เดโมแครตจี้ ครอบครัวทรัมป์และเพื่อน ตอบข้อสงสัยในสภาฯ ชี้แจงเรื่องเงินกู้กว่า 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเยียวยาธุรกิจขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

720

เดโมแครตยื่นกระทู้ถาม เครือข่ายปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการได้รับสิทธิ์เงินกู้จากโครงการ PPP (Paycheck Protection Program) ของรัฐบาลกลาง จำนวนกว่า 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้กิจการร่วค้าฟาร์มผัก ซึ่งเป็นของบุตรชายประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, คุชเนอร์คอมพานี และ แพทย์ทันตกรรมผู้ตีกอล์ฟกับท่านประธานาธิบดี ต่างต้องชั้แจงการดำเนินธุรกิจและการได้รับเงินกู้ฉุกเฉินนี้ เกี่ยวกับข้อสงสัยผลประโยชน์ทับซ้อนทางธุรกิจ แก่สภาคองเกรสและสาธารณชนทั้งนี้สื่อมวลชนหลายฉบับเกาะติดประเด็นร้อนอย่างต่อเนื่อง

เงินกู้จำนวน 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นยอดเงินที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กจะสามารถขอรับเงินกู้จากรัฐเพื่อเยียวยา ผลกระทบทางการดำเนินธุรกิจเนื่องจากการระบาดโควิด-19 และในรายชื่อผู้ได้รับอนุมัติเงินกู้นั้น เป็นบุตรชาย เพื่อนและเครือญาติของปธน.ทรัมป์ ซึ่งสื่อมวลชนต่างให้ความสนใจ และเกาะติดข่าวสารอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ประกาศรายชื่อเมื่อวันจันทร์ที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา

บรษัทฯที่เกี่ยวพันกับครอบครัวของปธน.ทรัมป์และเครือข่ายเพื่อน-ญาติพี่น้อง ได้รับอนุมัติเงินกู้กว่า 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นเงินจากโครงการของรัฐบาลในการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในสถานการณ์ระบาดโควิด-19 งบประมาณทั้งสิ้น 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้ผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรสแล้ว

บริษัทฟาร์มผักไฮโดรโพนิกส์ ของ โดนัลด์ จูเนียร์ ทรัมป์ บุตรชายของปธน.ทรัมป์ได้รับอนุมัติเงินกู้จำนวน 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากวงเงินกู้ของสำนักงานกองทุนเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

ทันตแพทย์ อัลเบิร์ต ฮาซซูรี เจ้าของร้าน ‘Mar-a-Logo’ ยื่นขอเงินกู้เท่ากันกับของบริษัทฯของบุตรชายปธน.ทรัมป์

โรงพยาบาลของมาเรีย ไรอัน คนใกล้ชิดทนายประจำตัวของปธน.ทรัมป์และผู้ว่าการรูดี กิลลิอานี ยื่นขอกู้กว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้บริษัทขนาดเล็กที่เกี่ยวพันกับบุตรบุญธรรมของปธน.ทรัมป์ และที่ปรึกษาทำเนียบขาว, จาเร็ด คุชเชอร์ ไดรับอนุมัติ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

งบประมาณรวมมีมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (the $2 trillion CARES Act)
และงบฯสำหรับเยียวยากลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นส่วนหนึ่งจากกฎหมายเยียวยา-ฟื้นฟูเศรษฐกิจฉบับนี้
………………………………………..
Cr:propublica.org, cnbcnews