สหรัฐคลั่ง?? ไบเดนเปิดศึกจีน-รัสเซีย ฟ้องนาโต-ยุเอเชียต้านสุดซอย

644

สถานการณ์ล่าสุด ในวิกฤตยูเครน ปธน.โจ ไบเดนอาจต้องเยือนยุโรปด้วยตัวเองเพื่อกล่อมพันธมิตรให้จ้ดหนักรัสเซียและจีนไปพร้อมๆกัน นอกจากนี้ยังโร่ฟ้องนาโต้และเอเชียเรื่องจีนช่วยเหลือรัสเซียบุกยูเครน ขณะขู่จะจัดหนักจีนในการประชุมที่กรุงโรมล่าสุด ท่าทีแบบนี้เปิดเผยว่าใครกันแน่ที่ต้องการให้เกิดสงครามใหญ่ในพื้นที่เป้าหมายที่ไกลจากสหรัฐ แต่ยุคนี้ไม่เหมือนอดีตที่สหรัฐสามารถทำสงครามข่าวสารได้สะดวกโดยไม่มีใครตอบโต้  และการเปิดศึกหลายด้านเป็นการทำลายตัวเองหรือไม่ เพราะผลของการเปิดสงครามเศรษฐกิจกับรัสเซียได้ย้อนกลับเข้าตัวสหรัฐและยุโรปชัดเจนขึ้น

วันที่ 15 มี.ค.2565 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยสื่อว่า กำลังหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ปธน.โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนยุโรปในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นรัสเซีย-ยูเครนกับพันธมิตร ขณะเดียวกันทางการอเมริกายังได้แจ้งไปยังนาโต้และหลายประเทศในเอเชียในวันจันทร์ที่ 14มี.ค.ที่ผ่านมา ว่าจีนส่งสัญญาณความตั้งใจที่จะมอบความช่วยเหลือทั้งทางทหารและทางเศรษฐกิจแก่มอสโก

หนึ่งในแผนที่อยู่ระหว่างหารือ ก็คือ ไบเดน จะพบปะกับบรรดาผู้นำคนอื่นๆจากพันธมิตรนาโต้ ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ในวันที่ 23 มีนาคม จากนั้นก็จะเดินทางไปยังโปแลนด์ จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวรายหนึ่ง ซึ่งไม่ประสงค์เอ่ยนาม เนื่องจจากรายละเอียดต่างๆยังอยู่ระหว่างหาข้อสรุป

เจน ซากิ โฆษกทำเนียบขาวบอกว่าสหรัฐฯกำลังประสานงานกับพันธมิตรนาโต้และยุโรปอย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายใดๆเกี่ยวกับโปรแกรมเดินทางเยือน

นับตั้งแต่รัสเซีย เริ่มปิดฉากบุกยูเครนในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นการโจมตีรัฐหนึ่งๆของยุโรปครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ทางสหรัฐฯและเหล่าพันธมิตร ร่วมมือกันอย่างกว้างขวางในการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานมอสโกและประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ตลอดจนคณะบริหารรัฐบาลและมหาเศรษฐีรัสเซีย เพื่อทำลายเศรษฐกิจรัสเซียให้ย่อยยับ

นอกเหนือจากความเคลื่อนไหวล่าสุดของทำเนียบขาวแล้ว เจ้าหน้าที่สหรัฐฯเปิดเผยด้วยว่าอเมริกาได้แจ้งไปยังเหล่าพันธมิตรในนาโต้และหลายประเทศในเอเชียในวันจันทร์ที่14มี.ค.ที่ผ่านมาว่า จีนส่งสัญญาณมีความตั้งใจมอบความช่วยเหลือทางทหารและทางเศรษฐกิจแก่รัสเซีย ตามคำร้องขอของมอสโก เพื่อสนับสนุนสงครามของรัสเซียในยูเครน

ในความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯและจีนพบปะกันในกรุงโรม แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ประสงค์เอ่ยนาม ระบุว่าข่าวสารดังกล่าว ถูกส่งออกไปในรูปแบบของโทรเลขทางการทูตและส่งในนามส่วนตัวโดยพวกเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง และในข้อความนั้นยังคาดหมายด้วยว่า จีนจะปฎิเสธว่าไม่มีแผนดำเนินการดังกล่าว

เจค ซัลลิแวน (Jake Sulliwan)ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ พบปะกับหยาง เจี๋ยฉือ (Yang Jiechi) ผู้แทนทูตระดับสูงของจีนในกรุงโรม หลังจากเขาเตือนว่าจีนจะเจอกับผลสนองอย่างหนัก หากว่าช่วยรัสเซียหลบหลีกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐและตะวันตก ท่ามกลางรายงานข่าวจากสื่อตะวันตกที่ระบุว่ารัสเซียร้องขออาวุธยุทโธปกรณ์จากจีน เรื่องนี้รัสเซียเย้ย ว่ารัสเซียมีพร้อมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์และกำลังรบ ทำไมต้องร้องขอจากจีน และย้ำว่านี่คืออุบายสร้างข่าวบิดเบือนของสหรัฐ ส่วนโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ให้คำจำกัดความรายงานข่าวนี้ว่าเป็นการ “บิดเบือน” ครั้งแล้วครั้งเล่าของตะวันตกเพื่อปกปิดคำถามและความอื้อฉาวเกี่ยวกับศูนย์วิจัยชีวภาพของสหรัฐในยูเครน

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยอ้างคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่อเมริกันที่ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนว่า รัสเซียร้องขออุปกรณ์และการสนับสนุนทางการทหาร ตลอดจนถึงความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจจากจีน อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงว่า รัสเซียร้องขออะไรและจีนตอบกลับอย่างไร

รัสเซียเริ่มต้นปฏิบัติการพิเศษด้านการทหารต่อยูเครนในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เพื่อปลดอาวุธและทำลายกลุ่มลัทธิทหารสุดโต่งในยูเครน แต่ทางยูเครนและตะวันตกเรียกมันว่าเป็นข้ออ้างสำหรับการทำสงครามรุกราน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯเผยว่าการออกมาแฉคำร้องขอของรัสเซียและท่าทีตอบสนองของจีน เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์หนึ่งที่ดำเนินการโดยตั้งใจของสหรัฐฯ ในการทำสงครามข่าวสารด้วยการเปิดเผยข้อมูลข่าวกรองมากกว่าปกติ

ซัลลิแวน ระบุว่าวอชิงตันกำลังจับตาใกล้ชิดว่าจีนจะมอบความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและให้การสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมแก่รัสเซียมากน้อยแค่ไหน

ซัลลิแวนกล่าวว่า “เรากำลังสื่อสารทางตรงและทางลับไปยังปักกิ่ง ว่าจะมีผลสนองอย่างแน่นอน สำหรับความพยายามหลบหลีกมาตรการคว่ำบาตรขนานใหญ่และสนับสนุนรัสเซีย ทดแทนให้พวกเขา”  “เราจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เดินหน้าไปได้ และไม่ยอมให้มีการมอบสายเลี้ยงชีพแก่รัสเซีย จากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจนี้ ไม่ว่าจะมาจากประเทศไหนๆ หรือที่ไหนๆในโลก”

ขู่หนักอย่างนี้ ประเทศเล็กๆคงกลัว แต่ดูเหมือนว่าประเทศใหญ่อย่างจีนและอินเดีย ซึ่งรู้เท่าทันจุดมุ่งหมายแอบแฝงของสหรัฐว่าต้องการอะไรจึงเมินเฉย นอกจากนี้ประเทศในกลุ่มนาโต้เองและสหภาพยุโรป ก็แสดงความเห็นและท่าทีที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องการคว่ำบาตรพลังงาน  ไม่ต้องกล่าวถึงพันธมิตรโดยตรงของรัสเซียที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างไม่คว่ำบาตรรัสเซียตามคำสั่งวอชิงตัน

ปรากฎการณ์เหล่านี้สะท้อนขาลงของมหาอำนาจเดี่ยว จักรวรรดินยมอเมริกาอย่างไม่เคยมีมาก่อน  สงครามอภิมหาเศรษฐกิจเพิ่งเริ่ม ยังคงต้องจับตาผลกระทบต่อโลกและประเทศไทยต่อไปไม่อาจคลาดสายตา!!