ทหารนาโต้ยอมแพ้เพิ่มกว่าพัน-ทหารยูเครน1.7แสนโดนล้อม ขณะเยอรมันตะเพิดทูตยูเครน

1123

จากที่ไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ซึ่งได้เกาะติดสถานการณ์ในยูเครนอย่างใกล้ชิด และได้นำเสนอความคิดเห็น พร้อมทั้งวิเคราะห์สถานการณ์ไว้อย่างน่าสนใจด้วยนั้น

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2565 นายไพศาล ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น นำเสนอเรื่องราวดังกล่าวผ่านการโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กไว้ต่อเนื่องถึงสามข้อความว่า

“ซ่าดีนัก เยอรมันเฉดหัวทูตยูเครนซ่าด่ารัฐบาลเยอรมัน หาว่าขี้ขลาดไม่ยอมส่งอาวุธหนักให้ยูเครน

ดูเอาเถิดท่านทั้งหลาย บ้าหรือดี วันๆไปชักชวนให้ใครต่อใครมาทำสงครามในยูเครน บ้านเมืองและราษฎรพังพินาศวายวอดหมดไม่สนใจ”

ต่อมาวันที่ 19 เมษายน 2565 นายไพศาล ได้โพสต์ข้อความ “สรุปผลหลังรัสเซียยื่นคำขาดให้ทหารนาโต้ในมารูโอโปลวางอาวุธเมื่อวานนี้  1 มีทหารนาโต้ที่ยอมแพ้มอบตัวพันกว่าคน 2 ส่วนที่เหลือ ในโรงงานเหล็กราว 7,000 คน ไม่ยอมมอบตัว จึงหาศพไม่เจอแล้ว

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

เป้าหมายต่อไปคือพื้นที่ด้านเหนือขึ้นไป ซึ่งมีทหารยูเครนอยู่ราวแสนเจ็ดหมื่นคน ซึ่งเป็นกองกำลังรักษาภาคตะวันออก เมื่อกวาดล้างทหารกลุ่มนี้แล้วก็เท่ากับรัสเซียยึดยูเครนตะวันออกได้หมดจด

ทหารยูเครนแสนเจ็ดหมื่นในพื้นที่ดังกล่าว ตกอยู่ในวงล้อมแล้ว และยูเครนกำลังส่งทหารจากเคียฟมาช่วย และถูกทหารรัสเซียซึ่งเคยล้อมเคียฟมาตั้งสกัดไว้ และใช้ขีปนาวุธระยะกลาง ถล่มเป้าหมายในเคียฟเป็นระยะๆอยู่ในขณะนี้”

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น.ของวันเดียวกัน นายไพศาล ได้โพสต์ข้อความขนาดยาวลงในเฟซบุ๊กอีกครั้ง ซึ่งมีเนื้อหาบางช่วงน่าสนใจว่า “ทำไมรัสเซียจึงแย้มว่าอาจมีการปะทะกับสหรัฐฯที่มหาสมุทรอาร์กติก???

1 มหาสมุทรอาร์กติกเป็นพื้นที่มหาสมุทรทางขั้วโลกเหนือ เป็นจุดเกือบจะกึ่งกลางระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย คือ ด้านหนึ่งเป็นสหรัฐฯ ด้านหนึ่งเป็นรัสเซีย สภาพพื้นที่เป็นเกาะและมีสภาพเป็นน้ำแข็งตลอดทั้งปี สภาพพื้นที่อาร์กติกมีอะไร? จึงมีความสำคัญและเป็นเหตุให้รัสเซียเปรยว่า”อาจมีการปะทะกันระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ”

ซึ่งเป็นการเปรยขึ้นในห้วงเวลาใกล้เคียงกับที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯแถลงว่า ในสงครามยูเครนนั้น สหรัฐฯมีปฏิบัติการพิเศษบางอย่าง จากนั้นประธานาธิบดีไบเดนแสดงความเชื่อมันว่ารัสเซียจะต้องพ่ายแพ้และแถลงว่าจะเดินทางไปเยือนกรุงเคียฟ! อะไรเป็นที่มาของการแสดงท่าทีดังกล่าว???

2 ถ้าทบทวนเหตุการณ์ก็จะปรากฎเหตุการณ์ที่สำคัญเกิดขึ้น 2 เหตุการณ์ คือ ~เฮลิคอปเตอร์ของยูเครน 2 ลำบินข้ามแดนไปยิงถล่มคลังน้ำมันเล็ก ๆ ชายแดนรัสเซียและ~เหตุการณ์เรือธงมอสโควจมในทะเลดำ  และในช่วงนั้นก็มีข่าวเรื่องนาโต้ลักลอบส่งอาวุธยุโธปกรณ์จำนวนมากเข้าไปในยูเครน!

จากสภาพดังกล่าวจึงประเมินได้ว่าสหรัฐฯ น่าจะมี”ปฏิบัติการทางเทคโนโลยีเกี่ยวกับการทำลายสัญญาณการตรวจจับของดาวเทียมหรือเรดาห์ของรัสเซีย” หรือ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น สหรัฐฯจึงเข้าใจว่าการปฏิบัติการตัดสัญญาณได้ผล จึงทำให้เกิดเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น

3 ขณะนี้ยังไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าเหตุใดดาวเทียมและเรดาห์ของรัสเซีย จึงไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวดังกล่าว หรือรัสเซียจับความเคลื่อนไหวได้แล้วแต่แสร้งปล่อยให้เกิดขึ้นเพื่อต้องการหยั่งทราบกำลังศึก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เป็นไปได้ทั้งสองทาง

4 ต่อมาปรากฎว่ารัสเซียสามารถตรวจจับและยิงถล่มเครื่องบินของนาโต้ที่ลอบขนส่งขีปนาวุธต่อต้านขีปนาวุธ SU-300 จากสโลวาเกียเข้าไปในยูเครนได้ โดยทำการสอยเครื่องบินขนส่งหลังจากข้ามแดนยูเครนไปแล้ว และยังมีเหตุการณ์รัสเซียสอยรถขนส่งต่าง ๆ ของนาโต้ที่ขนส่งอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากเข้าไปในยูเครน เพื่อไปสนับสนุนกองกำลังของนาโต้ทางภาคใต้ฝั่งขวาของไครเมีย และรัสเซียยังสามารถยิงขีปนาวุธแม่นยำสูงไปทำลายคลังอาวุธที่นาโต้ขนเข้ามาให้ยูเครนในหลายพื้นที่

ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการตรวจจับสัญญาณความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของระบบดาวเทียมของรัสเซียยังคงปฏิบัติการได้ดี คงเหลือปัญหาทางยุทธวิธีว่าจะปฏิบัติการหรือไม่ ที่ไหน เมื่อใด หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว จึงทำให้ประธานาธิบดีไบเดนประกาศยกเลิกการเดินทางไปเยือนกรุงเคียฟ ในขณะที่เยอรมันและประเทศนาโต้บางประเทศประกาศยกเลิกไม่ส่งอาวุธหนักให้แก่ยูเครนอีกแล้ว