หมอวรงค์ แฉ ทฤษฎีสมคบคิด ล้มบิ๊กตู่! ระบบบัตรสองใบ ทำให้เกิดนายทุนคุมพรรค-มีอำนาจกำหนดนายกฯ-รมต.?

644

หมอวรงค์ แฉ ทฤษฎีสมคบคิด ล้มบิ๊กตู่! ระบบบัตรสองใบ ทำให้เกิดนายทุนคุมพรรค-มีอำนาจกำหนดนายกฯ-รมต.?

จากกรณีที่วันนี้ (30 เมษายน 2565) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีของการแก้รัฐธรรมนูญบัตรเลือกตั้งสองใบ โดยระบุว่า #ทฤษฎีสมคบคิดหรือไม่

ผมเป็นคนหนึ่ง ที่คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญบัตรสองใบ เพราะระบบนี้จะทำให้เกิดมุ้งการเมือง ซึ่งมีนายทุนมาคุมต่ออีกทอด และใช้เงินสูงมาก ต่อรองกันมาก โกงกันมาก เผด็จการรัฐสภา สุดท้าย นายทุน จะเป็นคนชี้ว่าใครจะเป็นนายก หรือรัฐมนตรี
หลังจากการแก้รัฐธรรมนูญ มาสู่บัตรสองใบ ก็เกิดมุ้งขึ้นมาจริงๆ แต่มุ้งดังกล่าว แยกพรรคออกไป ล่าสุดก็มีภาพมุ้งต่างๆทะยอย ออกมาให้เห็น เช่นกลุ่ม 16 ประกอบกับมีข่าวว่า คนมีอำนาจบางคนพบปะคนแดนไกล ที่ต่างประเทศ
ถัดมามีข่าวนายไพบูลย์ ซึ่งใกล้ชิดคนมีอำนาจ และเคยเป็นประธานกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญบัตรสองใบ แต่ภายหลัง ถูกหักไม่ได้ตำแหน่ง ประธานกรรมาธิการแก้ไขกฏหมายลูก ออกมาพูดว่า การคิดจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องหาร 100 ไม่ใช่500 ซึ่งสอดรับกับ ที่พรรคเพื่อไทยต้องการ
เมื่อวานนี้ มีแต่ข่าว ล้มพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และใช้มาตรา272ของรัฐธรรมนูญ เสนอคนนอก ซึ่งน่าจะหมายถึงพลเอกประวิตร มาเป็นนายกรัฐมนตรี ของกลุ่มคนกลุ่มต่างๆ สร้างกระแสสอดรับกันเป็นทอดๆ ท่ามกลางข่าวลือ มีการไปเจรจากับคนแดนไกลของคนบางคน
สิ่งที่เกิดทั้งหมด มันช่างเหมาะเจาะลงตัวกันพอดี ตั้งแต่เริ่มแก้รัฐธรรมนูญมาถึงวันนี้ ที่ปล่อยกระแสเปลี่ยนนายก ช่างสอดรับกับความต้องการของคนแดนไกล หรือว่ามีทฤษฎีสมคบคิดกันมาตั้งแต่คิดจะแก้รัฐธรรมนูญ
เพราะระบบบัตรใบเดียว ที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ศึกษามา อย่างน้อยๆประชาชนทั้งประเทศมีส่วนเลือกนายกรัฐมนตรี และอำนาจต่อรองอยู่ที่นายก และเกิดรัฐบาลผสม แต่มีเสถียรภาพ แต่บัตรสองใบ นายทุนพรรคมีอำนาจต่อรอง จะโกงมากกว่าเดิม เพื่อดูแลมุ้ง และมีอำนาจจะกำหนดให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้
ได้แต่หวังว่า ทฤษฎีสมคบคิดจะไม่เป็นจริง