ยุทโธปกรณ์ NATO ถูกรัสเซียพังเละ แต่หนี้สิน “ยูเครน” ต้องจ่ายสหรัฐฯ ตามเดิม

787

ยูเครนไม่ทันได้ใช้! รถถัง รถหุ้มเกราะ ปืนใหญ่ NATO ถูกรัสเซียพังเละ แต่หนี้สินต้องจ่ายสหรัฐฯ ตามเดิมไม่มีส่นลด!?

ล่าสุดทางด้านของ เพจสาธารณะ World Update ได้มีการรายงานถึง รถถัง รถหุ้มเกราะ ปืนใหญ่ ของ NATO ที่ได้ส่งให้ยูเครน พังเละไปหมด โดยเปิดเผยว่าเป็นการอ้างอิงจาก BulgarianMilitary ,Janes , Perepichak news, CTGkurdistan , CNN , European Justice และ MCOT โดยมีรายละเอียดว่า

พังเละไปหมดแล้ว สารพัดรถถัง รถหุ้มเกราะ ปืนใหญ่ NATO ยูเครนไม่ทันได้ใช้

ตามที่สหรัฐ และ NATO ประโคมข่าวผ่านสื่อตะวันตกแทบทุกชั่วโมง จนผิดปกติว่าประเทศโน้น นี้ นั้น ส่งอาวุธปืนใหญ่ รถถัง รถหุ้มเกราะ จรวดต่อต้านรถถัง ลูกปืนใหญ่ ให้กับกองทัพยูเครน สู้กับรัสเซีย ฟังเผินๆ เหมือนดูดีมีลุ้น แต่ในความเป็นจริงนั้นมีเบื้องหลัง ประการแรก คำว่า “เงินช่วยเหลือ” ที่สหรัฐมอบให้ยูเครน แต่เป็นเฉพาะด้านอาวุธนั้น คือ “เงินกู้” ทุกดอลลาห์ไม่ใช่การให้เปล่า เพราะ “ของฟรีไม่มีในโลก” สหรัฐเขาใช้คำว่าเงินช่วยเหลือนี้ตบตามานานแล้วเพื่อให้ดูดี และชาวโลกไม่ตำหนิ

เช่น เงินช่วยเหลือสนับสนุนยูเครนด้านอาวุธรอบแรกหลายระลอกรวมราว 13,000 ล้านดอลลาห์ รอบใหม่กว่า 30,000 ล้านดอลลาห์ รวม 43,000 ล้านดอลลาห์ ( กว่า 1.46 ล้านล้านบาท) ยังไม่นับรอบถัดไปจากนี้ ก็คือ “เงินกู้ที่ชาวยูเครนจะต้องร่วมกันใช้คืนให้สหรัฐ” นั่นเอง โดยสินค้าจะส่งไปลงที่โปแลนด์ก่อน ส่วนบิลเก็บเงินจะส่งไปที่กรุงเคียฟ ของยูเครน

ใบวางบิลสหรัฐกระสุนปืนใหญ่ล่าสุดคือกว่า 165 ล้านดอลลาห์ (5,600 ล้านบาท) แม้โปแลนด์ส่งกระสุนจำนวนนี้ยูเครน แล้วถูกกองทัพรัสเซียยึดคลังอาวุธกระสุนปืนใหญ่นี้ไปหมด ยูเครนก็ต้องจ่ายหนี้ให้สหรัฐ ไม่ว่าผู้นำยูเครนคนปัจจุบันจะลงจากตำแหน่ง เปลี่ยนไปสักอีกกี่คน จะนานสักกี่ร้อยปีก็คือหนี้สินรัฐบาลชาวยูเครนก็ต้องใช้หนี้

ประการที่สอง สหรัฐ มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของยูเครน ในรูปแบบดอลลาห์ที่ฝากธนาคารสหรัฐไว้เป็นหลักค้ำประกันเงินกู้ สามารถหักชำระหนี้ได้ (เช่น ไทยมีกว่า 8 ล้านล้านบาท เป็นต้น) ประการที่สาม ถ้าเงินสำรองนี้ยูเครนหมดไปแล้ว อนาคตสหรัฐสามารถแลกเปลี่ยนเป็น “สัมปทาน” น้ำมัน ถ่านหิน แร่ธาตุ จากยูเครน อีกหลายร้อยปีจนกว่าจะหมดหนี้ก็ได้ เพราะสหรัฐ หวังว่ารัสเซียจะไม่ยึดยูเครนหมดทั้ง 100% ของพื้นที่

ดังนั้นพื้นที่ยูเครนส่วนที่เหลือด้านตะวันตก ยูเครนก็สามารถต่อรองขายแผ่นดินใช้หนี้ผนวกรวมประเทศกับโปแลนด์ได้ ขยายเขต NATO เข้าไปทางยูเครนตะวันตกจากอาณาเขตโปแลนด์ที่ขยายไป ส่วนตรงกลางก็เหลือไว้ให้ยูเครนนิดหน่อยไว้เป็นรัฐกันชนกับเขตแดนใหม่รัฐเซียที่ขยายยืดออกมาผนวกรวมกับดินแดนใหม่

ซึ่งแผ่นดินยูเครน ส่วนที่เหลือตรงกลางนี้ก็จะต้องรับชดใช้หนี้สหรัฐไปด้วย และจะอ่อนแอจนไม่มีเหลืออะไรให้พัฒนาได้อีกแล้ว กองทัพก็จะไม่มีอะไร ฝ่ายตะวันตก EU, NATO ก็ไม่อยากได้อีกเพราะจะเป็นภาระเตี้ยอุ้มค่อม พวกบรรดาอาวุธรถถัง รถหุ้มเกราะ ปืนใหญ่ ที่สหรัฐออกข่าวครึกโครมว่าส่งมาให้ยูเครนนั้น ส่วนใหญ่บีบบังคับให้ชาติในอดีตสหภาพโซเวียติเดิมส่งมาคือ “อาวุธเก่าเก็บเหลือมาจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2”

รถหุ้มเกราะเยอรมัน มีแต่รถแต่ไม่มีกระสุนผลิตแล้ว ขอจากสวิตเซอร์แลนด์ก็ไม่กล้าให้เพราะเข็ดจากคราวอายัดเงินรัสเซีย แล้วโดนชาติต่างๆ กลัวโดนแบบรัสเซีย ก็แห่ไปถอนเงิน จนธนาคารสวิตฯ ต้องรีบคืนเงินอายัดให้รัสเซีย ประการที่สี่ สหรัฐต้องการทำลายทิ้งอาวุธเก่าสหภาพโซเวียติให้หมด เพื่อบีบประเทศยุโรปมาซื้ออาวุธใหม่จากสหรัฐ ทดแทนของเดิม

พวกรถถัง รถหุ้มเกราะพวกนี้น้ำหนักมากชุดละหลายตันต้องส่งทางรถไฟจากโปแลนด์เข้ายูเครนตะวันตกช่องทางเดียวเท่านั้น ไม่สามารถส่งทางเรือ เครื่องบินได้ เพราะรัสเซียยิงขีปนาวุธทำลายทิ้งหมด หรือทางรถยนต์ก็ไม่ไหว เพราะหนักและระยะขนไกลมาก เมื่อพ้นชายแดนโปแลนด์มา โดรนรัสเซีย ที่คอยส่องอยู่ 24 ชม. เห็นทุกตารางนิ้ว ก็รายงานไปที่ศูนย์บัญชาการ จากนั้นกองทัพรัสเซีย ก็ยิงขีปนาวุธมาใส่ชุมทางรถไฟพังหมด ล่าสุดยูเครน โดนถล่มสถานีรถไฟด้วยขีปนาวุธสถานี Fastov , Krasnoselka และ Polonnoe รวมโดนถล่มไปแล้ว 11 สถานี

สามารถบล็อคการขนส่งอาวุธจากโปแลนด์ได้ทุกส้นทางรถไฟ อาวุธหนักพวกนี้ก็กลายเป็นเศษเหล็กไม่เคยไปถึงมือทหารยูเครนสักที เช่น อาวุธที่สหรัฐ แคนาดา ออสเตรเลีย ส่งมาให้ยูเครนคือ ปืนใหญ่รุ่น M777 howitzers ขนาด 155mm ผลิตโดย BAE Systems มาตั้งแต่ปี 2548 น้ำหนักมากถึง 4,200 กก. และยาว 10.7 เมตร ใช้ทหาร 8 นายควบคุม พิสัยยิงสั้นมากๆ แค่ 24 – 40 กม.เท่านั้น ยิงจากชายแดนโปแลนด์ ยังไม่ถึงเมืองลวิฟเมืองชายแดนยูเครนตะวันตกเมืองแรกด้วยซ้ำ

ที่ลวงโลกมากคือ ทหารยูเครนใช้อาวุธตะวันตกไม่เป็น สหรัฐ เพิ่งขนไปฝึกชุดแรกจบแค่ 50 นาย อีก 50 นายยังไม่จบหลักสูตร ทหารจำนวนแค่นี้จะไปสู้ขีปนาวุธที่ยิงมาจากเรือดำน้ำในทะเลดำระยะพิสัยกว่า 2,000 กม. คงไม่ไหว สหรัฐ ทำได้เพียงบรรทุกปืนใหญ่นี้ใส่เครื่องบินทหารขนส่งโบอิ้ง C-17 Globemaster III Armi Recognition จำนวน 4 ลำ เดินทางไปพักยังยุโรปก่อน ที่เมืองสตุตการ์ต ประเทศเยอรมนี ที่เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าอาวุธ

จากนั้นจะขนส่งทางรางไปยังโปแลนด์ที่ชายแดนติดกัน จากโปแลนด์ ก็ขนโดยรถไฟต่อเข้าไปยังยูเครนตะวันตก..จากนั้นก็โดนขีปวุธรัสเซียถล่มรางไฟ อาวุธพวกนี้อย่าว่าแต่ออกสนามรบเลย แม้แต่จะออกจากรางรถไฟยังไม่มีโอกาส เพราะพังแบบนี้ต้องใช้รถเครนมายก โดรนรัสเซีย บนท้องฟ้าส่องอยู่ก็สั่งถล่มรถเครนซ้ำอีก ก็ต้องทิ้งคารางรถไฟเป็นสุสานรถถัง รถหุ้มเกราะ ปืนใหญ่อยู่แบบนี้