แสบทะลุกึ๋น! จีนเย้ยสหรัฐฯ บีบเลือกข้างสงครามยูเครนเหลว ประณามขายอาวุธไต้หวัน ปากมันกว่า3,000 ลบ.

741

สงครามขัดแย้งยูเครนลามทั่วยุโรปไม่ทันจาง สหรัฐก็เริ่มเหวี่ยงมาทางจีน ฐานไม่รุมขย้ำรัสเซียตามสั่ง ล่าสุดสหรัฐฯ ไฟเขียวขายอุปกรณ์เสริม ‘ขีปนาวุธแพทริออต’ ให้ไต้หวัน เตรียมฟันอีก $95 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3,190 ล้านบาท จีนประณามทันที พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกขายอาวุธไต้หวันและยั่วยุไม่เลิก นอกจากนี้ยังได้ประจานและเย้ยสหรัฐว่าดีแต่ขู่ประเทศอื่นๆให้เลือกข้างถล่มรัสเซียแต่ล้มเหลว

เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2565 สำนักข่าวเอเอฟพีและโกลบัลไทมส์รายงานว่า จีนประณามกรณีสหรัฐฯ ประกาศขายยุทโธปกรณ์ครั้งล่าสุดให้กับไต้หวันมูลค่า 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการขายอาวุธดังกล่าวทันที เนื่องจากขัดต่อนโยบายจีนเดียวที่ถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ส่อเจตนาร้ายดันไต้หวันให้ประสบชะตากรรมเดียวกับยูเครน

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 5 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า อนุมัติการจำหน่ายอุปกรณ์และการฝึกอบรมเพื่อใช้สำหรับระบบป้องกันขีปนาวุธ ขณะที่ กต.ไต้หวันแสดงความยินดีที่สหรัฐฯ อนุมัติการจำหน่ายยุทโธปกรณ์ดังกล่าว  ทั้งนี้ นับเป็นครั้งที่สามที่สหรัฐฯ อนุมัติการจำหน่ายยุทโธปกรณ์ให้กับไต้หวันนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน จ้าว ลี่เจี้ยน กล่าว การขายดังกล่าวละเมิดหลักการจีนเดียวและแถลงการณ์ร่วม 3 ฉบับระหว่างจีนและสหรัฐฯ อย่างร้ายแรง บ่อนทำลายอำนาจอธิปไตยและผลประโยชน์ด้านความมั่นคงและการพัฒนาของจีน และบ่อนทำลายความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ และสันติภาพและเสถียรภาพทั่วช่องแคบไต้หวัน  

จ้าว กล่าวย้ำว่า “สหรัฐฯ ควรยกเลิกแผนการขายอาวุธและหยุดการติดต่อทางทหารกับทางการไต้หวัน  จีนจะใช้มาตรการที่แน่วแน่และเข้มแข็งเพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของตนอย่างเด็ดเดี่ยว”

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนโพสต์ภาพการ์ตูนเย้ยสหรัฐ ซึ่งสื่อความหมายว่าสหรัฐฯ กำลังต้องการให้ปักกิ่งเลือกข้างในสงครามยูเครนแต่ล้มเหลว  ภาพที่ดูเหมือนเป็นการเยาะเย้ยถากถางวอชิงตันที่พยายามกดดันให้เลือกยืนอยู่ฝ่ายหนึ่งในฝ่ายใดในความขัดแย้งระหว่างเคียฟกับมอสโกว์ การกระทำซึ่งปักกิ่งระบุว่า ไม่ต่างจากการข่มขู่

จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน เมื่อวันเสาร์ที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา โพสต์ภาพลงในโซเชียลมีเดีย เป็นรูปมือสีธงชาติสหรัฐฯ กำลังเอาปืนจ่อศีรษะเงาคนสีดำ พร้อมกับเขียนคำบรรยายด้านบนว่า “เลือกข้าง(ฉัน)!) ซึ่งสามารถตีความได้ว่าสหรัฐฯ กำลังกดดันประเทศอื่นๆ ให้เลือกข้าง

ก่อนหน้านี้จ้าวเคยโพสต์ภาพเสียดสีสหรัฐฯ และตะวันตกมาแล้วหลายครั้ง โดยในช่วงกลางเดือนมีนาคม เขาโพสต์ภาพแผนที่โลกที่มีเพียง สหรัฐฯ แคนาดา สหราชอาณาจักร อียู ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ในชื่อเรื่อง “นี่คือประชาคมนานาชาติ อย่างที่คุณได้ยินมาตลอด” โดยชี้ให้เห็นถึงความหมายที่แท้จริงของพวกตะวันตก ยามที่พูดถึงประชาคมนานาชาติว่าถือเพียงพวกตัวเองเท่านั้นไม่นับประเทศอื่นๆในโลก

ในเดือนกุมภาพันธ์ ตามหลังรัสเซียเริ่มปฏิบัติการรุกรานยูเครน จ้าวก็ได้เผยแพร่การ์ตูนล้อบนทวิตเตอร์ เป็นรูปลุงแซมกำลังฉีดเบนซินจากตู้จ่ายน้ำมันเข้าใส่เปลวเพลิงที่กำลังโหมไหม้ยูเครน และพูดขึ้นว่า “ทำไมจีนถึงไม่ทำอะไรมากกว่านี้ ในการช่วยดับไฟ?” สื่อความหมายว่าวอชิงตันควรถามกลับตนเองว่าใครกันแน่ที่เป็นคนเริ่มต้นโหมไฟในทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น

สหรัฐฯ แคนาดา สหราชอาณาจักร อียู ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆอีกไม่กี่ชาติ กำหนดมาตรการคว่ำบาตรหลายรอบเล่นงานเศรษฐกิจรัสเซียนับตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ มาตรการลงโทษต่างๆ นั้นเล็งเป้าเล่นงานทรัพย์สินของธนาคารกลางรัสเซีย ธนาคารพาณิยช์รายใหญ่บางแห่ง อุตสาหกรรมต่างๆ บรรดานักธุรกิจ และเจ้าหน้าที่ระดับสูง ถึงปัจจุบันนี้ลุกลามถึงตัวปธน.ปูตินและครอบครัว

อย่างไรก็ตาม จีน ซึ่งเรียกร้องให้หาทางออกอย่างสันติในความขัดแย้งยูเครน ปฏิเสธกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานรัสเซียหรือประณามพฤติกรรมใดๆ ของรัสเซีย และในช่วงต้นเดือนมีนาคม จีน งดออกเสียงในที่ประชุมสหประชาชาติในมติต่อต้านรัสเซีย

อเมริกากำลังยกระดับกดดันจีนหนักหน่วงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน และแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เตือนปักกิ่งเกี่ยวกับผลสนองและสิ่งที่ต้องชดใช้ หากว่าจีนให้ความช่วยเหลือกองทัพรัสเซียทำสงครามในยูเครน หรือช่วยมอสโกว์หลบหลีกมาตรการคว่ำบาตรของตะวันตก แต่ดูเหมือนว่าจีนรู้ทัน และไม่ใยดีกับคำขู่ของสหรัฐที่ซ้ำซากไม่เลิกรา

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติการจำหน่ายยุทโธปกรณ์และบริการสนับสนุนระบบขีปนาวุธแพทริออตให้แก่ไต้หวัน รวมมูลค่าสูงสุด 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,190 ล้านบาท

สหรัฐฯ ออกหน้าช่วยให้ไต้หวันให้แข็งข้อกับจีน อย่างโจ่งแจ้ง แต่ทุกครั้งที่ปธน.โจ ไบเดนพูดคุยกับ ปธน.สี จิ้นผิง ก็ยินยันว่าสหรัฐยึดถือสนธิสัญญารับรองจีนเดียว แต่ในทางปฏิบัติยังคงเดินสายส่งวีไอพีไปเยือนไม่ขาด และขายอาวุธให้ต่อเนื่องแม้จะไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการก็ตาม ซึ่งการที่อเมริกาขายอาวุธให้แก่ไต้หวันอย่างต่อเนื่องเช่นนี้สร้างความไม่พอใจต่อ “จีน” เรื่อยมา

ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันระบุว่า นี่คือแพกเกจอาวุธล็อตที่ 3 แล้วที่สหรัฐฯ จำหน่ายให้แก่ไต้หวันนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามิตรภาพระหว่างไทเปกับวอชิงตันนั้น “แข็งแกร่ง” เพียงใด

ซาเวียร์ ชาง โฆษกรัฐบาลไทเป ระบุในถ้อยแถลงว่า “ไต้หวันจะยังคงสำแดงเจตนารมณ์ในการป้องกันตนเอง และเพิ่มพูนความเป็นหุ้นส่วนกับกับสหรัฐอเมริกา และบรรดาชาติที่มีแนวคิดตรงกันต่อไป” 

เพนตากอน ระบุว่า การซื้อขายอาวุธคราวนี้มีบริษัท เรย์ธีออน (Raytheon) เป็นคู่สัญญาหลัก ขณะที่กระทรวงกลาโหมไต้หวันแถลงว่าข้อตกลง “น่าจะมีผลบังคับ” ภายในเดือนนี้