ปักกิ่งสวนแรง! เบซอสแขวะมัสก์ ซื้อทวิตเตอร์กระทบเทสลาในจีน เป็นอคติและความอิจฉาที่อเมซอนล้มเหลว

794

โฆษกจีนตอบโต้ คำแซะของเจ้าพ่ออเมซอนเกี่ยวกับอิทธิพลของจีนภายหลังการซื้อกิจการ Twitter ของอีลอน มัสค์ ชี้ว่ามันเป็นเพียงทฤษฎีสมคมคิดของบางคนโดยไม่มีมูลความจริงใดๆ และนักวิชาการจีนฟันธงว่าเป็นอาการขององุ่นเปรี้ยวมะนาวหวาน ของคนไม่สามารถทำอย่างมัสก์สได้ และอเมซอนประสบความล้มเหลวในการบุกธุรกิจในจีนอีกด้วย

วันที่ 27 เม.ย.2565 สำนักข่าวโกลบัลไทมส์ รายงานว่า เจฟฟ์ เบซอส(Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้ง Amazon ยิงคำถามบน Twitter ว่าข้อตกลงเงินสด 44 พันล้านดอลลาร์ของ Musk ในการซื้อ Twitter จะทำให้จีน “มีอำนาจเหนือเขาได้หรือไม่” ข้อตกลงนี้ไม่ชัดเจนว่ามีความหมายต่อนโยบายเนื้อหาเกี่ยวกับจีนของ Twitter อย่างไร เนื่องจากเทสลาของมัสค์ต้องพึ่งพาจีนเป็นอย่างมากในการผลิตและขายรถยนต์ของตน 

เบซอสได้รีทวีตข้อความของนาย Mike Forsythe ผู้สื่อข่าวนิวยอร์กไทมส์ ซึ่งตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับธุรกิจเทสลาในจีนโดยว่า ตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่อันดับสองของเทสลา ซึ่งเป็นรองจากสหรัฐ ขณะที่จีนเองก็เป็นซัพพลายเออร์ผู้ผลิตแบตเตอร์รี่รายใหญ่สำหรับรถยนต์อีวี รวมถึงรถเทสลาด้วย

ขณะที่จีนสั่งแบนทวิตเตอร์มาตั้งแต่ปี 2009 โดยเป็นการใช้แพลตฟอร์มในลักษณะคล้ายกันอย่าง เว่ยป๋อแทน ซึ่งรัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการควบคุมการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ของชาวจีน ทั้งหมดนี้อาจเปลี่ยนไปเมื่อมัสก์ซื้อทวิตเตอร์

 

นายเบซอส ได้รีทวีตข้อความของนาย Forsythe โดยระบุว่า “นี่เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก รัฐบาลจีนจะได้ประโยชน์อะไรบ้างจากทวิตเตอร์ซึ่งเป็นเหมือนจัตุรัสแห่งการแสดงความเห็นสาธารณะ”

หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ตอบคำถามของนักข่าวรอยเตอร์ว่า จีนจะใช้อิทธิพลของตนบนทวิตเตอร์เพื่อส่งเสริม “รายงานของสื่อของรัฐ” หรือไม่ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ตอบว่า “คุณเดาเก่งมาก แต่ไม่มีพื้นฐานข้อเท็จจริงใดๆ” 

ผู้เชี่ยวชาญชาวจีนบางคนกล่าวว่า Bezos อาจต้องการขัดขวางการซื้อกิจการ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ Tesla ของ Musk ประสบความสำเร็จในประเทศจีน ในขณะที่ Amazon ล้มเหลวในการบุกตลาดจีน 

 

เฉิน ยี่(Shen Yi) ศาสตราจารย์แห่งโรงเรียนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกิจการสาธารณะของมหาวิทยาลัยฟูถั่น(Fudan) กล่าวว่า “การใช้ประเด็นที่เรียกว่าอิทธิพลของจีนในการตั้งคำถามกับ Musk เป็นเพียงความคิดของ ‘องุ่นเปรี้ยว’าของบางคน 

ในประเทศตะวันตก การวิพากษ์วิจารณ์จีนกลายเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นคำกล่าวอ้างของเบซอสจึงอาจดูเหมือนโน้มน้าวใจผู้อื่น แต่ทวีตของเขาสะท้อนถึงความคิดในการกำหนดการตีความทางการเมืองที่ไร้เหตุผล ในข้อตกลงทางธุรกิจที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างผลกำไร ผู้เชี่ยวชาญจากปักกิ่งในด้านภูมิรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยชื่อวิจารณ์กับนักข่าว

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวเสริม ว่า “ในประเทศตะวันตกบางประเทศ มีอคติที่หยั่งรากลึกว่าจีนไม่มีเสรีภาพในการพูด แต่ “เสรีภาพในการพูด” ที่พวกเขาสนับสนุนมักเป็นการวิพากษ์วิจารณ์และเยาะเย้ยจีน และเบซอสก็เป็นหนึ่งในคนที่มักมีอคติและสองมาตรฐานต่อจีนเสมอ”“ฉันเชื่อว่ามัสค์มีความเข้าใจจีนดีขึ้นและลึกซึ้งกว่าเบซอส และจะแสดงความสามารถของเขาอย่างเต็มที่ในการดำเนินธุรกิจของ Twitter” 

ในขณะที่มัสค์เรียกตัวเองว่าเป็น “ผู้สนับสนุนเสรีภาพในการพูด” เจ้าหน้าที่จีน ตัวแทนสื่อ และบริษัทต่าง ๆ หวังว่าท่าทีที่ประเมินค่าเสรีภาพในการพูดนี้อาจนำการเปลี่ยนแปลงบางอย่างมาสู่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งได้กำหนดมาตรการเลือกปฏิบัติต่อสื่อจีนและนักการทูต

ในทวีต มัสค์กล่าวว่า “ฉันหวังว่าแม้แต่นักวิจารณ์ที่แย่ที่สุดของฉันยังคงอยู่บน Twitterได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่หมายถึงเสรีภาพในการแสดงออก” สำนักงานในสหรัฐฯ ของ Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนตอบกลับมัสค์ว่า “เรายืนหยัดอยู่เบื้องหลังตลาดเสรี 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เดี๋ยวก่อน เราไม่สามารถทำธุรกิจที่นี่ในสหรัฐอเมริกาได้” 

Huawei ถูกสั่งห้ามโดยรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ในขณะที่ Huawei ไม่ได้ทำอะไรอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับการเคลื่อนไหวโดยพลการและขัดต่อความมั่นคงของสหรัฐแต่อย่างใด

ทวิตเตอร์ยังระงับบัญชีของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อย่างถาวรในเดือนมกราคม 2564 หลังจากการจลาจลของรัฐสภาสหรัฐฯ และทรัมป์กล่าวว่าเขาจะไม่กลับมาที่ Twitter แม้ว่ามัสค์จะยกเลิกคำสั่งห้ามดังกล่าวแล้วก็ตามเพราะเขามีแอพพลิเคชั่นของตนเองแล้ว!