จีนผนึกโซโลมอนเช่าเกาะส่งทหารคุม จ่อคอหอยออสเตรเลีย สหรัฐพล่านหยามหน้าสมุน

964

จากกรณีการสู้รบยังคงดำเนินต่อไปในภูมิภาคของยูเครนและรัสเซีย ซึ่งมีเรื่องราวที่โลกต้องติดตามเมื่อมีความเคลื่อนไหวต่างๆเป็นแรงกระเพื่อมของเหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับขั้วอำนาจใหม่ ที่จะเข้าแทนที่สหรัฐอเมริกา

ล่าสุดวันนี้ 26 เมษายน 2565 นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กถึงกรณีการเคลื่อนไหวของจีนไว้อย่างน่าสนใจและชวนติดตามว่า “แปซิฟิกตอนใต้เดือดแล้ว

1.จู่ๆโดยไม่มีใครคาดฝัน จีนก็ได้ทำการตกลงกับโซโลมอน เช่าเกาะเป็นพื้นที่ทางการทหาร ทำให้แสนยานุภาพของจีนเข้าไปอยู่ใกล้กับออสเตรเลียเพียงพันกว่ากิโลเมตร

 

ออสเตรเลียและสหรัฐผวาเรื่องนี้ จึงกดดันทั้งจีนและโซโลมอนไม่ให้ทำข้อตกลงกัน แต่ทั้งสองประเทศก็ได้แถลงว่าได้ทำข้อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว

2.สหรัฐซึ่งเป็นลูกพี่ของออสเตรเลียเดือดแค้นมาก ที่จีนไปเช่าเกาะของโซโลมอน จึงประกาศว่าพร้อมจะโจมตีจีนที่เกาะโซโลมอน ในขณะที่ออสเตรเลียก็ประกาศว่าการที่จีนเข้าไปเช่าอยู่ในหมู่เกาะโซโลมอนนั้นเป็นการข้ามเส้นแดงที่ยอมไม่ได้

ฝ่ายจีนไม่โต้ตอบแต่ก็ยังคงเดินหน้าตามข้อตกลงเช่าเกาะของโซโลมอนต่อไป และเปรยถามเบาๆว่า แปซิฟิคเป็นมหาสมุทรของสหรัฐหรือ?

ชาวโลกก็อยากรู้เหมือนกันว่าสหรัฐและออสเตรเลียจะกล้าโจมตีจีนที่หมู่เกาะโซโลมอนหรือไม่ เพราะถ้ามีการโจมตีจริงแปซิฟิกก็คงจะเดือดเป็นทะเลไฟและสงครามใหญ่ระหว่างจีน-รัสเซีย-อิหร่านและเกาหลีเหนือ กับสหรัฐก็จะระเบิดขึ้น ใครที่เกี่ยวข้องกับนาโต้2 ก็จงสังวรณ์ไว้ให้ดีเพราะอาจมีขีปนาวุธนิวเคลียถล่มเอาวันไหนก็ได้

3.เป็นเรื่องน่าขันสักเพียงไหนที่สหรัฐและออสเตรเลียพยายามเอาขีปนาวุธไปติดตั้งที่ชายแดนยูเครนติดกับรัสเซีย แต่พอจีนไปเช่าเกาะโซโลมอนบ้าง กลับเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ!

4.สถานการณ์ในแปซิฟิกขณะนี้ นอกจากเกาหลีเหนือมีขีปนาวุธนิวเคลียความเร็วเหนือเสียงที่สามารถถล่มญี่ปุ่นให้หายไปในทะเลได้แล้ว ยังสามารถถล่มไปยังสหรัฐได้ด้วย

ส่วนรัสเซียก็เพิ่งตั้งฐานทัพเพิ่มใน4หมู่เกาะที่พิพาทกับญี่ปุ่นในทะเลจีนตะวันออกและประกาศยึดเป็นของรัสเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้เสริมแสนยานุภาพในพื้นที่แปซิฟิกอย่างขนานใหญ่ เป้าหมายก็คือสหรัฐและญี่ปุ่นนั่นแหละ รวมทั้งกำลังนำขีปนาวุธรุ่นใหม่ล่าสุดที่ไม่มีอาวุธใดต้านทานได้เข้ามาติดตั้งในย่านนั้นด้วย

สถานการณ์ความขัดแย้งและความตึงเครียดดังกล่าวพร้อมจะระเบิดอยู่แล้ว รอว่าจะเป็นวันไหนเท่านั้น และต้องไม่ลืมว่าจีนได้เพิ่มแสนยานุภาพทุกประเภทในย่านนี้พร้อมที่จะเปิดศึกกับสหรัฐทุกเมื่ออยู่แล้ว

ดังนั้นใครเป็นแกนหลักของนาโต้2 ของยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกก็ควรจะสังวรณ์และถอนตัวให้ทันท่วงที ก่อนที่จะกลายเป็นสมรภูมิแบบยูเครน แต่จะหนักกว่ายูเครนหลายเท่า”

อย่างไรก็ตามทีมข่าวเดอะทรูธ ตรวจสอบย้อนไปเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2565 สำนักข่าวอัลจาซิรา รายงานการแถลงของกระทรวงต่างประเทศจีนเมื่อวันอังคารที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยว่า จีนและโซโลมอนได้ลงนามกรอบความตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคง ด้วยความเห็นชอบของรัฐบาลทั้งสองฝ่าย โดยมีนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กับนายเจเรเมียห์ มาเนเล รัฐมนตรีต่างประเทศและการค้าของหมู่เกาะโซโลมอนเป็นตัวแทนผู้ลงนาม

โฆษกหวัง ยังย้ำด้วยว่า จุดมุ่งหมายของกรอบความตกลงฉบับนี้มิได้มุ่งเป้าประสงค์ไปยังชาติที่ 3 ใดๆ ทั้งสิ้น แต่เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถของหมู่เกาะโซโลมอน ในการรักษาความสงบสุขมั่นคงของประเทศ ทั้งในด้านการรักษาระเบียบของสังคม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการรับมือกับภัยธรรมชาติ

เจ้าหน้าที่ของออสเตรเลียกล่าวหาว่า จีนชิงลงมือ ก่อนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ 2 คน คือนายเคิร์ต แคมป์เบล และนายแดเนียล คริเทนบริงก์ กำลังจะไปเยือนหมู่เกาะโซโลมอนในสัปดาห์นี้ เพื่อถ่ายทอดให้รัฐบาลกรุงโฮนีอารา รับทราบถึงความวิตกกังวลของรัฐบาลสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ ซึ่งรวมทั้งออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ กรณีจีนเข้ามาใกล้ชิดและมีบทบาทมากขึ้นในภูมิภาคนี้

เกมชิงไหวชิงพริบ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการแผ่ขยายอิทธิพลแถบมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มาช้านาน เริ่มร้อนระอุ  นับตั้งแต่หมู่เกาะโซโลมอนสลัดทิ้งไต้หวัน และหันมาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับปักกิ่งเมื่อปี 2562 รัฐบาลหมู่เกาะโซโลมอนก็ยอมรับว่า ได้มีการร่างข้อตกลงด้านความมั่นคงกับจีนแล้ว และมาวันนี้โลกก็ได้รับรู้ว่า โซโลมอนได้เลือกลงนามสัญญาความมั่นคงกับจีนเรียบร้อยแล้ว