สหรัฐหน้าแหก! อินเดียรับออร์เดอร์S- 400จากรัสเซียเพิ่ม พร้อมกับสั่งซื้อน้ำมันและถ่านหินเป็นว่าเล่น

463

การจัดส่งยุทโธปกรณ์ทหารรัสเซียชุดใหม่เกิดขึ้นท่ามกลางการรณรงค์กดดันของสหรัฐฯ ต่อกรุงนิวเดลี ให้ตัดสัมพันธ์กับมอสโกว์ อินเดียเริ่มรับมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 ของรัสเซีย ทำให้ตอนนี้ S-400ของรัสเซียพร้อมใช้เต็มประสิทธิภาพแล้ว  เจ้าหน้าที่ระดับสูงอินเดียระบุว่าการจัดส่งดังกล่าวจะดำเนินต่อไป แม้ว่าตะวันตกจะพยายามบีบบังคับให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกตัดความสัมพันธ์กับมอสโกว์ในการรณรงค์ทางทหารที่ดำเนินอยู่ในยูเครน และพยายามทั้งปลอบและขู่อินเดียให้เดินตามวาระวอชิงตันอย่างต่อเนื่องแต่ไม่สำเร็จ 

วันที่ 16 เม.ย.2565 สำนักข่าวอินเดียทูเดย์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลได้เปิดเผยว่า แพลตฟอร์มขีปนาวุธ S-400 ของรัสเซียได้เดินทางมาถึงนิวเดลีโดยทางอากาศและทางทะเลแล้ว  และจะนำมาใช้ใน“สถานที่ที่กำหนดโดยเฉพาะ”และกล่าวว่าระบบ S-400 นั้นขณะนี้พร้อมใช้งานได้แล้ว

เจ้าหน้าที่ไม่เอ่ยนามเปิดเผยว่า“เรายังคงได้รับสินค้าของเราอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีความล่าช้าหรือปัญหาใดๆ และได้รับการส่งมอบเครื่องยนต์ที่ได้รับการซ่อมแซมล่าสุดเมื่อไม่กี่วันก่อน แม้จะเกิดสงครามในยูเครนก็ตาม” 

รัสเซียเป็นซัพพลายเออร์อาวุธระดับแนวหน้าของกองทัพอินเดีย ซึ่งขณะนี้กำลังสะสมอะไหล่และอุปกรณ์ให้พร้อมกับการใช้งานอย่างเต็มที่

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

การจัดส่งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเป็นเวลากว่า 1 เดือนในปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน ซึ่งก่อให้เกิดบทลงโทษมากมายจากสหรัฐฯ และพันธมิตร วอชิงตันและประเทศอื่นๆ ได้ผลักดันอินเดียหลายครั้งให้ยุติความสัมพันธ์ทางการค้าและความมั่นคงกับรัสเซีย แต่ความกดดันจนถึงขณะนี้ไม่ส่งผลสะเทือนแก่อินเดียแต่อย่างใด

นอกเหนือจากการส่งมอบอาวุธอย่างต่อเนื่องแล้ว นิวเดลียังตกลงที่จะซื้อน้ำมันและถ่านหินของรัสเซียเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อินเดียและรัสเซียยังได้หารือเกี่ยวกับกลไกการชำระเงินสกุลท้องถิ่น ระหว่างรูเบิล-รูปีสำหรับการค้าระหว่างประเทศ โดยไม่ผ่านเงินดอลลาร์และยูโรอย่างสิ้นเชิง

ระหว่างงานชี้แจงที่สภาแอตแลนติกเมื่อวันพุธที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกมาขู่ทั้งจีนและอินเดียว่า“สหรัฐฯจะไม่เพิกเฉย ต่อประเทศพันธมิตรที่ไปสนับสนุนประเทศที่ถูกคว่ำบาตร และบ่อนทำลายบทลงโทษต่อรัสเซีย  และวอชิงตันจะทำลายผู้ที่ไม่เชื่อฟังอย่างสาหัส”

ภาษาที่ก้าวร้าวของรมว.คลังของสหรัฐฯ สะท้อนความไร้บารมีของสหรัฐเองที่ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นเหตุให้พันธมิตรชิดใกล้จากตะวันออกพากันบ่ายหน้าหนี และไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมกระแสความเปลี่ยนแปลงโลกใหม่ที่มี รัสเซียและจีนเป็นแกนนำ

การเข้าซื้อ S-400 ของอินเดียเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายของสหรัฐอเมริกาปี 2017 ซึ่งก็คือกฎหมาย Countering American Adversaries Through Sanctions Act (CAATSA) ซึ่งได้รับการอนุมัติผ่านสภาเพราะ ข้อกล่าวหาว่ารัสเซียเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งของสหรัฐฯ โดยรัสเซียไม่มีโอกาสต่อสู้กับข้อกล่าวหาทางการเมืองภายในของสหรัฐเลย

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ วอชิงตันยังลังเลที่จะใช้หรือยกเว้นข้อจำกัดต่ออินเดีย โดยเก็บมาตรการคว่ำบาตรไว้ใกล้มือในการเจรจาเชิงข่มขู่กับนิวเดลีอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่รัสเซียได้ยืนกรานว่าการขนส่งจากข้อตกลงทางทหารดังกล่าวจะดำเนินต่อไปโดยไม่คำนึงถึงแรงกดดันของวอชิงตันในทุกด้าน

เดนิส อาลิปอฟทูตรัสเซียประจำอินเดียk(Denis Alipov) กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า “เราไม่ได้คาดการณ์ถึงอุปสรรคใดๆ เกี่ยวกับการจัดหา S-400 ไปยังอินเดีย เรามีกลไกและเส้นทางที่จะดำเนินการต่อกับข้อตกลงนี้โดยปราศจากสิ่งกีดขวาง การคว่ำบาตรจะไม่สามารถแทรกแซงข้อตกลงเหล่านี้ในทางใดทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการคว่ำบาตรครั้งก่อนหรือการกำหนดครั้งใหม่ก็ตาม”

ด้านการซื้อน้ำมันและถ่านหินนั้น หลังจากซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียลดราคาอย่างมาก อินเดียกำลังจะสั่งซื้อถ่านหินจากรัสเซียเพิ่มขึ้นอย่างมาก อินเดียซึ่งมีฐานะเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับหกของโลก มุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงด้านพลังงาน โดยไม่คำนึงถึงความพยายามของสหรัฐฯและพันธมิตรในการแยกมอสโกว์ออกจากระบบโลก

ในเดือนมีนาคม มีรายงานว่าการนำเข้าถ่านหินของอินเดียจากรัสเซียพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี ประเทศในเอเชียซื้อถ่านหินรัสเซีย 1.04 ล้านตัน ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2020 ตามข้อมูลของแมททิว บอยล์( Matthew Boyle) หัวหน้านักวิเคราะห์สินค้าแห้งเทกองของบริษัทข่าวกรองสินค้าโภคภัณฑ์ เคปเลอร์(Kpler) 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ปธน.โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งผู้บริหารห้ามการนำเข้าถ่านหินของรัสเซียพร้อมกับน้ำมันดิบ น้ำมันเบนซิน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม น้ำมัน และก๊าซเหลว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบทลงโทษชุดใหม่ต่อมอสโกว์ต่อมาคณะกรรมาธิการยุโรปขานรับเสนอห้ามการนำเข้าพลังงานของรัสเซียรวมถึงถ่านหิน แต่ถูกค้านจากสมาชิกในกลุ่มไม่เห็นด้วยกับมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วรามจันทรา ประสาท ซิงห์(Ramchandra Prasad Singh) รัฐมนตรีกระทรวงเหล็กของอินเดีย กล่าวว่า อินเดียกำลังจะนำเข้าถ่านหินโค้กของรัสเซียเป็นสองเท่า ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับการผลิตเหล็ก ซิงห์เสริมว่าอินเดียนำเข้า 4.5 ล้านตัน แต่ไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจน

ถ่านหินคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 70% ของการผลิตไฟฟ้าของอินเดียตามแนวโน้มปี 2564 ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ ประเทศได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้บริโภคและผู้นำเข้าถ่านหินรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากจีน ปีที่แล้ว อินเดียได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนถ่านหินท่ามกลางความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นหลังเกิดโรคระบาดจึงไม่สนใจว่า สหรัฐจะออกมาตรการคว่ำบาตรอะไรมา แต่เน้นแก้ปัญหาภายในประเทศของตนเป็นสำคัญ

รัสเซียเป็นผู้ผลิตถ่านหินรายใหญ่อันดับหกของโลก ในปี 2020 มีรายงานว่าการส่งออกถ่านหินของประเทศ 54% ส่งออกไปยังเอเชีย ในขณะที่ประมาณ 31% ส่งออกไปยังยุโรป

ซามีร์ เอ็น. คาปาเดีย หัวหน้าฝ่ายการค้าของบริษัทที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ โวเกิลกรุ๊ป(Vogel Group) อธิบายปรากฏการณ์ที่อินเดียไม่สนคำขู่สหรัฐว่า “แม้จะมีคำขู่จากสหรัฐฯ แต่อินเดียยังคงพึ่งพาความสัมพันธ์แบบซัพพลายเชนกับรัสเซียในด้านทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำมันและถ่านหินต่อไปแน่นอน” นักวิเคราะห์กล่าวเสริมว่า “ข้อตกลงการค้าแลกเปลี่ยนด้วยสกุลเงินท้องถิ่น จะยิ่งช่วยให้คู่ค้าหลีกเลี่ยงความท้าทายทางการเงินและบทลงโทษการคว่ำบาตรผ่านเงินดอลลาร์และยูโรในตลาดได้”

ภาพสะท้อนทั้งหมดนี้ ยืนยันว่าเมื่อรัสเซีย จีน อินเดียจับมือกันได้ ก็จะสามารถสร้างบริบทใหม่ทางการเงินโลก ด้วยนิวเวิร์ลออร์เดอร์ของเอเชียเองได้อย่างแน่นอน!!