รู้ให้ลึก กลุ่มจัสมินอินเตอร์ฯ อีกด้านของเหรียญที่พึงระวัง ภาพจำของ “อินไซต์หุ้น”และ “สร้างราคา”

896

ตื่น!!! รู้จักกลุ่มจัสมินอินเตอร์ฯ อดิศัย โพธารามิก-อีกด้านของเหรียญ ซึ่งมลทินในอดีตยังคงจดจำคาใจ อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ที่นักลงทุนต้องกลายเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟ “Beware…the other sight of the moon!”

ขณะที่โลกต้องเผชิญกับภัยพิบัติจากวิกฤติไวรัสสายพันธ์ใหม่ โควิด-19 และความตึงเครียดขัดแย้งของมหาอำนาจ ทั้งด้านการค้า การลงทุน การเงินและความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่มีความเชื่อ ความคิดที่แตกต่างกัน เกิดสภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ การทำมาค้าขาย และการดำเนินชีวิตตามปกติของทุกคนทั่วโลกและสังคมไทย แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯกลับยังคงมีชีวิตชีวา มีทิศทางตรงกันข้ามสวนทางความหดหู่ หวั่นวิตกกับสภาพแวดล้อมที่ดำรงอยู่ การลงทุนในตลาดฯหุ้นยังดึงดูดใจ และกลุ่มธุรกิจจัสมินอินเตอร์ฯยังอยู่ พลันที่ศาลประกาศให้อดีตผุ้นำ ผุ้ก่อตั้งนายอดิศัย โพธารามิก เป็นบุคคลไร้ความสามารถ ภาพการเคลื่อนไหวในอดีตย้อนคืน ทั้งที่ยังคาใจกันทั้งสังคม พฤติการณ์ “สร้างราคาหุ้น” และ “อินไซด์หุ้น”เป็นที่รับรู้ บทสรุปของเหตุการณ์ยังไม่กระจ่าง บทลงโทษเบาหวิว แล้วทุกอย่างก็เหมือนละลายไปกับสายลมของการเปลี่ยนแปลง

โลกใหม่ด้วยเทคโลยีทันสมัยกำลังก้าวเข้ามา ตลาดหุ้นเป็นอีกสถานที่นักลงทุนฝักใฝ่ พลิกผันเงินในกระเป๋า ใช้เงินทำงานสู่ความมั่งคั่งยั่งยืน จะทำได้อย่างไร?ถ้าตลาดฯเต็มไปด้วยกับระเบิด ของหุ้นที่ด่างพร้อย

อดิศัย โพธารามิก อดีตคือดีลเมกเกอร์ผู้เรืองนาม ได้ชื่อว่ามีความพร้อมในยุทธจักรธุรกิจสื่อสารมากที่สุดผู้หนึ่ง เป็นนักธุรกิจการเมืองที่ฉากหน้าเงียบๆ แต่ฟาดเรียบหลายโครงการ โครงการโทรศัพท์ต่างจังหวัด 1.5 ล้านเลขหมายในสมัยที่ฟู่ฟ่าในแวดวงการเมือง ทำให้จัสมินโตแบบก้าวกระโดด กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มบิ๊กสื่อสารของไทยที่ฮือฮาน่าติดตาม
ขณะที่ทักษิณ ชินวัตร ใข้บทบาทนักธุรกิจการเมืองสร้างอณาจักรชินวัตรให้มีมูลค่านับแสนล้านบาท อดิศัย โพธารามิก ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีตำนานการสร้างดาวไม่ต่างกัน

ช่วงชีวิตคลุกคลีการเมืองก่อร่างสร้างพรรคไทยรักไทย
อดิศัยฯ จบปริญญาตรีทางวิศวกรรมไฟฟ้า จากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ปริญญาโทและเอก สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า จากสหรัฐอเมริกา ผู้ก่อตั้งบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในแวดวงการเมืองไทย เขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงทุนก่อตั้งพรรคไทยรักไทยกับนายทักษิณ ชินวัตร

ช่วงก่อตั้งพรรคไทยรักไทย- เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (17 ก.พ.2544 – 8 พ.ย. 2546 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (8 พ.ย.2546-2 ส.ค.2548) ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตรและเป็นบิดาของนายพิชญ์ โพธารามิก

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

หลังพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หนึ่งปี วันที่ 10 พ.ย.2547นายอดิศัยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริจแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ระบุทรัพย์สิน 212,515,350.08 บาท

ลีลาธุรกิจของกลุ่มจัสมินฯไม่ต่างจากเจ้าของ
ไทม์ไลน์ชีวิตของกลุ่มจัสมินฯและผู้นำ ยังอยู่ในความทรงจำไม่ได้จางหายไปแต่อย่างใด เพราะกาลเวลาได้พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นชัดเจนในเจตนา

ปี 2558-JAS ทำสังคมไทยตกตะลึง ทึ่งในชัยชนะ
-ธันวาคม การประมูล 4 จี บนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ทของกสทช. ยืดเยื้อตั้งแต่ 15-18 ธ.ค. 2558 ได้ผลสรุปคือ บริษัท แจสโมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด ซึงเป็นบริษัทในเครือจัสมินอินเตอร์ฯ เสนอราคาสูงสุด 75k,654 ล้านเป็นผู้ชนะ ถล่มรายใหญ่ทั้ง เอไอเอส และดีแทค อย่างเหนือความคาดหมาย

ปี 2559-JAS ทำสังคมไทยอึ้ง-เหวอ
-มีนาคม “แจส โมบาย” เบี้ยวไม่โผล่ไปจ่ายค่าประมูลคลื่น 4 จี งวดแรก 8 พันกว่าล้านบาท พร้อมแบงก์การันตีมาวางค้ำประกัน แถมตัวผู้บริหารหายเข้ากลีบเมฆ ส่งผลให้โดนยึดหลักทรัพย์ค้ำประกันจำนวน 644 ล้านบาทตามด้วยถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

ปี 2562- JAS ยังหวือหวา เมื่อชู Project ใหม่
-ตุลาคม, พฤศจิกายน มีการเคลื่อนไหวราคาหุ้นหวือหวาของ JAS ขึ้นลงแรงอีกครั้ง เหตุผลหนึ่งของความผันผวนคือความเชื่อมโยงการเพิ่มทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF
-ธันวาคม-ก.ล.ต. ฟันอดิศัย โพธารามิกฐานเป็นตัวการร่วมกับผู้กระทำความผิดจำนวน 4 ราย สร้างราคาหุ้น JAS ระหว่างวันที่ 13 พ.ย.58 -11 มี.ค.59

ปี 2563-สูงสุด คืนสู่สามัญ
-2 ก.ค.2563-สุดท้ายของชีวิตอดิศัย โพธารามิก ศาลสั่งเป็นบุคคลไร้ความสามารถ
หลังจากก.ล.ต.เผยแพร่ ข่าวการใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับ พิชญ์ โพธารามิกบุตรชายของอดิสัยฯ เขาได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ JAS และตำแหน่งประธานกรรมการ และกรรมการ บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ทันที โดยหนังสือที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ระบุว่าเพื่อให้เป็นไปตามหลัก ธรรมาภิบาลที่ดี จึงขอลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.2562 จากวันนั้นถึงวันนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวของ พิชญ์ โพธารามิก อีกเลย

วันนี้พิชญ์แม้ไม่ได้เป็น CEO ของ JAS และMONO ไม่ได้เข้ามาบริหารหรือมีชื่อในสองบริษัทก็ตาม แต่ถึงยังไงก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดอยู่ดี และผู้ที่สร้างอาณาจักรให้ยิ่งใหญ่มานานเกิน 15 ปี จะยอมวางมือง่ายๆ แบบนี้เชียวหรือ

พฤติกรรม“อินไซด์หุ้น” ของกลุ่มจัสมินฯ ชัดเจนมาตั้งแต่สมัยที่รุ่งเรืองสูงสุด ผ่านมาสุ่มือของทายาท ยังคงสืบทอดพฤติการณ์ไม่น่าไว้วางใจอีก ต่อจากนี้จะมั่นใจในธรรมาภิบาลการดำเนินธุรกิจของกลุ่มได้หรือไม่ อย่างไร

บทลงโทษของ ก.ล.ต. ต่อพฤติกรรมอินไซต์หุ้นและการสร้างราคาหุ้นเกินจริง  ที่ผ่านมา ไม่น่าจะเพียงพอต่อการป้องกันหรือปรามผู้บริหารบริษัทในตลาดฯ ที่คิดจะใช้ข้อมูลภายในมาสร้างประโยชน์ให้กับตนเอง รวมถึงความล่าช้าในการตรวจสอบที่ ทำให้ผู้บริหารที่กระทำผิด ได้รับประโยชน์ในช่วงเวลาก่อนผลตรวจสอบจะออกมา อีกทั้งท่าทีของนักลงทุนสถาบันที่ประกาศเจตนารมณ์ ป้องกันการทุจริต ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องล้วนมีบทบาทสำคัญยิ่ง

แต่ NewNormal ของโลกใหม่ ผู้ตรวจสอบที่แท้จริงจะไม่ได้อยู่ในมือเพียงหน่วยงานทั้งหลายอีกต่อไป นักลงทุนและสาธารณชนมีเครื่องมือตรวจสอบที่ทรงอานุภาพในสังคมดิจิทัล ที่ใครก็ไม่อาจชะล่าใจ ทำตามอำเภอใจได้ง่ายๆต่อไปอีกแล้ว !

………………………………………………