สหรัฐหายนะ!?กูรูมะกันชื่อดังฟันธง สงครามยูเครนเปลี่ยนโลก ขยี้รัสเซียกลับถล่มดอลลาร์ วิกฤติหนี้เมการะเบิด

1609

สงครามยูเครนกลายเป็นจุดเปลี่ยนของโลก ทั้งโครงสร้างอำนาจ การเมือง เศรษฐกิจอย่างที่เกินคาดของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐและพันธมิตรตะวันตก หรือ รัสเซียและพันธมิตรตะวันออก แม้การขับเคี่ยวยังไม่ถึงสิ้นสุด แต่ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐศาสตร์และประวัติศาสตร์ชื่อดังของอเมริกา ตอกย้ำสถานการณ์ใหม่นี้ซึ่งเขาได้เคยทำนายไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ปีกลาย จนกระทั่งปัจจุบัน ว่า อำนาจดอลลาร์กำลังล่มสลายอย่างรวดเร็ว และคนที่เจ็บหนักที่สุดกับสงครามเศรษฐกิจต่อรัสเซียคือสหรัฐอเมริกา เพราะวิกฤตหนี้สาธารณะจะไร้ทางออก และเฟดไม่สามารถอุ้มเศรษฐกิจอเมริกาได้อีกต่อไป ลุกลามทำเศรษฐกิจโลกถดถอย ประเทศที่พึ่งตนเองได้เท่านั้นจะรอด

ลุค โกรแมน ซีอีโอ FFTT, LLC เป็นผู้เชี่ยวชาญงานวิเคราะห์เชิงลึกและมุมมองทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่เกิดขึ้นในโลก เพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึก และจับตาผลกระทบกับการลงทุน 

ลุค โกรเมน อธิบายจุดจบของค่าเงินดอลลาร์และปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐและยุโรป ตลอดจนบทบาทของการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนที่ทำให้การตัดสินใจคว่ำบาตรรัสเซียของสหรับและยุโรปผิดพลาดอย่างมหันต์

มุมมองของโกรแมน เห็นจุดดำที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐถึงทางตันพาหายนะคือ ซอฟเวอเรนจ์ เด็ป ไครซิส(Sovereign Debt Crisis) หรือวิกฤตหนี้สาธารณะภาครัฐของสหรัฐอเมริกานั่นเอง

หนี้ภาครัฐเป็นวิกฤติอย่างไร..?

โกรแมนชี้ประเด็นปัญหาของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐว่าปกติแล้วรายได้ของประเทศจะมาได้รูปแบบของภาษี ซึ่งกระทรวงการคลังมีหน้าที่จัดเก็บในหลากหลายรูปแบบ เมื่อได้รายได้ ก็ต้องมีรายจ่าย ซึ่งก็จะเป็นเรื่องของการลงทุนภาครัฐ หากรายได้ของคลังมากกว่ารายจ่าย จะเรียกว่า เกินดุลงบประมาณ หากรายจ่ายของคลังมากกว่ารายได้ จะเรียกว่า ขาดดุลงบประมาณ

รัฐบาลสหรัฐกี่ชุดก็ทำเหมือนกัน เมื่อตั้งงบประมาณแบบขาดดุลมากๆ เข้า สุดท้ายเงินก็หมด รัฐก็จำเป็นจะต้องหาเงินมาเพิ่ม เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้ วิธีการที่ง่ายที่สุดคือก็ขอกู้เงิน การกู้เงินของรัฐบาล ใช้วิธีการออกพันธบัตร

รัฐบาลสหรัฐมีหนี้สินภาครัฐสูงมากถึง 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่รัฐบาลต้องใช้เงิน ก็ขอขยับเพดานหนี้เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี 1962 ถึงปัจจุบัน การขยับเพดานหนี้สหรัฐครั้งล่าสุดนับเป็นการขยับเพดานหนี้ครั้งที่ 74 ทะลุเพดานหนี้ไปแล้ว ซึ่งไม่มีวันหาเงินมาใข้หนี้ได้หมด และนี่คือจุดตายที่ปิดไม่อยู่ของสหรัฐ แม้จะพยายามโทษวิกฤตเศรษฐกิจในอเมริกาว่าเป็นเพราะปูตินแห่งรัสเซียเป็นคนผิดก็ตาม

โกรแมนยังสรุปประเด็นสำคัญคือผลกระทบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้อย่างน่าสนใจดังนี้คือ:

  1. โลกของเราไม่ได้ขาดแคลนพลังงาน  แต่เรากำลังขาดแคลนพลังงาน”ราคาถูก” ซึ่งในขณะนี้รัสเซียเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติราคาถูกนี้ให้กับยุโรปเกือบจะทั้งทวีป – 
  2. ปูตินทราบดีว่า  หากว่าตัดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของรัสเซียออกไปจากระบบเศรษฐกิจของโลกตะวันตกแล้ว   ราคาพลังงานของโลกตะวันตกจะพุ่งขึ้นจนกระทั่งเกิดสภาพเศรษฐกิจถดถอย ที่เรียกว่า รีเซสชั่น (Recession)หมายถึงเมื่อต้นทุนการผลิตแพงขึ้น  เอกชนไม่อยากลงทุนทำอะไรเพราะไม่คุ้มเศรษฐกิจจะเฉี่อยลง
  3. เศรษฐกิจถดถอยคือสิ่งที่โลกตะวันตกกลัวที่สุด  เพราะรัฐบาลสหรัฐและยุโรปหลายๆชาติเป็นหนี้ภาครัฐ (Sovereign debt) เยอะมากถึงมากที่สุด   แล้วเมื่อเกิดเศรษฐกิจถดถอย  อเมริกาก็จะทำอยู่แค่ไม่กี่อย่าง  คือ ลดรายจ่ายกองทัพ หรือไม่ก็พิมพ์ดอลล่าร์ออกมาเองเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ประการแรกคงไม่ใช่
  4. ปลายทางที่แท้จริงของปูตินอาจจะเป็น  “การโจมตีค่าเงินดอลล่าร์”  เพราะปูตินทราบดีว่าเศรษฐกิจอเมริกาและยุโรปเสพติดพลังงานราคาถูกจากรัสเซียจนขาดไม่ได้แล้ว  “ยุโรปอยู่รอดไม่ได้โดยปราศจากรัสเซีย” 

ปูตินอาจไม่ตั้งใจถล่มดอลล่าร์ตั้งแต่แรก แต่เพราะอเมริกาเล่นใหญ่เกินเบอร์มากเกินไปจนลืมตัวไปว่าเศรษฐกิจทุกอย่างโยงใยกันหมด  ตัวเองก็เลยพัง

  1. การที่ยุทธศาสตร์โจมตีค่าเงินดอลล่าร์นี้จะสำเร็จได้นั้น  ปูตินต้องมั่นใจว่าจีนจะยืนอยู่เคียงข้างเขา  และเมื่อจีนกลายเป็นเป็นลูกค้ารับซื้อพลังงานราคาถูกจากรัสเซียต่อไปแทนยุโรปแล้ว   เงินทองก็จะไหลเข้ารัสเซียตามปกติ  เศรษฐกิจรัสเซียก็จะยังทรงตัวต่อไปได้ในระหว่างสงคราม ล่าสุดยังมีอินเดียและกลุ่มประเทศอ่าวที่เคยเป็นพันธมิตรของสหรัฐ เข้ามาร่วมวงอีก
  2. จีนนั้นอยากโปรโมทเงินหยวนในเวทีโลกอยู่แล้ว  และจีนเองก็ต้องการแหล่งพลังงานเช่นกัน  ดังนั้นสถานการณ์ระหว่างรัสเซียกับจีนจึงสมประโยชน์กัน
  3. ข้อผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ของอเมริกาและยุโรปคือ  เมื่อเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนอเมริกาและอียูก็ประกาศอายัดเงินทุนสำรองของแบงก์ชาติรัสเซียทันที  ทำให้รัสเซียไม่สามารถใช้เงินดอลล่าร์และเงินยูโรของชาติตัวเองที่ฝากเก็บไว้ตามธนาคารต่างๆทั่วยุโรปได้
  4. เมื่อรัสเซียถูกอเมริกาและยุโรปอายัดเงินสำรองของตนเองซึ่งเปรียบเสมือนหลักประกันของชาติไปดื้อๆเช่นนี้   ทำให้หลายชาติเกิดความไม่มั่นใจในการถือเงินสองสกุลนี้คือดอลลาร์สหรัฐและยูโร   เพราะอาจถูกยึดไปเมื่อไรก็ได้เหมือนเราเอาเงินไปฝากแบงก์  แล้วพอวันไหนเราทะเลาะกับพรรคพวกของแบงก์  แบงก์ก็ยึดเงินฝากเราไปดื้อๆ
  5. การที่อเมริกาและยุโรปประกาศว่า “แม้เราจะแซงก์ชั่นรัสเซียในหลายเรื่อง  แต่เรายังคงขอซื้อพลังงานจากรัสเซียเช่นเดิม”  บ่งบอกให้รู้ทันทีว่า   รัสเซียเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่าโลกตะวันตกและรัสเซียก็รู้ตัวดี    

 

โกรแมนสรุปจากปรากฎการณ์ ความผิดพลาดของสหรัฐและตะวันตกว่าจะเกิดผลอย่างไรคือ

  1. อีกไม่นานความสำคัญของดอลล่าร์จะค่อยๆหายไป  และเราจะได้เห็นหยวนขึ้นมาแซงหน้า  ตามด้วยทองคำ
  2. สงครามรัสเซีย-ยูเครนนี้  คนที่เจ็บก็แน่นอนว่าเป็นรัสเซียและยูเครน  แต่คนที่เจ็บกว่าคือยุโรป  และคนที่เจ็บที่สุดคือสหรัฐอเมริกา
  3. หนี้สาธารณะหรือหนี้ภาครัฐ (Sovereign debt) จำนวนมหาศาลของอเมริกาและอียู  คือ ตัวที่ลากดึงพวกเขาไปสู่หายนะ
  4. หากสงครามนี้ไม่ยุติในเร็ววัน จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจถดถอยระดับโลก  ส่วนใครจะเจ็บมากเจ็บน้อยก็ขึ้นกับว่าชาติไหนพึ่งพาตนเองได้มากกว่ากัน