สหรัฐหน้าแหก!! ผู้นำซาอุฯและยูเออีเมินรับสายไบเดน แต่กลับรับสายปูตินตลอด

726

ผู้นำของซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ปฏิเสธพูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ในระหว่างที่สงครามในยูเครนกำลังดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ สำนักข่าววอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างคำสัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่ในตะวันออกกลางและสหรัฐฯ ขณะที่กลับรับสายปธน.ปูตินเกี่ยวกับปัญหาวิกฤติพลังงานโลกเรื่องเดียวกันแต่ผลการตอบรับต่างกัน  สะท้อนสัมพันธ์สหรัฐกับตะวันออกกลางง่อนแง่นเต็มแก่ 

ในวันอังคารที่ 8 มี.ค.2565  สำนักข่าววอลสตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ทำเนียบขาวพยายามจัดการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีไบเดนและผู้นำโดยพฤตินัยของซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังทำงานเพื่อสร้างการสนับสนุนระหว่างประเทศสำหรับการคว่ำบาตรรัสเซียบุกยูเครนและควบคุมราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (Mohammed bin Salman) แห่งซาอุดีอาระเบียและเช็ค โมฮัมเหม็ด บิน ซายิด อัล นาฮ์ยาน (Sheikh Mohammed bin Zayed al Nahyan) แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปฏิเสธคำขอของสหรัฐฯ ที่จะพูดคุยกับปธน.โจ ไบเดน ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ของซาอุดิอาระเบียและประเทศเอมิเรตส์ได้มีเสียงวิจารณ์มากขึ้นเกี่ยวกับการกระทำของสหรัฐ และนโยบายในอ่าวไทย

ในขณะที่ฝ่ายบริหารของไบเดนพยายามที่จะเพิ่มอุปทานน้ำมันหลังจากสั่งห้ามการนำเข้าน้ำมันของรัสเซียอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันอยู่ที่ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี

ก่อนหน้านั้นสหรัฐฯ ได้เปิดช่องทางการทูตกับเวเนซุเอลา พันธมิตรรัสเซียเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี และขณะนี้เวเนซุเอลาได้ปล่อยตัวชาวอเมริกันอย่างน้อยสองคนออกจากเรือนจำ ด้วยการแสดงความปรารถนาดีที่ชัดเจนต่อฝ่ายบริหารของไบเดน ทางการสหรัฐเปิดเผยว่ามีแนวโน้มจะซื้อน้ำมันจากเวเนซูเอล่าได้

ที่ผ่านมาปธน.โจ ไบเดนมักสื่อสารและได้พูดคุยกับกษัตริย์ซัลมาน บิดาวัย 86 ปีของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ทั้งสองกล่าวย้ำถึงความเป็นหุ้นส่วนที่ยาวนานของประเทศของตน แต่ไม่ติดต่อกับมกุฎราชกุมารโดยตรงเลยนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง  ด้านกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวว่าการประชุมระหว่างปธน.ไบเดนและเช็ค โมฮัมเหม็ดจะพยายามจัดให้ใหม่โดยไม่บอกสาเหตุว่าทำไมผู้นำยูเออีจึงไม่สะดวกรับสาย

ซาอุดิอาระเบียได้ส่งสัญญาณว่าความสัมพันธ์กับวอชิงตันภายใต้การบริหารของไบเดนไม่ราบรื่นในหลายกรณี เช่น เรื่องการคุ้มกันตามกฎหมายสำหรับเจ้าชายโมฮัมเหม็ดในสหรัฐอเมริกา ทางเจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า มกุฎราชกุมารเผชิญหลายคดีในสหรัฐฯรวมถึง  การสังหารนักข่าว Jamal Khashoggi  ในปี 2018 ซึ่งปธน.โจ ไบเดนและสื่อตะวันตกเป็นผู้โหมกระพือข่าวว่ามกุฏราชกุมารมีส่วนเกี่ยวข้องสร้างมลทินมาจนถึงปัจจุบัน

ด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี ถูกสหรัฐฯท้วงติงเรื่องสั่งซื้อเครื่องบินรบของจีนแทนเครื่องบินรบสหรัฐ ทำให้ความความสัมพันธ์ไม่ราบรื่นมาหลายเดือน

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนความสัมพันธ์สหรัฐกับพันธมิตรตะวันออกกลางไม่เหมือนเดิม เพราะยิ่งคบนานยิ่งเห็นการเอาเปรียบของสหรัฐมากขึ้น น่าสังเกตุผู้นำตะวันออกกลางไม่รับสายไบเดนแต่รับสายพูดคุยกับปธน.ปูตินอย่างใกล้ชิด

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันเมื่อวันที่ 3 มี.ค.2565 สำนักเครมลินได้เปิดเผยว่าปธน.ปูตินต่อสายตรงไปยังมกุฏราชกุมารแห่งซาอุดิอาระเบีย

ระหว่างการสนทนา ผู้นำทั้งสองประเทศยืนยันว่าสมาชิก OPEC จะปฏิบัติตามพันธกรณีอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยให้มั่นใจเสถียรภาพในตลาดน้ำมันโลก รัสเซียและซาอุดีอาระเบียจะยังคงประสานแนวทางในรูปแบบนี้ต่อไป  ด้านปธน.ปูตินเน้นย้ำว่าไม่สามารถยอมรับได้ที่สหรัฐใช้การจัดหาพลังงานของโลกมาเป็นประเด็นทางการเมืองและสรุปแนวทางของฝ่ายรัสเซียในบริบทของปฏิบัติการพิเศษทางทหารเพื่อปกป้องดอนบาส  ทั้งสองเห็นร่วมกันในการพัฒนาความร่วมมือรัสเซีย-ซาอุดีอาระเบียอย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น และรับปากจะรักษาการติดต่อในระดับต่างๆให้มากขึ้น