นักวิชาการดังเปิดโปง “อินเดีย”แหกหน้าสหรัฐยับ! แฉแอบซื้อน้ำมันรัสเซียเพิ่ม 43%

1365

จากที่สหรัฐได้นำคว่ำบาตรรัสเซีย ต่อมาได้ข่มขู่ประเทศอื่นๆให้ร่วมคว่ำบาตรตามไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องของการซื้อก๊าซ น้ำมัน พลังงาน ซึ่งทำให้หลายประเทศ  ต้องหันกลับมาซื้อพลังงานจากรัสเซีย และนำมาซึ่งการกดดันของอเมริกานั้น

ล่าสุดวันนี้ 06 เมษายน 2565 ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีอินเดียที่โดนสหรัฐอเมริกาข่มขู่ลงใน Blockdit ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ ว่า “รัฐบาลประชาธิปไตยจอมปลอมอย่างเมริกากดดันอินเดียไม่ให้ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

อินเดียซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียในราคาถูกมาก คือราว ๓๕ ดอลล่าร์สหรัฐอเมริกาต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคากลางตลาดโลกอยู่ที่ ๑๑๐-๑๓๐ ดอลล่าร์สหรัฐอเมริกาต่อบาร์เรล อินเดียจึงสั่งซื้อเป็นกอบเป็นกำได้สบายๆ

แต่รัฐบาลประชาธิปไตยจอมปลอมอย่างอเมริกาออกมาข่มขู่คุกคามอินเดียว่าห้ามซื้อมาก เพราะอเมริกาคว่ำบาตรรัสเซีย ในความเป็นจริงคือ

๑.อินเดียสร้างประเทศมา ไม่มีบรรพบุรุษอเมริกามาช่วยสร้างแม้แต่น้อย ไม่มีความจำเป็นต้องไปฟังเสียงอเมริกา

๒.อเมริกาห้ามคนอื่นซื้อน้ำมันจากรัสเซีย แต่ตนเองสั่งซื้อน้ำมัน เพิ่มขึ้นถึง ๔๓% จากรัสเซีย

๓.ไม่มีใครแต่งตั้งรัฐบาลอเมริกาเป็นรัฐบาลเจ้าพ่อโลก หรือเป็นบิดาของรัฐบาลทั้งหลายบนโลก ไม่มีใครแต่งตั้งให้อเมริกาเป็นผู้ควบคุมระเบียบโลกใบนี้

อินเดียจึงไม่มีความจำเป็นต้องไปฟังเสียงอเมริกา ยิ่งอเมริกากดดันอินเดีย ก็เท่ากับว่าอเมริกาไม่ได้ให้เสรีภาพแก่อินเดียซึ่งเป็นประเทศที่มีเอกราช สมกับที่สร้างภาพตนเองว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย

หมาเห่าข้างทางเดิน อินเดียไม่สนใจหรอกครับ”

ก่อนหน้านี้ได้มีรายงานที่น่าสนใจจาก สำนักข่าว Bloomberg ว่า รัสเซียได้เสนอให้อินเดียใช้ระบบชำระเงิน SPFS ของรัสเซีย ในการค้าขาย โดยจะสามารถซื้อขายใช้จ่ายกันด้วยสกุลเงินรูเบิล-รูปี ซึ่งไม่ต้องเปลี่ยนเป็นดอลลาร์ และไม่ต้องผ่านระบบ SWIFT แบบเมื่อก่อน

เท่ากับว่าจะเป็นการซื้อขายกันโดยตรง ไม่ต้องผ่านตัวเชื่อมกลางอย่างดอลลาร์อีกต่อไป ก็น่าสนใจว่าหมากเกมนี้ อินเดีย จะเลือกเสี่ยงโดนคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ เพื่อรับพลังงานในราคาถูกจากรัสเซียที่พร้อมส่งถึงมือ หรือไม่

และที่น่าสนใจเข้าไปใหญ่ หลังจากที่รัสเซีย คว่ำบาตรจนทำให้ไม่สามารถใช้ VISA และ Master Card ได้ ทางด้านของรัสเซียได้เสนอการเชื่อมโยงระบบ Unified Payments Interface ของอินเดียเข้ากับ MIR

ซึ่งหากตกลงกันได้ นั่นก็คือการเชื่อมต่อระบบบัตรเดบิต-เครดิต ระหว่าง จีน-อินเดีย-รัสเซีย เข้าด้วยกัน ซึ่งในขณะนี้ทางด้านของ MIR นั้นได้เชื่อต่อกับ UnionPay ของจีนเรียบร้อยแล้ว