กล้าก็เข้ามา!!ปักกิ่งกรีดหน้าแหกสหรัฐ-นาโต ละเมิดกฎหมายไล่บี้ปท.อื่น ยันไม่แบนรัสเซียซ้ำเติมเศรษฐกิจโลก

1327

จีนปฏิเสธประณามความเคลื่อนไหวของรัสเซียในยูเครน และไม่เรียกว่าเป็นการรุกราน จีนยอมรับในอำนาจอธิปไตยของยูเครน แต่ความกังวลด้านความมั่นคงของรัสเซียนั้นมีความชอบธรรมและควรได้รับการตอบสนอง และตอบโต้คำขู่ของสหรัฐและนาโต้อย่างถึงพริกถึงขิง โฆษกผู้แทนทูตประจำอียูกรีดหน้าองค์กรนาโต้ตกยุค ควรส่องกระจกดูตัวเองก่อนสั่งสอนคนอื่นเพราะละเมิดกฎหมายสากลตลอดมาด้าน โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนย้ำจุดยืนว่า จีนจะไม่คว่ำบาตรรัสเซียเพราะจะทำให้เศรษฐกิจโลกแย่ลงไปอีก ล่าสุดไบเดนจะยกหูไปขู่สี จิ้นผิงด้วยตัวเอง ต้องลุ้นว่าผู้นำจีนจะสั่งสอนผู้นำสหรัฐว่าอย่างไร 

วันที่ 17มี.ค.2565 สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์และโกลบัลไทมส์รายงานว่า จีนปฏิเสธเสียงเรียกร้องจากสหรัฐและนาโต้ ที่ขออย่าสนับสนุนรัสเซียในทุกหนทาง ไม่สนคำขู่ของมหาอำนาจตะวันตก ย้อนอดีตให้ได้คิด ครั้งที่พันธมิตรทหารที่นำโดยสหรัฐฯแห่งนี้ ทิ้งระเบิดถล่มสถานทูตจีนในเบลเกรด ระหว่างปฏิบัติการโจมตียูโกสลาเวียปี 1999 ย้ำว่าคนจีนไม่ลืม

โฆษกผู้แทนทูตปักกิ่งประจำอียูกล่าว ตอบโต้ความคิดเห็นก่อนหน้านี้ของ เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต้ว่า “ประชาชนชาวจีนสามารถรู้สึกอย่างเต็มเปี่ยมถึงความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานของประเทศอื่นๆ เพราะเราไม่เคยลืมว่าใครทิ้งระเบิดใส่สถานทูตของเราในสาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย เราไม่ต้องการคำสอนด้านความชอบธรรมจากพวกผู้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ” 

ผู้แทนทูตจีนประจำอียูตราหน้านาโต้ว่าเป็น “สิ่งตกค้างจากสงครามเย็น” พร้อมแนะนำให้องค์กรแห่งนี้ส่องกระจกหันกลับมามองตนเอง ใคร่ครวญว่าตนเองส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพโลกจริงหรือไม่ ทั้งจากความพยายามขยายอิทธิพลและจากปฏิบัติการทางทหารต่างๆของพวกเขา

ก่อนหน้านี้ สโตลเทนเบิร์ก กล่าวกระทบชิ่งไปถึงจีนในวันอังคารที่ 15มี.ค.ที่ผ่านมา ก่อนการประชุมฉุกเฉินบรรดารัฐมนตรีกลาโหมของนาโต้ เขาชี้แนะว่าปักกิ่งควรเข้าร่วมกับประเทศอื่นๆทั่วโลก ประณามอย่างหนักหน่วงต่อปฏิบัติการรุกรานของรัสเซียที่มีต่อยูเครน และบอกว่าการให้การสนับสนุนมอสโกว์ไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม จะเป็นการช่วยรัสเซียเดินหน้าทำสงครามที่ก่อความสูญเสียและทำลายล้าง เขากล่าว”จีนมีภาระผูกพันในฐานะสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ต้องสนับสนุนและยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ”

ปฏิบัติการโจมตียูเครนของรัสเซีย ซึ่งเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ อ้างความชอบธรรมจากการแผ่ขยายอาณาเขตของนาโต้ มอสโกบอกว่ามันเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคงของประเทศ และจำเป็นต้องให้ยูเครนเป็นกลางและขจัดกลุ่มลัทธิทหารหัวรุนแรงที่ก่ออาชญากรรมทำลายล้างชีวิตของพลเมืองโดเนตสก์และลูฮันสก์มา 8 ปี

ปักกิ่งส่งเสียงสนับสนุนบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน แต่เห็นด้วยกับเหตุผลของรัสเซีย โดยบอกว่าการแผ่ขยายอิทธิพลในยุโรปของนาโต้ เป็นการยั่วยุท้าทายอย่างชัดเจน อีกทั้งผิดสัญญาที่ผู้นำตะวันตกให้ไว้กับผู้นำสหภาพโซเวียตในอดีต  จีนปฏิเสธกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานรัสเซียและวิพากษ์วิจารณ์ชาติต่างๆที่ดำเนินการเช่นนั้น เรียกมาตรการเหล่านั้นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายและก่อความเสียหายแก่เศรษฐกิจโลก

ย้อนดูความบ้าคลั่งของนาโต้ที่จีนไม่เคยลืม  ตอนเวลาราวๆเที่ยงคืนของวันที่ 7 พฤษภาคม 1999 เครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 ของสหรัฐฯ โจมตีสถานทูตจีนในเบลเกรดคร่าชีวิตสื่อมวลชนจีน 3 รายและมีคนอื่นๆบาดเจ็บราว 20 คน การโจมตีครั้งนี้เป็นฝีมือของซีไอเอ ซึ่งต่อมาอ้างว่าแท้จริงแล้วต้องการเล็งเป้าไปที่คลังทหารแห่งหนึ่่งที่อยู่ใกล้ๆกัน ขอแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เรื่องนี้ยังไม่ลืม

บิล คลินตัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ณ ขณะนั้น ออกมาขอโทษสำหรับเหตุโจมตี แต่เรียกมันว่าเป็นอุบัติเหตุ นาโต้เปิดฉากทิ้งระเบิดโจมตียูโกสลาเวียในปี 1999 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หลังถูกทั้งรัสเซียและจีนวีโต้คัดค้าน  นาโต้อ้างความชอบธรรมของปฏิบัติการดังกล่าวว่ามีความจำเป็นเพื่อปกป้องกบฏในโคโซโว จากการถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องจากกองกำลังยูโกสลาเวีย

ท่ามกลางข่าวสารฝ่ายตะวันตกที่ว่า กองทัพรัสเซียกำลังสูญเสียอย่างหนัก และถูกองค์กรภายใต้การกำกับของสหรัฐฯคาดโทษ ทั้งสภายุโรป สหประชาชาติ องค์การอนามัยโลก เป็นต้น ตอนนี้กำลังคืบคลานลากดึงจีนให้เป็นผู้ร้ายในสายตาชาวโลกให้ได้ ด้วยกลยุทธ์ส่งครามไฮบริด ใช้สงครามข่าวสารนำ รุกด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ สร้างข่าวเท็จ ปิดบังข้อเท็จจริงของอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง 

แม้หลายฝ่ายจะคาดเดาว่าสงครามยูเครนใกล้ยุติ แต่ดูเหมือนว่าการเจรจาหยุดยิงยังไม่มีความคืบหน้าอย่างแท้จริง มีแต่อาการคุ้มดีคุ้มร้ายของผู้นำยูเครนเดี๋ยวจะสู้เดี๋ยวจะเจรจา ฝ่ายสหรัฐและนาโต้ยังคงยุให้รบไม่หยุด คงต้องจับตาต่อไปว่า ปลายทางศึกครั้งนี้จะจบลงแบบไหน อะไรก็เกิดขึ้นได้!!