ดุเดือด!!วันรำลึกชัยชนะ รัสเซียยันไม่เร่งจบ เดินหน้าถล่มเมืองท่าสำคัญ ย้ำสหรัฐ-นาโต้เปิดW3แบบไม่เป็นทางการแล้ว

707

ขณะที่สหรัฐฯดักคอรัสเซียว่า เตรียมผนวก2แคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์ในแบบที่ไครเมียทำประชามติขอเข้ารวมกับรัสเซียนั้น กองทัพรัสเซียเริ่มโจมตีรอบใหม่ถล่ม “โอเดซา” เมืองท่าสำคัญของยูเครน ขณะที่หลายฝ่ายจับตาว่าใกล้วันรำลึกชัยชนะครั้งสงครามโลกครั้งที่สอง 9 พ.ค.ทึ่จะถึงรัสเซียอาจมีเซอร์ไพรซ์ใหญ่ แต่รัสเซียปฏิเสธและยืนยันไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุดการสู้รบ เพราะปัจจุบันนี้ชัดเจนว่า สหรัฐและนาโต้ได้เข้าร่วมการสู้รบแล้ว โดยส่งอาวุธและเงินอย่างเปิดเผยเพียงแต่ไม่ได้ประกาศเป็นทางการ 

วันที่ 3 พ.ค.2565 สำนักข่าวรอยเตอร์และรัสเซียทูเดย์ ได้รายงานการสู้รบดุเดือดรอบใหม่ มีขึ้นในขณะที่สหภาพยุโรปเผยว่าพวกเขากำลังเตรียมพร้อมสำหรับการตัดขาดอุปทานก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียโดยสิ้นเชิง ด้วยเวลานี้ทางกลุ่มกำลังเตรียมการมาตรการคว่ำบาตรอีกแพ็คเกจ ที่มั่นใจได้เลยว่ามันจะก่อความขุ่นเคืองแก่ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ เซอร์เก ลาฟรอฟ(Sergey Lavrov)รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่ารัสเซียจะไม่พยายามปฏิบัติการทางทหารในยูเครนให้เสร็จสิ้นภายในวันแห่งชัยชนะ จังหวะก้าวของปฏิบัติการพิเศษทางทหารของรัสเซียในยูเครนขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการลดความเสี่ยงสำหรับพลเรือนและกองทหารรัสเซียเป็นสำคัญ

ลาฟรอฟกล่าวเสริมว่า“เราจะเฉลิมฉลองวันที่ 9 พฤษภาคมอย่างเคร่งขรึมอย่างที่เราทำมาตลอด” 

เขาตั้งข้อสังเกตว่าการปฏิบัติการนี้มีจุดมุ่งหมายโดยเฉพาะเพื่อความปลอดภัยของพลเรือนและทำให้แน่ใจว่าไม่มีภัยคุกคามจากยูเครนต่อพลเรือนและรัสเซีย “ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาวุธที่น่ารังเกียจ และการแพร่กระจายของแนวคิดลัทธิทหารสุดโต่งที่ตะวันตกทำเป็นมองข้ามและแอบสนับสนุน”

นักการทูตระดับสูงของรัสเซียกล่าวเน้นย้ำว่า “ฉันเคยเห็นรายงานของ NBC ฉันได้อ่านนิตยสาร National Interest แล้ว มีบทความที่จริงจังเริ่มปรากฏขึ้นที่นั่นเพื่อเตือนไม่ให้เล่นเกมกับพวกลัทธิทหารสุดโต่ง เหมือนที่มันเกิดขึ้นในปี 1935-1938ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2” 

ล่าสุด รัสเซียหวนถล่มหนักโรงงานเหล็กมาริอูโปล หลังอพยพประชาชนที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ด้านรัฐบาลยูเครนประกาศอย่างเป็นทางการ ปืดท่าเรือทุกแห่งในทะเลอาซอฟและทะเลดำ เพราะถูกรัสเซียยึดครองหมดแล้ว

ในอีกด้านหนึ่ง ส.ส.สหรัฐฯ เสนอให้อำนาจเด็ดขาด ปธน.ไบเดน ส่งทหารอเมริกันเข้าร่วมสงครามยูเครนอย่างเปิดเผยไปเลยไม่ต้องสนใจนานาชาติใช้กฎหมายสงครามไม่ต้องตรวจสอบ

อดัม คินซินเกอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันอาทิตย์ที่1 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า จะยื่นญัตติเรื่องการให้อำนาจการตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวแก่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในการอนุมัติใช้กำลังทหารหากรัสเซียใช้อาวุธเคมี อาวุธชีวภาพ หรืออาวุธนิวเคลียร์ในยูเครน โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการสืบสวนใดๆ จากนานาชาติ

คินซินเกอร์ พยายามมาตลอดสำหรับผลักดันให้สหรัฐฯ มีส่วนเกี่ยวข้องในความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้น และก่อนหน้านี้เขาสนับสนุนมาตรการต่างๆ ที่ฝ่ายไม่เห็นด้วยและประธานาธิบดีโจ ไบเดน ระบุว่ามันอาจนำมาซึ่ง “สงครามโลกครั้งที่ 3”

ญัตตินี้จะทำงานเหมือนกับกฎหมาย “การอนุญาตให้ใช้กำลังทหาร หรือ AUMF” ยุคหลังเหตุการณ์ 9/11 ที่ต่ออายุการใช้ทุกปีมาตั้งแต่ปี 2001 โดยการอนุญาตนี้เคยมอบไฟเขียวทางกฎหมายให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อนุมัติโจมตีมาแล้วหลายสิบประเทศ โดยไม่ต้องประกาศสงครามอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ในนั้นรวมถึงอัฟกานิสถาน อิรัก ซีเรีย โซมาเลีย และเยเมน

“อย่างที่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ เคยพูดว่า ปูตินต้องหยุด” ถ้อยแถลงจากสำนักงานของคินซินเกอร์ระบุ “ดังนั้น ผู้บัญชาการโดยตำแหน่งของกองทัพที่ยิ่งใหญ่ของโลกควรมีอำนาจและหนทางที่จะดำเนินการต่างๆ ที่จำเป็นตามนั้น”

คินซินเกอร์ สมาชิกรีพับลิกันที่มีความเห็นสอดคล้องกับเดโมแครตในประเด็นต่างๆ เกือบทั้งหมด เคยเรียกร้องอย่างเปิดเผยให้สหรัฐฯ เข้าร่วมกับความขัดแย้งนี้ โดยไม่กี่วันหลังจากกองกำลังรัสเซียบุกเข้าไปในยูเครนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เขาเรียกร้องให้นาโต้บังคับใช้เขตห้ามบินเหนือประเทศแห่งนี้ ความเคลื่อนไหวที่จะเห็นพันธมิตรทหารที่นำโดยสหรัฐฯ ทำหน้าที่สอยเครื่องบินรบรัสเซียและโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย

แม้ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เรียกร้องบังคับใช้เขตห้ามบินเช่นกัน แต่ทาง ไบเดน ปฏิเสธ โดยบอกว่ามันจะจุดชนวนสงครามโลกครั้งที่ 3 กับรัสเซีย นอกจากนี้ คินซินเกอร์ ยังกดดันรัฐบาลไบเดน ให้เป็นผู้ส่งมอบเครื่องบินรบที่บริจาคโดยโปแลนด์แก่ยูเครน ซึ่งทางรัฐบาลก็ปฏิเสธเช่นกัน โดยอ้างถึงความเสี่ยงเผชิญหน้ากับรัสเซีย

ปัจจุบันยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าญัตติของ คินซินเกอร์ จะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาอภิปรายหรือไม่และเมื่อไหร่ ในขณะที่ตัวของไบเดนเองเคยบอกว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้หากว่ากองกำลังรัสเซียใช้อาวุธทำลายล้างในยูเครน แต่เขาพยายามหลีกเลี่ยงไม่ขีดเส้นตายใดๆ และหันมาเดินหน้าส่งมอบอาวุธแก่ยูเครนแทน และเวลานี้กำลังช่วยฝึกฝนทหารของยูเครนใช้ระบบอาวุธเหล่านั้นบางส่วนในเยอรมนี

พฤติกรรมแบบนี้ใครๆก็มองออกว่า คือการเข้าร่วมสงครามอย่างเลี่ยงบาลี และทางฝ่ายรัสเซียก็เคยให้สัมภาษณ์ระบุชัดแล้วว่า สหรัฐและนาโต้ได้เข้าร่วมการสู้รบในยูเครน ผลักดันสงครามใหญ่ให้ขยายวงแล้วอย่างไม่เป็นทางการ