ความจริงทิ่มแทง!!ปูตินฟาดคืนไบเดน สหรัฐฯ-ต.ต.เป็นพวกหน้าซื่อใจคด ตราหน้ารัสเซียเลว ปิดความชั่วตัวเอง

777

หลังจากรัฐสภาของสหรัฐและปธน.โจ ไบเดน ประณามรัสเซียและปธน.ปูตินว่าเป็นอาชญากรสงคราม เท่ากับการประกาศเป็นศ้ตรูกันอย่างโจ่งแจ้ง ปธน.ปูติน ได้ออกมาตอบโต้อย่างมั่นคงว่า สหรัฐฯประณามผู้อื่นลืมมองผลงานของตนเองที่ก่อสงครามมานับครั้งไม่ถ้วน ผลาญชีวิตพลเมืองประเทศอื่นๆนับล้านๆ และ มาตรการคว่ำบาตรรอบล่าสุดที่สหรัฐฯและพันธมิตรตะวันตก บังคับใช้กับรัสเซียอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในกรณียูเครน ถือเป็นจุดจบของยุคสมัย จากนี้ไปตะวันตกจะสูญเสีย“การครอบงำระดับโลก”ทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจอย่างไม่อาจหวนคืน

เมื่อวันพุธที่ 16 มี.ค.2565 สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่า ดมิทรี เพสคอฟ(Dmitry Peskov) โฆษกของเครมลินตอบโต้คำพูดของผู้นำสหรัฐฯ ว่า “เป็นคำพูดจากปากคนระดับผู้นำที่ยอมรับไม่ได้และไม่อาจให้อภัย ซึ่งออกมาจากปากประเทศที่ก่อสงครามสังหารผู้คนไปหลายล้านคนทั่วโลก”

ในขณะเดียวกัน ปธน.วลาดิมีร์ ปูตินประมุขแห่งรัสเซียประกาศว่า“มายาคติแห่งอำนาจของตะวันตกกำลังพังทลาย โลกทั้งใบต้องชดใช้ตามราคาสำหรับความทะเยอทะยานของตะวันตก และความพยายามที่จะรักษาอำนาจที่หายไปของมันเอาไว้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม”

ประธานาธิบดีคาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนอาหารทั่วโลก เนื่องจากการคว่ำบาตรของตะวันตกต่อรัสเซีย กำลังส่งผลกระทบในทางลบต่อเศรษฐกิจโลกทั้งหมดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

เมื่อพิจารณาถึงการตัดสินใจของมหาอำนาจตะวันตกหลายประเทศในการอายัดทรัพย์สินของธนาคารกลางรัสเซีย ปูตินอ้างว่าสิ่งนี้จะเป็นการบ่อนทำลายความไว้วางใจในประเทศเหล่านั้นอย่างไม่สามารถแก้ไขได้ และทำให้ประเทศอื่นๆ คิดทบทวนให้ดี ก่อนจะจัดสรรเงินสำรองไว้ในความดูแลของประเทศเหล่านั้น ดูบทเรียนจากรัสเซียที่ถูกขโมยทรัพย์สินไปในครั้งนี้ เกือบครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินของมอสโกถูกปล้นไปซึ่งๆหน้าโดยตะวันตก

ปูตินกล่าวว่าชนชั้นสูงของตะวันตกได้เปลี่ยนประเทศของพวกเขาให้เป็น”อาณาจักรแห่งการโกหก”แต่รัสเซียจะยังคงนำเสนอความจริง และจุดยืนของตนเองต่อคนทั้งโลกไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

ประเด็นสำคัญจากสุนทรพจน์ล่าสุดปูตินพูดถึงยูเครนและตะวันตกว่า “กลุ่มชาติตะวันตกยังคงยึดมั่นอำนาจในการปกครองโลกที่กำลังพังทลาย  และนี่เป็นตัวขับเคลื่อนขั้นสุดท้ายของวิกฤตครั้งนี้”

ปธน.ปูตินได้กล่าวสุนทรพจน์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับวิกฤตยูเครนเมื่อวันพุธ ขณะพบกับผู้นำระดับภูมิภาคเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อตอบโต้คลื่นของการคว่ำบาตรต่อต้านรัสเซีย ปูตินเตรียมรับมือกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับยูเครน ทั้งอธิบายสาเหตุและเป้าหมายในการดำเนินการ

ปูตินเน้นย้ำว่า การเปิดตัว“ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” เป็นทางเลือกเดียวที่รัสเซียต้องทำเพื่อยุติการนองเลือดที่ยาวนาน8ปีในยูเครนตะวันออก

เขากล่าวว่า “พลเรือนเกือบ 14,000 คน รวมทั้งเด็กถูกสังหารในความขัดแย้ง ขณะทำสงครามกับพื้นที่แตกแยกของดอนบาส เคียฟได้เตรียมพร้อมสำหรับการรุกในวงกว้างเพื่อจับกุมพวกเขาอีกครั้ง ทางการยูเครนยังพยายามโจมตีไครเมียซึ่งแยกตัวออกจากประเทศเมื่อปี 2014 และเข้าร่วมรัสเซียผ่านการลงประชามติ

ปูตินกล่าวว่า “ด้วยการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกอื่นๆ ยูเครนตั้งใจเตรียมการใช้กำลังและการ กวาดล้างชาติพันธุ์ในดอนบาส การโจมตีครั้งใหญ่ของดอนบาสและไครเมียในเวลาต่อมาเป็นเพียงเรื่องของเวลา อย่างไรก็ตาม กองกำลังติดอาวุธของเราได้ทำลายแผนเหล่านี้ในที่สุด”

เจ้าหน้าที่ของยูเครนได้เปิดเผยเป้าหมายของพวกเขาอย่างโจ่งแจ้ง การได้รับอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง ได้แก่ ระเบิดนิวเคลียร์และวิธีการส่งมอบ ประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวว่า เมื่อพิจารณาถึงทัศนคติที่เป็นปรปักษ์อย่างยิ่งของเคียฟต่อรัสเซีย ระบบดังกล่าวถูกใช้เพื่อกำหนดเป้าหมายรัสเซียเมื่อพร้อม

ปูตินกล่าวถึงเครือข่ายไบโอแล็บของยูเครน ที่กองทัพรัสเซียยึดได้ท่ามกลางการต่อสู้  ศูนย์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศเกือบ 30 แห่งได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากวอชิงตัน ข้อกล่าวหาซึ่งเปิดเผยโดยเอกสารที่เผยแพร่โดยกองทัพรัสเซีย เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯบางคนยอมรับ บางคนปฏิเสธ

สหรัฐฯและตะวันตกได้สร้างยูเครนเป็นด่านหน้าต่อต้านรัสเซียอย่างโจ่งแจ้ง ปูตินกล่าวว่า “เราเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าระบอบการปกครองของเคียฟ ซึ่งตะวันตกสนับสนุน ได้ทำการต่อต้านรัสเซียอย่างก้าวร้าว ไม่สนใจชะตากรรมของชาวยูเครนเอง

“สื่อยุโรปและอเมริกาไม่ได้สังเกตเห็นโศกนาฏกรรมครั้งนี้ในโดเนตสค์ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เช่นเดียวกับที่พวกเขามองไปทางอื่นอย่างหน้าซื่อใจคดในช่วง8ปีที่ผ่านมา นี่เป็นเพียงความเสื่อมโทรมทางศีลธรรม และการลดทอนความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์”

ทั้งหมดคือประเด็นสำคัญในสุนทรพจน์ของปธน.ปูตินเมื่อวานนี้ 

การดิ้นครั้งสุดท้ายของมหาอำนาจเดี่ยวสหรัฐอเมริกา และพันธมิตรตะวันตกที่ครอบงำโลกมานานนับศตวรรษ ย่อมรุนแรงก่อผลสะเทือนกว้างขวางไปทั่วโลก แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ประเทศไทยและคนไทยจะต้องรอด!!