เปิดลึก “ศาล” ออกหมายจับ “โรม”! โร่ร้องแต่ไร้ผล แฉสาเหตุ พบหลักฐานความจริงฟาดหน้า ทำหัวหมอ?

1719

เปิดลึก “ศาล” ออกหมายจับ “โรม”! โร่ร้องแต่ไร้ผล แฉสาเหตุ พบหลักฐานความจริงฟาดหน้า ทำหัวหมอ?

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (17 มีนาคม 2565) นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่ตนเองถูกหมายจับ จากสน.บางขุนนนท์ โดยบอกว่า ถึงเจ้าหน้าที่ที่พยายามเอาการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลของผมมายัดคดีหมิ่นประมาท หากท่านใช้อำนาจโดยมิชอบ ผมก็ต้องขอดำเนินการทางกฎหมายด้วยเช่นกัน

ผมทราบมาว่าหลังจากที่ผมได้อภิปรายทั่วไปเรื่องการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาเป็นต้นมา ก็ได้มีความพยายามที่จะเร่งรัดกระบวนการของคดีต่างๆ ที่ยัดเยียดมาให้กับผมจากการที่ผมปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะคดีที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ฟ้องผมในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากการที่ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อต้นปี 2563 ผลที่หวังจากความพยายามเหล่านี้ ก็คงหนีไม่พ้นการให้ผมได้ถูกศาลพิพากษาไม่ว่าจะถึงที่สุดหรือไม่ และสั่งไม่ให้ประกันตัว แม้เพียง 1 วันก็พอ เพื่อให้ผมหลุดพ้นจากความเป็น ส.ส.
ล่าสุดผมทราบว่าทางตำรวจ สน.บางขุนนนท์ ถึงขั้นมีการออกหมายจับผมในคดีนี้ โดยอ้างว่าผมไม่ได้ไปเข้าพบตามหมายเรียกที่ออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งผมขอชี้แจงดังนี้
หมายเรียกแรกที่ออกมานั้น ออกเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งยังอยู่ในระหว่างสมัยประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงได้โต้แย้งไปแล้วว่าเป็นการออกหมายเรียกโดยไม่ชอบ เนื่องจากในรัฐธรรมนูญมาตรา 125 ได้ห้ามไม่ให้มีการออกหมายเรียกตัว ส.ส. ในระหว่างสมัยประชุม
ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ทาง สน.บางขุนนนท์ก็ได้ออกหมายเรียกอีกครั้งให้ไปพบในวันที่ 11 มีนาคม อย่างไรก็ตามผมติดภารกิจในฐานะ ส.ส. ในวันดังกล่าว จึงได้ทำหนังสือต่อ สน.บางขุนนนท์ เพื่อชี้แจงความไม่สะดวกและขอเลื่อนการเข้าพบออกไปเป็นวันอื่นที่ได้ระบุไว้ ทว่าทางตำรวจกลับมีคำสั่งไม่อนุญาตเลื่อนการนัดหมายดังกล่าว และอ้างเหตุนี้ในการขอศาลเพื่อออกหมายจับผม
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 กำหนดว่าหมายจับจะออกได้ก็ต่อเมื่อ (1) มีหลักฐานการกระทำความผิดอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี หรือ (2) มีหลักฐานการกระทำความผิดและมีเหตุควรเชื่อว่าจะหลบหนี (ซึ่งให้สันนิษฐานกรณีไม่มาตามหมายเรียกโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควรด้วย) กรณีของผมนั้นไม่ใช่ข้อ (1) แน่ๆ เพราะข้อหาหมิ่นประมาทมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ส่วนตามข้อ (2) นั้น เมื่อมีหมายเรียกมาผมก็ได้ยื่นหนังสือชี้แจงถึงความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ไปแล้ว พร้อมทั้งระบุวันที่สะดวกเข้าพบอย่างชัดเจนด้วย ยังไม่นับว่าในอดีตที่ผ่านมาเมื่อมีการแจ้งข้อหาแก่ผมในคดีนี้ ผมก็ได้ไปแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ อีกทั้งตลอดเวลาที่ผ่านมายังมาปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. อย่างสม่ำเสมอไม่หนีหายไปไหน จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะต้องออกหมายจับผมแต่อย่างใดเลย
ซึ่งในการนี้ทางทนายความของผมก็ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมจากศาลแล้ว แต่สุดท้ายศาลอาญาตลิ่งชันก็อนุมัติออกหมายจับผมในที่สุด แม้ว่าคดีนี้จะเป็นคดีที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และผมไม่เคยแสดงพฤติการณ์หลบหนีใดๆ เลย ดังที่ได้ชี้แจงไว้ข้างต้นแล้วก็ตาม ดังนั้นเมื่ออยากเจอกันถึงขนาดต้องทำเช่นนี้ ในวันพรุ่งนี้ (ศุกร์ที่ 18 มีนาคม 2565) ผมจะไปเข้าพบตำรวจ สน.บางขุนนนท์ ในเวลา 8.00 น.
ผมทราบดีว่าในเบื้องลึกเบื้องหลังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อยถูกกดดันจากผู้มีอำนาจให้เร่งใช้คดีดังกล่าวมาเล่นงานผม แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างให้พวกท่านกระทำการอย่างเกินเลยจากขอบเขตที่กฎหมายให้อำนาจกับพวกท่านไว้ได้ หากทางเจ้าหน้าที่ยังดึงดันที่จะใช้กระบวนการออกหมายเรียกและหมายจับแบบนี้เพื่อหาเรื่องกลั่นแกล้งผมต่อไป ผมก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการทางกฎหมายต่อเจ้าหน้าที่ที่ใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยเช่นกัน
สุดท้ายนี้ผมขอยืนยันในการทำหน้าที่ ส.ส. ในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาลต่อไป ดังเช่นการอภิปรายเรื่องมูลนิธิป่ารอยต่อฯ ของผม ที่เป็นเหตุให้ถูกยัดคดีนี้ เมื่อเวลาผ่านก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสถานที่แห่งนี้มีความสำคัญอย่างไรในฐานะแหล่งรวมศูนย์อำนาจทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการประสานรอยร้าวในพรรคพลังประชารัฐ การเหนี่ยวรั้งพรรคพรรคเล็กเอาไว้ หรือแม้กระทั่งการเคลียร์ใจระหว่างอดีตคณะรัฐประหารกันเอง ที่วันนี้คนหนึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี อีกคนเป็นรองนายกรัฐมนตรี ก็ใช้ที่แห่งนี้ในการรักษาเก้าอี้ของตัวเองต่อไปทั้งนั้น ฉะนั้นก็ขอให้พี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าการที่ผมทำหน้าที่อภิปรายในเรื่องนี้ แล้วต้องมาถูกยัดคดีแบบนี้ มันสมควรแล้วหรือไม่

โดยล่าสุดบรรยากาศที่สถานีตำรวจนครบาลบางขุนนนท์เช้านี้ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ในคดีหมิ่นประมาท หลังปราศรัยเรื่องมูลนิธิป่ารอยต่อในรัฐสภา

โดยมีมวลชนกลุ่มหนึ่งเดินทางมาให้กำลังใจและปักหลักอยู่ที่บริเวณหน้าสน.บางขุนนนท์ นอกจากนี้ยังมีบรรดาแกนนำพรรคก้าวไกล อาทิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายเพชร กรุณพล ผู้สมัครส.ส.เขตหลักสี่ และนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. นครปฐม