“อดีตบิ๊กข่าวกรอง” วิเคราะห์ปมรัสเซีย-ยูเครน อาจจบง่าย แต่กลุ่ม EU เจอวิกฤติหนัก ประชากรเดือดร้อน ถึงขั้นชาติแตกแยก!

1138

หลังจากที่มีการประท้วงเกิดขึ้นในหลายประเทศยุโรป เนื่องมาจากราคาพลังงาน ก๊าซ และค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก ออกมาเรียกร้องให้ผู้นำปรับมุมมองและวางท่าทีสถานการณ์ในวิกฤติรัสเซีย-ยูเครน ที่แม้ว่าการเจรจาจะยังหาข้อยุติไม่ได้ แต่การที่บางประเทศยังคงคว่ำบาตรรัสเซีย

ทำให้ต้องเผชิญกับวิกฤติราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งร้านอาหารก็ได้รับผลกระทบ ประชาชนเริ่มกักตุนน้ำมันพืช สินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตเกลี้ยงชั้น ทำให้นักวิชาการและสื่อต่างชาติมองว่า วิกฤติครั้งนี้จะทำให้กลุ่มอียู ต้องต่อสู้กับระบบบเศรษฐกิจรวนครั้งใหญ่แน่นอน

ล่าสุดนายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart ระบุถึงประเด็นดังกล่าวด้วยว่า สงครามหรือสันติภาพ 2 การสู้รบในยูเครนทำท่าจะคลี่คลายลงได้บ้าง รัสเซียเริ่มทยอยถอนกำลังออกจากด้านตะวันตกและด้านเหนือของยูเครน กลับไปเน้นสถาปนาพื้นที่ปลอดภัยด้านตะวันออกแถบดอนบาส แต่สงครามการแบ่งฝ่าย สงครามการทูต สงครามแซงชั่นยังไม่จบ ยังไม่ชัดเจนว่า จะขยายตัวและส่งผลกระทบรุนแรงเพียงใด

มีความพยายามในการทำสงครามโฆษณาชวนเชื่อ สงครามจิตวิทยา เริ่มจากดาวน์เกรดรัสเซียจากมหาอำนาจเป็นประเทศที่น่ารังเกียจ ในด้านสงครามการทูต ชัดเจนว่าตะวันตกมุ่งเน้นการขับไล่นักการทูตรัสเซียออกจากประเทศ ซึ่งรัสเซียยังไม่ได้ตอบโต้ เพียงแต่เปรยว่า นี่คือการปิดหน้าต่างที่จะพูดคุยกับรัสเซีย ความพยายามในการขับรัสเซียออกจากองค์กรระหว่างประเทศ เป็นไปไม่ได้ เพราะรัสเซียคือหนึ่งในมหาอำนาจที่ร่วมก่อตั้งยูเอ็น และความพยายามเหล่านี้ไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อรัสเซีย

แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ความพยายามของมหาอำนาจที่กดดันประเทศต่าง ๆให้ตัดสินใจเลือกข้าง ทิ้งรัสเซีย ร่วมมือกดดันรัสเซีย ให้ประณามรัสเซียและร่วมแซงชั่นรัสเซีย ที่ว่านี้รวมทั้งไทยที่จะต้องถูกกดดันให้เลือกข้าง สงครามแซงชั่นเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงและส่งผลกระทบต่อโลกมากที่สุด การแซงชั่นเรื่องพลังงานส่งออกของรัสเซีย ทำให้กลุ่มอียูเดือดร้อนและเริ่มแตกแยก เพราะประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ค่าครองชีพพุ่งสูง การแซงชั่นและการปิดล้อมทางเศรษฐกิจ embargo ต่อรัสเซียส่อไม่ได้ผล ตายไปด้วยกันหมด มีการชุมนุมประท้วงในหลายประเทศในอียูกดดันรัฐบาลเลิกแซงชั่นรัสเซีย รัฐมนตรีเศรษฐกิจของเยอรมันถึงกับเอ่ยปากว่า หากการแซงชั่นที่มากขึ้นจะทำให้การสู้รบยุติลงได้ เยอรมันจะทำทันที

แต่ความเลวร้ายกลับถูกเปิดเผยออกมาจากรัสเซียว่า สหรัฐสั่งซื้อน้ำมันจากรัสเซียเพิ่มมากขึ้นถึง 43 % เพื่อนำมาขายต่อให้อียู อ้าวเพื่อนเราขายกิน ผลักรัสเซียให้เป็นประเทศก่อการร้าย ละเมิดสิทธิมนุษยชน ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ สังหารหมู่ชาวยูเครนใน เมืองบูชา ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีข้อยุติชัดเจน รวมทั้งให้นำนายปูตินมาขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศในฐานะอาชญากรสงคราม ทุกเกมเดินหน้าไปพร้อมกัน แต่ที่ส่งผลกระทบรุนแรงคือ ราคาและการขาดแคลนพลังงานของคนในอียู รัฐบาลของสมาชิกอียูจะทนแรงกดดันต่อข้อเรียกร้องของคนในประเทศได้นานเพียงใด ใครจะล้มก่อนกัน รัฐบาลในอียูหรือปูติน