แฉลึก “สหรัฐ” จุ้น(สื่อ)ไทย! จากส่งอุปทูต25 ปท.บีบประณามรัสเซีย-ถึงปลด “ผอ.ททบ.5”

1229

แฉลึก “สหรัฐ” จุ้น(สื่อ)ไทย! จากส่งอุปทูต25 ปท.บีบประณามรัสเซีย-ถึงปลด “ผอ.ททบ.5”

จากกรณีที่พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะกรรมการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) มีคำสั่งให้ พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5 พ้นจากหน้าที่

โดยพล.อ.รังษี ได้เปิดเผยว่า การที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ มีคำสั่งแต่งตั้ง ผอ.ททบ.5 คนใหม่ ไม่ใช่การปลด แต่เพราะ ตนเองได้ ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการทหารบก เพื่อขอพ้นหน้าที่ ด้วยเหตุผลส่วนตัว

เมื่อถามว่าเป็นเพราะเรื่องถูกห้ามเสนอข่าวสงครามรัสเซียและยูเครน ใช่หรือไม่ พล.อ.รังษี กล่าวว่า “แล้วแต่ สื่อจะวิเคราะห์” ส่วนการที่ระบุว่า จะไม่ลาออกนั้น พล.อ.รังษี ชี้แจงว่า เมื่อวานนี้ ได้ส่งหนังสือถึงผู้บัญชาการทหารบก ขอพ้นหน้าที่ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ จึงไม่กล้าพูดว่า จะลาออกหรือไม่

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. มีความสนิทสนม เป็นเพื่อนรักกันมากับ พล.อ.รังษี
ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 22 ไม่มีทางที่จะหักกัน หรือตัดกันขาด ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

และด้วยความที่ พล.อ.รังษี ถือว่าเป็นคนตรงโผงผาง กล้าคิดกล้าทำ ที่สำคัญมีวิสัยทัศน์กว้างไกลในเชิงบริหาร ต่างกับนายทหารทั่วไป เมื่อ พล.อ.รังษี ได้เข้ามาเป็น ผอ.ช่อง 5 ก็ได้สนับสนุน ผู้ประกาศข่าว Top news ที่มีจุดยืนชัดเจนในเรื่อง ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และ ต่อสู้กับกลุ่มขบวนการสามนิ้ว ที่คิดล้มล้างสถาบันฯ อย่างชัดเจน

และด้วยความกล้าหาญ กล้าลุย และเอาจริง ของ พล.อ.รังษี ทำให้หลายคนเกรงกลัว โดยเฉพาะการตีแผ่ความจริงทั้ง 2 ด้าน ในศึกของ ยูเครน และรัสเซีย ยิ่งทำให้ ช่อง5 ได้รับความนิยม และชื่นชมจากประชาชนเป็นอย่างมาก แต่
ไม่เป็นที่ถูกใจของสหรัฐอเมริกาอย่างแน่นอน

ย้อนไปเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เอกอัครราชทูตจากหลายประเทศในยุโรป และอุปทูตสหรัฐ ประจำประเทศไทย เดินทางไปยังกระทรวงการต่างประเทศ โดยได้เข้าพบนายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเพื่อทวงถามจุดยืนของไทยต่อสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน

โดย นายเดวิด ดารี่ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป (อียู) ประจำประเทศไทย กล่าวว่า เรามารวมตัวกันที่นี่ มาพร้อมกับข้อความที่ชัดเจนว่า การบุกรุกของยูเครนของรัสเซียในยูเครนละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติและสมาชิกสหประชาชาติทั้งหมด รวมถึงไทยควรพูด เพื่อรักษากฎของเราตามระเบียบสากล ลงคะแนนเสียงให้มติของสหประชาชาติ มันส่งผลกระทบต่อพวกเราทุกคน

ในวันเดียวกัน เอกอัครราชทูตในยุโรป 25 ประเทศในไทยยังได้เข้าพบ อุปทูต Pavlo Orel ของยูเครนในวันนี้ เพื่อยืนยันว่าสหภาพยุโรปยืนหยัดอย่างมั่นคงเคียงข้างประชาชนและประเทศยูเครน

นายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ขอประณามการรุกรานของรัสเซียต่อความบูรณภาพและอำนาจอธิปไตยของยูเครน สหภาพยุโรปจะ ยังคงสนับสนุนยูเครนต่อไป

โดยต่อมาทางด้าน นายเยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย แถลงที่สถานเอกอัครราชทูต เมื่อวันอังคาร มีเนื้อหาในตอนหนึ่งว่ารัสเซียมีความเข้าใจในจุดยืนของไทย ที่มีต่อสงครามซึ่งกำลังเกิดขึ้นในยูเครน รัสเซียขอขอบคุณและชื่นชมท่าทีของรัฐบาลไทย ซึ่งวางตัวเป็นกลางมาตลอด และมีความซาบซึ้งใจ ต่อมาตรการด้านความมั่นคงของทางการไทย ซึ่งให้ความคุ้มครองสถานเอกอัครราชทูตเป็นอย่างดี

นายโทมิคิน กล่าวต่อไปว่า แม้ไทยเป็นหนึ่งใน 141 ประเทศ ที่ออกเสียงสนับสนุนมติของสมัชชาสหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) เมื่อต้นเดือนนี้ เรียกร้องรัสเซียยุติปฏิบัติการทางทหารในยูเครนทันที อย่างไรก็ตาม รัสเซียคาดการณ์ว่า เป็นผลจาก “แรงกดดันของตะวันตก” และรัฐบาลมอสโกไม่ติดใจในเรื่องนี้ เกี่ยวกับระยะเวลาของการสู้รบว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด นายโทมิคิน กล่าวว่า ยากที่จะกำหนดได้ แต่กองทัพรัสเซียพร้อมปฏิบัติการจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย นั่นคือ ยูเครน “ต้องเป็นกลางทางทหาร” เท่านั้น

เมื่อพูดถึงการที่นักท่องเที่ยวรัสเซียจำนวนมากตกค้างอยู่ในไทย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของตะวันตก นายโทมิคินกล่าวขอบคุณรัฐบาลไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งอีกครั้ง ในการมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ตอนนี้ สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางการไทย เพื่อจัดการเรื่องเอกสารให้กับบรรดานักท่องเที่ยวที่ตกค้าง ให้สามารถพักอยู่ในไทยต่อได้ชั่วคราว

ซึ่งเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นกับ ช่อง5 ในขณะนี้ก็เช่นกัน โดยสายข่าวในระดับสูง ได้เปิดเผยว่า นี่คือการแทรกแซงของสหรัฐฯ โดยมีหนังสือส่งตรงมาที่กองทัพไทย โดยให้ดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากว่า ช่อง5 ถือว่าเป็นสถานีโทรทัศน์ของกองทัพ การนำเสนอข่าวให้กับรัสเซีย ต่อให้เป็นความจริงหรือไม่ ก็จะถือว่าเป็นท่าทีของกองทัพไทย เกรงจะกระทบต่อความสัมพันธ์ และด้วยความที่กองทัพไทย มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อทุกฝ่าย เพราะยืนยัน เสมอมาในเรื่องความเป็นกลาง จึงยอมทำตาม จนกลายมาเป็น คำสั่งผ่าน ผบ.ทบ.ให้มีคำสั่งให้พล.อ.รังษี พ้นหน้าที่ทันที ตามที่เจ้าตัวขอ