จับโป๊ะ “ผอ.ททบ.5” อยากเป็นกลาง ชนวนเหตุตัดสัญญาณท็อปนิวส์? ใครใคร่กลัว (ความ) เอียง

1323

จับโป๊ะ “ผอ.ททบ.5” อยากเป็นกลาง ชนวนเหตุตัดสัญญาณท็อปนิวส์? ใครใคร่กลัว (ความ) เอียง

จากกรณีที่มีรายงานข่าวแจ้งว่า รายการข่าว “เที่ยง ททบ.5” ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 (ททบ.5) ดำเนินรายการโดย น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก และ น.ส.กิตติมา ธารารัตนกุล พบว่าเมื่อเวลา 12.51 น. ขณะที่ น.ส.อัญชะลีกำลังนำเสนอข่าวเกี่ยวกับสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ปรากฏว่าถูกตัดสัญญาณเข้าโฆษณา โปรโมตรายการของทางสถานีแบบกะทันหัน ประมาณ 8 นาที ก่อนจะตัดเข้ามายังรายการปกติเวลา 12.59 น. กลายเป็นที่งุนงงแก่คนดูเป็นจำนวนมาก 

มีกระแสข่าวว่า บริษัท กาแลคซี่ มัลติมีเดีย คอร์ปอเรชั่นฯ แจ้งมาทางผู้อำนวยการฝ่ายข่าว ททบ.5 ว่า ขอถอนตัวจากการร่วมผลิตข่าวทั้งหมด โดยมีผลสิ้นเดือนนี้ (31 มี.ค.) จากที่ก่อนหน้านี้เคยเซ็นสัญญาร่วมผลิตรายการข่าวกับ ททบ.5 เป็นเวลา 7 ชั่วโมงต่อวัน โดยเบื้องต้นมีอายุสัญญา 1 ปี

ต่อมาทางด้าน นายสุวิพันธุ์ ภรณวลัย ได้ดพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า ท็อปนิวส์ ทำสัญญากับช่อง ททบ.5 ผูกกัน 1 ปี โดย ท็อปนิวส์ ได้เวลา ในช่องททบ.5 ในช่วงข่าว และรายการ ประมาณ 7 ชม.ต่อวัน

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!
เมื่อวานขณะท็อปนิวส์ #กำลังอ่านข่าวรัสเซีย_ยูเครน ที่ห้องส่งของตนเอง ที่บางนา-ตราด และเกี่ยวสัญญาณ กับ ททบ.5 จู่ๆ ท็อปนิวส์โดนททบ.5 ตัดสัญญาณ หายไป 8 นาที! คนดู ก็งง? ทำไมมีแต่โฆษณา ข่าวหายไปแบบกระทันหัน!
จนลือสะพัด! ว่า กลุ่มท็อปนิวส์ ไม่พอใจ ช่อง5 อย่างมาก! และเตรียมจะมูฟ ออกจาก ททบ.5 ในสิ้นเดือนนี้!
คงเกี่ยวกับ เรื่องการเสนอข่าวรัสเซีย-ยูเครน ที่แตกต่าง จากสื่อฯอี่น อย่างมีนัยยะ! และก่อนหน้านี้ ผู้บริหารททบ.5 ยังเตรียมจะแถลงข่าว อ้างว่าจะเป็นความร่วมมือ จากรัสเซีย จีน อิหร่าน ในการนำเสนอข่าวนี้ ที่เป็นกลาง!
และ ททบ.5 ยกเลิกการแถลงข่าว กระทันหัน จนต่อมา ทูตยูเครน เข้าพบด่วน! กับ ผอ.ททบ.ช่อง5
จนวันนี้เกิดเหตุแบบนี้
#ช่อง5เรตติ้งก็ไม่ดีอยู่แล้ว_อยู่เกือบรั้งบ๊วย “เราทำอะไร คนก็หาว่าโง่” คือประโยคบ่น! ของพลเอกประยุทธ์ สัปดาห์ที่แล้ว555
อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายเยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ที่นำคณะผู้บริหาร เข้าพบปะและสนทนา หารือในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารร่วมกันกับสำนักข่าวของรัสเซีย และ ททบ.5 ตามข้อเท็จจริงในทุกด้านที่จะเป็นประโยชน์ต่อการบริโภคข่าวสารของประชาชน โดยตรงรอบด้าน อย่างถูกต้อง แม่นยำ ทันสถานการณ์

โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีการสร้างข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ที่แพร่หลายในขณะนี้ โดยมีการนำมาเป็นสงครามข่าวปลอม จนนำไปสู่ความสับสนของประชาชน และยังมีผลกระทบต่อประชากรในโลกในวงกว้างหากไม่มีการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องอย่างจริงแท้

ทีมผู้บริหาร ททบ. พร้อมให้ความร่วมมือและความเท่าเทียมกับรัสเซีย ในการเสนอข่าวตามข้อเท็จจริง นอกเหนือจากที่ทาง ททบ.5 รับข่าวสารสถานการณ์ต่างประเทศจากสำนักข่าวต่างประเทศอย่างรอยเตอร์เพียงฝ่ายเดียว โดยให้ความเท่าเทียมกับรัสเซียด้วยเพื่อให้ประชาชนคนไทยทราบข่าวที่ถูกต้องครบทุกด้าน ทั้งมิติด้านประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งจะร่วมมือกันส่งเสริมแลกเปลี่ยน นำเสนอข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยวและการเกษตร ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างถูกต้อง

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2565 สถานีโทรทัศน์กองทัพบก หรือ ททบ.5 แจ้งสื่อมวลชนขอยกเลิกการแถลงข่าวของพลเอกรังษี ที่เดิมจะชี้แจงกรณีการลงนามความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของสำนักข่าว จาก 3 ประเทศ คือ รัสเซีย, จีน และอิหร่าน เวลา 14.00 น.

ทั้งนี้ ไม่ได้ให้เหตุผล ว่าทำไมจึงยกเลิกการแถลงข่าวดังกล่าว แต่มีรายงานข่าวว่า พล.อ.รังษีมีกำหนดที่จะไปพบหารือกับเอกอัครราชทูตยูเครน ประจำประเทศไทย

โดยมีรายงานว่า นายโอเลกซานเดอร์ ดีซัก อุปทูตสถานเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย ยืนยันมาว่ามีผู้บริหารระดับสูงจากสถานีโทรทัศน์ ททบ.5 ได้มาพบและหารือถึงการแลกเปลี่ยนข่าวสารกับสื่อมวลชนยูเครน ประเด็นที่ยูเครนถูกรุกราน

“เราตกลงที่จะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความก้าวร้าวของรัสเซีย และทางช่อง 5 จะเผยแพร่ในทันที เราหวังว่าพวกเขาจะเห็นถึงจุดยืนและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับยูเครน และทางช่อง 5 สัญญาว่าจะรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสงครามในยูเครน”

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดวันนี้ (28 มีนาคม 2565) พลเอกรังษี ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า การตัดสัญญาณรายการเที่ยง ททบ.5 กลางอากาศนั้น เนื่องจากยังคุยกันไม่ลงตัว เพราะยังมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ทั้งที่มีคำสั่งให้งดการนำเสนอข่าวไว้ก่อน โดยมองว่าตอนนี้ข่าวสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ในแง่ปฏิบัติการทางทหารไม่น่าสนใจแล้ว ไม่ได้สนใจว่าใครจะแพ้หรือชนะ แต่สนใจผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ จึงได้มีการหารือกันว่าจะนำเสนอข่าวในแง่ของผลกระทบจากสงครามเท่านั้น

เมื่อถามว่า คำสั่งให้ ททบ.5 งดการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้น เป็นคำสั่งจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมหรือไม่ พล.อ.รังษีเลี่ยงที่จะตอบคำถามนี้ ระบุว่า “เอาเป็นว่าเราได้รับทราบว่ามีข้อห่วงใยว่าเรื่องนี้มันละเอียดอ่อน จึงได้งดการนำเสนอข่าวไปก่อน คนเรานั้น คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ แล้วพอเราล้ม ก็มีคนคอยเหยียบซ้ำ เรื่องธรรมดา แต่เราต้องทำหน้าที่ของเราต่อไปให้ดีที่สุด”