“อดีตบิ๊กข่าวกรอง” เผยรัสเซียพบห้องแล็บชีวภาพในยูเครน กว่า 30 แห่ง อ้างสหรัฐหนุน?

841

จากกรณีที่วันนี้ (9 มีนาคม 2565) นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความ เรื่องกรณีที่รัสเซียตรวจพบโรงงานชีวภาพในยูเครน โดยบอกว่า

ทางการรัสเซียได้ให้ข่าวว่า ตรวจพบโรงงานพัฒนาวิจัยอาวุธชีวภาพในยูเครน จำนวน 30 แห่ง ภายใต้ความร่วมมือกับอเมริกันในชื่อโครงการลดภยันตรายจากชีวภาพ ซึ่งรัสเซียกำลังให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ว่า เป็นชีวภาพชนิดใดบ้าง และกระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงด้วยว่า ทางการยูเครนได้รับคำสั่งให้ทำลายร่องรอยของการพัฒนาอาวุธชีวภาพซึ่งเป็นการละเมิดความตกลงไม่ผลิตอาวุธชีวภาพ Biological and Toxin Weapons Convention BTWC.

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลง เรียกร้องให้ทางการสหรัฐเปิดเผยถึงการตั้งห้องแล๊ปชีวภาพในยูเครน ที่จีนมีข้อมูลว่า มีมากถึง 26 แห่ง และให้เปิดเผยว่า เก็บสะสมไวรัสอะไรไว้บ้าง

ซึ่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ นางวิคตอเรีย นูแลนด์แถลงรับว่า อเมริกันมีความร่วมมือกับยูเครนที่เรียกว่า Biological Research Facilites และเกรงว่าจะตกอยู่ในความควบคุมของทหารรัสเซีย และอยู่ในระหว่างหารือกับยูเครนว่า จะสามารถป้องกันมิให้วัตถุวิจัยตกอยู่ในมือของรัสเซียได้อย่างไรบ้าง

ถ้าทุกอย่างถูกเปิดเผยออกมา และเป็นตามที่ถูกกล่าวหา ได้มีโป๊ะแตกกันบ้าง จะกลายเป็นมือถือสากปากถือศีล ไม่นานคงรู้กัน

อย่างไรก็ตาม ทางสำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ ก็ได้เผยแพร่ข่าวโดยอ้างถึงที่มา รัสเซียทูเดย์ โดยมีเนื้อหาบางส่วนที่น่าสนใจว่า จ้าว หลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่า จากข้อมูลที่ประเทศของเขามี ห้องปฏิบัติการวิจัยในยูเครนเป็นเพียง “ยอดของภูเขาน้ำแข็ง” และกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ควบคุมห้องปฏิบัติการชีวภาพ 336 แห่งใน 30 ประเทศทั่วโลก “เหล่านี้ทำภายใต้ข้ออ้างความร่วมมือลดความเสี่ยงความปลอดภัยทางชีวภาพและเสริมความเข้มแข็งแกร่งแก่สาธารณสุขโลก”

ในคำกล่าวหาซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการระบุตัวเลขอย่างชัดเจน จ้าวระบุว่า จากข้อมูลทางสหรัฐฯ เป็นคนเผยแพร่เอง พบว่าสหรัฐฯ มีห้องปฏิบัติการวิจัยในยูเครน 26 แห่ง และหลังจากกองทัพรัสเซียรุกรานยูเครน เขาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหาทางรับประกันความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการเหล่านั้น

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ ฝ่ายที่คุ้นเคยกับห้องปฏิบัติการเหล่านี้มากที่สุด ควรเผยแพร่รายละเอียดต่างๆ ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในนั้นรวมถึงมันใช้จัดเก็บไวรัสชนิดใดบ้าง และห้องปฏิบัติการเหล่านี้ทำการวิจัยอะไร” เขากล่าว

เขาอ้างว่าสหรัฐฯ ขัดขวางจนเกินงามในการจัดตั้งกลไกตรวจสอบอิสระ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ “ยิ่งซ้ำเติมความกังวลแก่ประชาคมนานาชาติ”