แอมเนสตี้โผล่จุ้น! จี้ให้ “รัสเซีย-ยูเครน” ต้องคุ้มครองเชลยศึก โซเชียลซัดยับวุ่นป่วนประเทศอื่น!?

425

จากกรณีที่สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า การเจรจาระหว่างนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กับ นายดมีโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศของยูเครน ที่เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ปิดฉากลงโดยไม่มีความคืบหน้า

โดยนายคูเลบากล่าวกับผู้สื่อข่าว ภายหลังเสร็จสิ้นการเจรจาว่า เราได้พูดคุยกันถึงการหยุดยิง ซึ่งเป็นการหยุดยิงตลอด 24 ชม.ด้วย แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนั้น และดูเหมือนว่ามีผู้มีอำนาจตัดสินใจคนอื่นในเรื่องนี้อยู่ในรัสเซีย นอกจากนี้ เขายังกล่าวย้ำในคำมั่นว่า ยูเครนจะไม่ยอมแพ้ และจะไม่มีวันยอมแพ้

ทั้งนี้ดูเหมือนว่าชนวนทั้ง 2 ประเทศ อาจจะยังยืดยื้อต่อไป ส่วนทางด้านนักวิชาการไทยก็มองว่า เรื่องนี้ต้องไม่เชียร์ฝ่ายไหนฝ่ายหนึ่งอย่างสุดโต่ง ต้องมีความเป็นกลาง ไม่เช่นนั้นจะทำให้เดือดร้อนกันไปทั้งโลก

ล่าสุดแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ออกมาแถลงว่า เชลยศึกที่ถูกจับระหว่างการรุกรานของรัสเซียต่อยูเครน ต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิตามอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 3 ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทางการยูเครนได้นำตัวเชลยศึกชาวรัสเซียมาแถลงข่าว เพื่อให้อธิบายถึงบทบาทของพวกเขาในการรุกรานทางทหาร และยังมีคลิปวิดีโอในโซเชียลมีเดีย แสดงภาพขณะที่ทหารที่ถูกจับกุมได้ติดต่อกับสมาชิกครอบครัวในรัสเซีย

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

คลิปวิดีโอของทหารยูเครนที่ถูกจับก็ได้ปรากฏในโซเชียลมีเดียเช่นกัน แม้ไม่เป็นที่ชัดเจนว่า เกิดจากการสั่งการของรัฐหรือไม่ โจแอน มารีนเนอร์ ผู้อำนวยโครงการรับมือภาวะฉุกเฉิน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเผยว่า ในขณะที่ความขัดแย้งยังเกิดขึ้นต่อไป คู่ขัดแย้งทุกฝ่ายจำเป็นต้องเคารพสิทธิของเชลยศึกอย่างเต็มที่

“การปรากฏตัวต่อสาธารณะอาจทำให้เชลยศึกเกิดความเสี่ยง เมื่อพวกเขาเดินทางกลับไปยังบ้านเกิด และอาจทำให้เกิดปัญหากับครอบครัวของพวกเขา ระหว่างที่พวกเขายังคงถูกควบคุมตัวไว้

“ข้อ 13 ของอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 3 ระบุอย่างชัดเจนว่า เชลยศึกต้องได้รับการคุ้มครองในทุกขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะได้รับความคุ้มครองต่อความอยากรู้อยากเห็นของสาธารณะ เป็นหน้าที่ของฝ่ายที่ควบคุมตัวที่จะต้องประกันให้มีการเคารพอย่างเหมาะสมต่อสิทธิของเชลยศึกเหล่านี้ ตั้งแต่ช่วงที่พวกเขาถูกจับกุม”

นอกจากนี้ทำให้มีชาวโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเคลื่อนไหวของแอมเนสตี้ในเรื่องนี้ว่า แน่จริงให้ไปคำรามที่รัสเซีย ไปเรียกร้องที่นั่น องค์กรนี้ป่วนประเทศมากมาย ทั้งหนุนม็อบ 3 นิ้ว ทำให้คนไทยต้องออกมาขับไล่ และมองว่าไม่ควรที่จะออกมาเรียกร้องอะไรในช่วงที่สถานการณ์ยังคลุมเครือของทั้ง 2 ประเทศ