เปิดความจริงจาก กลุ่ม ศปปส. ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ผ่าแนวกบฎปลดแอก ปกป้องขบวนเสด็จฯ

4652

เปิดความจริงจาก กลุ่ม ศปปส. ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ปกป้องขบวนเสด็จ จากขบถปลดแอก ผนึกกำลัง 20 กว่าคน ตั้งแนวรั้วเพื่อป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปขวางขบวนเสด็จ

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (14 ตุลาคม 2563) ได้มีการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร ซึ่งได้มีการเคลื่อนกำลังไปบุกยึดทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางขบวนเสด็จของสมเด็จพระราชินี และ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ ได้ผ่านทางด้านแยกนางเลิ้ง ถนนพิษณุโลกนั้น ต่อมาทางด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. แถลงว่า หลังนายกฯ มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกทม. นายกฯได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เป็นผู้แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และมีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเจ้าพนักงาน เพื่อดำเนินการตามประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉิน

ซึ่งเหตุการณ์ช่วงเย็นในวันที่ 14 ตุลาคม ก็ได้มีขบวนเสด็จ เคลื่อนผ่านกลางม็อบ ก็ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมตะโกนจาบจ้วงสถาบัน พร้อมกับชูสามนิ้วใส่ขบวนเสด็จ ซึ่งถือว่าเป็นการหมิ่นพระเกียรติอย่างยิ่ง ซึ่งแสดงความไม่พอใจของกลุ่มประชาชนผู้จงรักภักดี ที่กำลังเฝ้ารอรับเสด็จเป็นจำนวนมาก ในเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ได้มีกลุ่ม ศปปส. ซึ่งเป็นกลุ่มพิทักษ์ปกป้องสถาบัน ที่ในขณะนั้น กำลังร่วมรับเสด็จ ได้ผนึกกำลัง 20 กว่าคน ตั้งแนวรั้วเพื่อป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปขวางขบวนเสด็จ ซึ่งในรายการ TALKTOWAY โดย ดร.เวทิน ชาติกุล ผอ.สถาบันทิศทางไทย ได้เชิญกลุ่ม ศปปส. มาเล่าเหตุการณ์วินาทีที่กลุ่ม ศปปส. ปกป้องขบวนเสด็จ

ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้น ทางด้านนายจักรพงศ์ กลิ่นแก้ว แกนนำกลุ่มศปปส. ปกป้องสถาบัน ได้เล่าเหตุการณ์ในวันนั้นว่า ตั้งใจที่จะรับเสด็จที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อขบวนเสด็จของกรมสมเด็จพระเทพฯ ผ่านไป ก็ได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า ขบวนเสด็จจะเคลื่อนผ่านแยกนางเลิ้ง ถนนพิษณุโลก ซึ่งก่อนหน้าทาง ศปปส.ได้มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วไปสังเกตการณ์ก่อนแล้วว่า ในพื้นที่ดังกล่าวมีอะไรบ้าง ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมเยอะเท่าไหร่ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยควบคุมอยู่ จึงประสานไปยังกลุ่มศปปส.ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ว่าพบกลุ่มผู้หญิงสวมใส่เสื้อสีเหลืองนั่งขวางอยู่ประมาณ 30 คน จากนั้น กลุ่มศปปส.จำนวน 20 คน ก็เดินทางมาถึงเพื่อดูแล อำนวยความสะดวกให้กับขบวนเสด็จ แต่ก็มีบางอีกบางส่วนที่จะเข้ามาสมทบแต่ติดอยู่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ จึงไม่สามารถเข้ามาได้

ต่อมาได้รับรายงานว่า จะมีขบวนเสด็จผ่านเข้ามาบริเวณแยกนางเลิ้ง จากนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมก้ได้ถอยร่นฝ่าแนวกั้นออกมาเกือบจะถึงถนนเลนที่พระองค์จะเสด็จ กลุ่ม ศปปส. ก็ได้ทำการจัดแนวรั้วเพื่อป้องกันผู้ชุมนุม โดยที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ด้านหน้ากลุ่ม ศปปส. อีกชั้นหนึ่ง และด้านหน้าก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กันกลุ่มผู้ชุมนุมอีกชั้นหนึ่ง เมื่อขบวนเสด็จเริ่มเคลื่อนผ่าน ทางกลุ่มผู้ชุมนุมก็เริ่มกรูเข้ามาประชิด โดยผ่านแนวตำรวจเข้ามาถึงกลุ่ม ศปปส. ซึ่งทางกลุ่มผู้ชุมนุมมีจำนวนคนเยอะกว่า ทำให้ผู้ชุมนุมทะลักออกมา พร้อมกับตะโกนจาบจ้วงสถาบัน แต่กลุ่ม ศปปส. ก็พร้อมกันเปล่งเสียงคำว่า “ทรงพระเจริญ” จนกลบเสียงของผู้ชุมนุม

ต่อมาทางด้าน คุณกบ จาก ศปปส. ก็ได้เล่าวินาทีเหตุการณ์ในวันดังกล่าวว่า กลุ่มศปปส.ได้เปล่งเสียงทรงพระเจริญ พร้อมกับยกมือไหว้ขบวนเสด็จ และก้ได้มีตำรวจมาบอกว่า ช่วยกั้นหน่อย ทางกลุ่ม ศปปส.ก็ช่วยกั้นผู้ชุมนุมจากขบวนเสด็จ หลังจากที่ขบวนเสด็จเคลื่อนผ่านไป ก็ได้มีขวดน้ำลอยมาที่รถ จากนั้น คุณกบก็เข้าไปเก็บขวดน้ำ และถูกกลุ่มผู้ชุมนุมตะโกนด่าว่า “ไอ้พวกขี้ข้า” หลังจากที่ขบวนเสด็จเคลื่อนผานไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก้ได้บอกกลุ่ม ศปปส.ว่า ให้ออกมา เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมกำลังจะเข้ามาทำร้ายกลุ่ม ศปปส. จากนั้น ทางกลุ่ม ศปปส. ก็ได้มีการปะทะคารมกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งทางผู้ชุมนุมได้ตะโกนด่าทอ กลุ่มศปปส. ด้วยถ้อยคำหยาบคาย และมีการหมิ่นสถาบัน จึงทำให้กลุ่ม ศปปส.รับไม่ได้

นอกจากนี้ทางกลุ่ม ศปปส.ยังเล่าอีกว่า เมื่อได้เปล่งคำว่า ทรงพระเจริญ ก็ยิ่งทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมโกรธ ถึงขั้นปาขวดน้ำใส่ และยังมีการปารองเท้าใส่กลุ่ม ศปปส.ด้วย และอยากจะฝากไปถึงท่าน ผบ.ตร. ว่าให้เปิดกล้องวงจรปิดทุกตัวบริเวณแยกนางเลิ้งดูเหตุการณ์ในขณะนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางกลุ่ม ศปปส. รับไม่ได้จริงๆกับการกระทำดังกล่าวของกลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่ม ศปปส.ยังเล่าต่อไปว่า ในขณะที่ขบวนเสด็จผ่าน ก็ได้มีมอเตอร์ไซต์คันหนึ่ง ขับเข้ามาเพื่อที่จะขวางขบวนเสด็จ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นไปบนมอเตอร์ไซต์เพื่อขัดขวางไม่ให้ขวางขบวนเสด็จ ซึ่งทางกลุ่ม ศปปส. ก็ช่วยสกัดเอาไว้ได้ จากนั้น ผู้ก่อตั้งกลุ่ม ศปปส. ได้กระชากหมวกกันน็อค แต่ไม่หลุด จากนั้นได้มีการชุลมุนเกิดขึ้น และเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งให้ถอย เมื่อกลุ่ม ศปปส. ถอยไปทางยมราช ทางกลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังตามมาทำร้ายร่างกายและขว้างปาสิ่งของใส่

อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่ม ศปปส. ก็ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า เรารวมตัวขึ้นมาเพื่อปกป้องสถาบัน เราจะไม่ยอมให้ใครมาจาบจ้วงสถาบัน และยืนยันว่า เราไม่ได้รับงานจากใคร ไม่ได้รับงินมาจากใคร เรามาจากใจที่จงรักภักดีล้วนๆ