แสบสันต์!!รัสเซียประกาศใครซื้อน้ำมัน ต้องเอาทองคำไปแลกรูเบิล 5,000/1 กรัม ทำราคาทองเด้ง รูเบิลแข็งโป๊ก

966

มาตรการแซงก์ชั่นรัสเซียแบบ‘สุดโหด’ที่เรียกว่านิวเคลียร๋เศรษฐกิจ หวังให้รัสเซียล่มสลาย เริ่มส่งผลสะท้อนกลับมาสร้างความเสียหายแก่ฐานะของเงินดอลลาร์ อย่างชัดเจน ล่าสุดรัสเซียประกาศชูทองคำ สั่งประเทศที่ต้องการซื้อน้ำมัน ให้เอาทองคำไปแลกกับเงินรูเบิลในอัตราส่วนลดกว่า 25% ทำให้ราคาทองคำทะยานขึ้นมาแม้ราคาต่ำกว่าตลาด แต่ประเทศยุโรปที่ยังไม่ร่วมแบนน้ำมันรัสเซียต้องพากันแลกทองคำเป็นรูเบิลกันให้ควัก นอกจากนี้ยังส่งผลให้ ค่าเงินรูเบิลแข็งค่าต่อเนื่อง

วันที่ 27 มี.ค.2565 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ธนาคารกลางรัสเซียประกาศกติกาใหม่จะกำหนดให้ผู้ซื้อก๊าซจะต้องขนส่งทองคำไปให้ธนาคารชาติรัสเซีย เพื่อขอแลกเป็นรูเบิลโดย เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารชาติรัสเซียได้ประกาศอัตราแลกทองคำ 1 กรัมแลกได้ 5,000 รูเบิล มีผลระหว่างวันที่  28 มี.ค. ถึง 30 มิ.ย.2565

เท่ากับตีราคาทองคำเพียงประมาณ 1,475 ดอลลาร์ คือกดราคาต่ำกว่าตลาดสากลประมาณ 25% ถ้าหากรัสเซียใช้กติกานี้ ในการขายก๊าซ ก็เท่ากับว่า ยุโรปต้องซื้อก๊าซแพงขึ้น 25% และราคาพื้นฐานอาจจะปรับสูงขึ้นอีกด้วยก็ได้เมื่อรวมกับค่าขนส่งในประเทศนั้นๆ

มาตรการแบบนี้เท่ากับว่ารัสเซียทำรูเบิลให้เป็น gold backed เหมือนสหรัฐทำกับดอลลาร์หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (WW2) ซึ่งจะทำให้ประเทศคู่ค้าเชื่อถือ ซึ่งการกำหนด 5,000 รูเบิลเป็นการเริ่มต้นเท่านั้น โดยกรณีการค้าเกินดุล หรือขาดดุลระหว่างกัน ก็จะต้องมีค่าใช่จ่ายขนส่งทองคำให้กัน ไปๆ มาๆ หรืออีกทางหนึ่ง คือรัสเซียอนุญาตให้ใช้เงินคริปโตในการค้าขายกับประเทศต่างๆตามที่มีกระแสข่าวออกมา แต่ยังไม่ประกาศเป็นทางการ

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

งานนี้เลยไม่รู้ว่าใครคว่ำบาตรใครกันแน่?

ทองคำโดยปกติแล้วซื้อขายกันด้วยราคาขึ้นลงซึ่งใกล้เคียงกับอัตราผลตอบแทนหรือยีลด์ (yields) ของพันธบัตรคลังสหรัฐฯ เพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อ หรือที่เรียกกันว่าทิปส์: เทรเชอรี่ อินเฟลชั่น โพรเท็คเต็ด เซ็คเคียวริตี้(TIPS:Treasury inflation-protected securities) ซึ่งเป็นเครื่องมือการลงทุนที่มุ่งทำหน้าที่สร้างหลักประกันความเสี่ยงในเวลาที่เกิดอัตราเงินเฟ้อพุ่งแรงและค่าเงินตราสหรัฐฯอ่อนยวบอย่างไม่คาดหมาย

ปรากฏว่าระหว่างช่วงเดือนที่ผ่านมา ราคาทองคำแยกขาดออกมาจากอัตราผลตอบแทนของทิปส์ (TIPS) โดยยังคงขยับสูงขึ้นแทนที่จะหล่นลง ขณะที่อัตราดอกเบี้ยซึ่งยึดโยงอยู่กับเงินเฟ้อไต่สูงเพราะเฟดจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยและมีแนวโน้มจะต้องขึ้นถึง 6 ครั้งตลอดปี ดังนั้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจึงไหลรูดลงไป

นอกจากนี้การแซงก์ชั่นเล่นงานรัสเซีย กลายเป็นบูเมอแรงวนกลับมาสร้างความเสียหายให้แก่ฐานะของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากการยึดทุนสำรองหลายแสนล้านดอลลาร์ของแบงก์ชาติแดนหมีขาว ก่อให้เกิดคำถามถึงหลักเหตุผลแห่งการดำรงคงอยู่ของระบบการเงินในปัจจุบันกับประเทศต่างๆทั่วโลกที่เคยวางใจสหรัฐนำทองไปฝาก ชักร้อนๆหนาวๆว่าวันดีคืนดี สหรัฐไม่พอใจจะถูกยึดเอาดื้อๆ

เวลาเดียวกัน รัสเซียเพิ่งประกาศเรียกร้องให้พวกประเทศ “ไม่เป็นมิตร” ทั้งหลายต้องจ่ายค่าแก๊สธรรมชาติรัสเซียที่ส่งไปให้เป็นสกุลเงินรูเบิลของแดนหมีขาว เป็นการบังคับให้พวกลูกค้าแก๊สชาวยุโรปต้องวิ่งวุ่นซื้อเงินรูเบิลในตลาดเปิด ทำให้รูเบิลพุ่งแรงแข็งขึ้นทันตา จากที่เคยอยู่จุดต่ำสุด 140 รูเบิลแลกได้ 1 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 8 มีนาคม มาอยู่ที่ 97.5- 100 รูเบิลก็แลกได้ 1 ดอลลาร์ในวันที่ 25 มีนาคมหลังคำประกาศผู้นำรัสเซีย

ด้วยการยอมรับให้ชำระเงินในสกุลรูเบิล มันก็เท่ากับรัสเซียได้โยกย้ายสกุลเงินตราของตนเองบางส่วนออกมาจากระบบการหมุนเวียน จึงเป็นการรักษาให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินรูเบิลอยู่ในระดับที่มั่นคงขึ้น และสยบแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากการที่เงินตรารัสเซียลดค่าลง

 

มาตรการแซงก์ชั่นที่มุ่งส่งผลสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจของรัสเซียอย่างแรง จนมีการขนานนามว่าเป็น มาตรการ “ระเบิดนิวเคลียร์” นี้ อาจทำให้รัสเซียเกิดการหดตัว 10% ในปีนี้ และอาจลดลงไปอีก 3-4% ในปี 2023 และ 2024 ทั้งนี้ตามการคำนวณของ คลีเมนส์ แกรฟ (Clemens Grafe) นักเศรษฐศาสตร์ค่ายโกลด์แมนแซคส์ (Goldman Sachs) แม้จะเกิดขึ้นจริง ความเสียหายระดับนี้ก็ยังยากที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองขึ้นมาได้ เพราะรัสเซียเคยชินกับการโดนคว่ำบาตรจากสหรัฐมากว่า 30 ปี จึงพึ่งตนเองจนผงาดกลายเป็นผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์และอาหารป้อนโลกอย่างทุกวันนี้

ด้วยยอดขายน้ำมันและแก๊ส รัสเซียยังคงทำได้อย่างต่อเนื่องในระดับซึ่งประมาณกันว่าอยู่ที่ 1,100 ล้านดอลลาร์ต่อวันในช่วงเวลานี้ บางทีรัสเซียจะสามารถโชว์ตัวเลขการได้เปรียบดุลบัญชีเดินสะพัดที่ 200,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ได้ด้วยซ้ำ สูงขึ้นนิดหน่อยจากยอดการได้เปรียบที่ทำได้ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2021 แบบแปลงให้เป็นอัตรารายปีแล้ว คงอยู่ที่ 165,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ต้องจับตากันต่อไปว่ารัสเซียจะเผยไม้เด็ดอะไรอีกในการตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่สหรัฐและพันธมิตรตะวันตกจัดหนักให้  แต่รัสเซียสวนกลับอย่างดุเดือดโดยฝั่งสหรัฐฯทำอะไรไม่ได้ เพราะรัสเซียเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์สำคัญอันทรงพลังคือ น้ำมัน หรือ ทองคำดำนั่นเอง!!