ่อเสียแล้ว น้องกับแม่ขึ้นมาเซ็นสัญญา เราไม่ได้ไปด้วย เพราะเราติดเรียน เราไม่รู้ว่าสัญญาตอนนั้นคือยังไง แม่เราก้ยังไม่รู้เลย พอวันที่จัดการทุกอย่างเสร็จ พ่อเผาเรียบร้อย แต่ก่อนหน้านั้น พ่อพูดว่า ฝากข้อความความ 3 พ่น้อง จะเกิดอะไรขึ้นอย่าทิ้งกัน เราจำได้ตลอด เราไม่เคยคิดที่จะทิ้ง พอเราเรียน เราหารายได้ของเรา ส่วนน้องขึ้นมา ก็ย้ายมาอยู่ในค่าย ๆ หนึ่ง อยู่ในห้อง ๆ หนึ่งในบ้าน แต่จะแยกออกมาเป็นห้องแถว ห้องที่มีฟูกไม่มีเตียง ห้องที่ห้องน้ำอยู่ข้างนอก แต่เราเชื่อมั่น ณ ตอนนั้นว่า น้องเราจะดัง น้องเราจะได้เป็นศิลปิน

ใช่ น้องได้ออกผลงานเพลง ซึ่งทุกคนสามารถหาดูได้ในยูทูบ เราเข้าใจเรื่องของการทำงานหนักในตอนนั้นว่า น้องจะต้องไปอัดเพลงกลับบ้านตี2 ตี3 กลับบ้าน น้องได้ส่งเรียนโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ประมาณเทอม สองเทอม แต่ว่าแม่ก็มาอยู่กับน้อง มันเป้นเรื่องที่เราไม่เคยอยากเอามาพูดเลย ไม่อยากเอามุมมองที่อ่อนแอออกมาพูด น้องก็อยากให้คนมองแค่ในมุุมมองที่สำเร็จแล้ว และหลังจากที่ได้ออกเพลงมาในยูทูบประมาณ2-3เพลง ก็ไม่เห้นว่าน้องจะมีงานอะไร ถามว่าเค้าช่วยซัพพอร์ตในช่วงแรก ช่วยซัพพอร์ทแม่ ช่วยซัพพอร์ทน้องส่งเรียน วันอาทิตย์วันเดียวที่มหาลัยแถวนั้น แล้วก็อยู่ตรงนั้นมา 5ปี กว่า ที่น้องทำงานออฟฟิศ ที่ค่าย ๆ หนึ่งมีโปรเจ็คใหม่ขึ้นมา ที่ทำในส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การเป็นศิลปินนักร้องอย่างเต็มรูปแบบ พอตอนนั้นจบมหาลัยแล้วมาปีสองปี น้องก็ยังอยู่ห้องๆนั้นเหมือนเดิม แม่ก็ย้ายมาอยู่สุพรรณ แล้วน้องก้ได้ออกมาอยู่อพาร์ตเม็นท์ที่ไม่ได้ไกลจากออฟฟิศตรงนั้น อยู่น่าจะประมาณปี-2ปี เราทำงานแล้ว แล้วน้องไม่มีเงิน ก็ยืมกัน แม้กระทั่งวันหนึ่งที่น้องบอกว่า ไม่อยากขอเขาเลยรู้สึกลำบากใจ วันที่น้องแบ่งมาม่า หนึ่งถ้วยกับคนในออฟฟิศ แล้วเราถามน้องว่าไหวไหมพี่จะถามบอสให้เรื่องงาน ออกมาอยู่ตรงนี้ที่พี่อยู่ เค้าเรียกน้องมาสัมภาษณ์ว่าน้องสามารถเป็นพรีเซ็นเตอร์ขายกาแฟของบริษัทได้ไหม แล้วน้องทำได้ น้องก็ได้อยู่ตรงอพาร์ตเมนต์ตรงนั้น ก็อยู่มาพักหนึ่ง วันที่น้องออกมา น้องพูดกับทางนั้นแล้ว น้องไมไหว น้องไม่มีเงิน น้องไม่มีงานที่เป็นศิลปินจริง ๆ ในส่วนอื่น ๆ ขอให้น้องเป้นคนพูดเอง แต่เรารู้ในมุมมองของเรา เพราะเราไปหาน้อง เราเห็นหลาย ๆ อย่าง แล้วจุดหนึ่งน้องก้ได้ไปสมัครร้องเพลง รายการหนึ่งเกี่ยวกับร้องเพลง ก้นั่นเป็นปัญหาแรก จนน้องถอนตัวเพราะคิดว่าเราก็ไม่ถูกที่มาร้องเพลง เพราะเค้าก็ไม่โอเค เราก็ไม่สู้ เราเข้าไปคุยกับเค้า เข้าไปขอสัญญาอีกหนึ่ฉบับ เพราะอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง เค้าบอกว่าเค้าจะให้ แต่เค้าก็ไม่ได้ให้ กี่ปีแล้ว 5-6 ปีที่แล้วด้วยซ้ำ ที่ขอก็ไม่ให้ แล้วก็ผ่านเลยไป

น้องตัดสินใจมาประกวด เวทีมิสแกรนด์ ลงสุพรรณบุรี เพราะว่าน้องอยากเป็นนางงาม แต่ก็ต้องโดนถอนอีก เพราะว่าเค้าบอกในเพจว่าติดสัญญา น้องก็ถอนตัว แต่ ณ ตอนนั้นน้องก็ได้ไปเรียนเรื่องแหล่กับอาจารย์ที่เคยเป็นศิลปินในนั้นเหมือนกัน เป็นที่มาที่น้องได้ร้องขวัญนาค ก็ล่าสุด อย่างที่เห้น ไม่เคยได้ยินเสียงโทรศัพท์ จริง ๆ มันมีเรื่องที่ลึกกว่านั้นที่น้องโดน แล้วเราอยากจะช่วย เราจะยอมทำไมในเมื่อเรามีสิทธิ์ที่จะพูด แล้วก็อยากที่ทุกคนเห้นล่าสุดเลย เราไม่ได้ร้องไห้เพราะเราโกรธเค้า แต่เราสงสารน้อง ใช่น้องเซ็นเองไม่มีใครบังคับ แต่เข้าใจคนที่มีความฝันไหม” “น้องใช้ความพยายามมาก ๆ ไม่ได้ร้องเพลงเป็นในวันเดียว ไม่ได้เดินเป็นในวันเดียว”

เรียกได้ว่าเป็นความอัดอั้นตันใจของพี่สาวที่ต้องเห็นน้องสาวฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย โดยไม่มีใครรู้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอจะร้องไห้ออกมา

ด้านสาวอิงฟ้าเองก็ได้โพสต์ข้อความถึงพ่อว่า “ทุกครั้งที่ฟ้าขึ้นร้องเพลง พ่อจะเป็นที่ชอบมาวิ่งไปถ่ายรูป และจะชอบมายืนข้างเวที วันนี้ตอนร้องเพลง แอบมองไปเห็นบอสยืนถ่ายวีดีโออยู่ข้างๆเวทีแล้วยิ้มมีความสุข มันทำให้ภาพในความทรงจำมันย้อนกลับมา อบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก. ภาพที่มาจากพ่อฟ้าถ่าย ยังคงเก็บไว้ในความทรงจำเสมอ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ก็ทำให้เห็นว่า บอสพร้อมที่จะปกป้องพี่ฟ้าเต็มที่ เค้าคือครอบครัวที่พี่ฟ้าควรจะเจอตั้งนานแล้ว
ขอบคุณจากใจนะคะ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ”

เรียกได้ว่าก็ยังเป็นโชคดีของสาวอิงฟ้า ที่แม้จะเจอเรื่องราวเลวร้ายขนาดไหน ก็ยังคงได้เจอคนที่รักและเอ็นดูเธอ ทั้งนี้อิสรภาพก็ขอเป็นกำลังใจให้อิงฟ้าผ่านเรื่องราวเลวร้ายเหล่านี้ไปได้ด้วยดี