ป๊อดหรือเจ้าเล่ห์?นาโตเทคำขอเคียฟ เมินกำหนด’เขตห้ามบิน’ เหนือน่านฟ้ายูเครน แต่ขยายสมาชิกเพิ่ม

575

สถานการณ์ล่าสุดในสงครามขัดแย้งยูเครน สหรัฐและนาโตต่างปฏิเสธคำขอของปธน.เซเลนสกีแห่งยูเครนให้ประกาศเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าสมรภูมิ เพื่อสกัดกั้นปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย อ้างว่าไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรงของรัสเซีย จนทำให้ผู้นำยูเครนโวยว่าอ่อนแอ นอกจากนี้คำพูดกับการกระทำของสหรัฐและนาโตสวนทางมาตั้งแต่ต้น จนทั้งโลกรู้กันหมดแล้วว่า สหรัฐและนาโตคือต้นตอของปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน ภายใต้วาระซ่อนเร้นของวอชิงตัน จากสงครามในพื้นที่ ส่อมีแนวโน้มขยายสู่แนวรบในยุโรปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ด้านผู้นำยูเครนโวยวายหนัก ว่านาโตอ่อนแอไม่กล้าเผชิญหน้ารัสเซีย เหมือนไม่รู้ว่าตนเป็นแค่เครื่องมือของมหาอำนาจในเกมทำลายคู่แข่ง และจะนำพาประเทศล่มสลายในที่สุดหากยังยืนยันเดินหน้าปะทะกับรัสเซียตามแรงยุของตะวันตก

วันที่ 5 มี.ค.2565 สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การนาโต ยืนกรานปฏิเสธเสียงเรียกร้องจากยูเครน ภายหลังประชุมฉุกเฉินกับรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มนาโตที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อวันศุกร์ที่ 4 มีนาคม 2565 โดยเขากล่าวว่า หนทางเดียวในการบังคับใช้เขตห้ามบินก็คือส่งเครื่องบินขับไล่ของนาโตเข้าน่านฟ้ายูเครน แล้วบังคับใช้เขตห้ามบินนี้ด้วยการยิงเครื่องบินของรัสเซียตก ซึ่ง “หากเราทำแบบนั้น เราจะจบลงด้วยบางสิ่งบางอย่างที่ลงท้ายกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบในยุโรป มีหลายประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง และก่อความทุกข์ทรมานแก่ผู้คนมากขึ้น นี่คือเหตุผลที่เราตัดสินใจในครั้งนี้”

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน พยายามเรียกร้องหลายครั้งให้กลุ่มนาโต ซึ่งมีสหรัฐเป็นแกนนำ บังคับใช้เขตห้ามบิน เพื่อช่วยหยุดยั้งการถล่มทางอากาศของรัสเซียตามเมืองต่างๆ ของยูเครน

เซเลนสกีกล่าวถึงการประชุมครั้งนี้ “เป็นการแสดงความอ่อนแอ” ของนาโต ที่เท่ากับเป็นการ “ไฟเขียว” ให้รัสเซียเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารในยูเครนต่อไป

เลขาธิการนาโตเตือนว่า วันข้างหน้าสถานการณ์มีแนวโน้มจะเลวร้ายกว่านี้อีก เนื่องจากกองทัพรัสเซียนำอาวุธยุทโธปกรณ์หนักกว่านี้เข้ามาและเดินหน้าโจมตีทั่วยูเครนต่อไป

กลุ่มนาโตส่งกำลังทหารหลายพันนายมาเสริมในยุโรปตะวันออกที่เป็นแนวหน้าใกล้พรมแดนรัสเซีย และยังส่งอาวุธทำลายล้างมาให้ยูเครนรบกับกองทัพรัสเซีย แต่นาโตปฏิเสธที่จะส่งทหารอย่างเป็นทางการ ด้วยกังวลว่าจะเกิดความขัดแย้งโดยตรงกับรัสเซียที่อาจบานปลายเป็นสงครามนิวเคลียร์ได้

สโตลเทนเบิร์กกล่าวว่า นาโตจะทำในสิ่งที่ต้องทำเพื่อปกป้องดินแดนทุกตารางนิ้วของนาโต นาโตเป็นกลุ่มพันธมิตรเชิงป้องกัน งานหลักของเราคือทำให้สมาชิก 30 ประเทศของเราปลอดภัย

เขาย้ำว่า”นาโตไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งนี้ และเรามีความรับผิดชอบที่ต้องทำให้แน่ใจว่า ความขัดแย้งนี้จะไม่ขยายวงและลุกลามออกมานอกยูเครน”

 

การปฏิเสธไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับรัสเซียสวนทางความจริงอย่างชัดเจน พฤติกรรมของนาโตที่นำโดยสหรัฐทำตรงข้ามกับคำกล่าวอ้างทุกเรื่อง อ้างว่าไม่สงทหารเข้ามาแทรกแซง แต่ส่งหน่วยพิเศษของประเทศสมาชิกมาฝึกอาวุธในยูเครน สนับสนุนส่งกองกำลังอาสาสมัคร ซึ่งหน่วยความมั่นคงรัสเซียระบุว่าคือการส่งหน่วยก่อการร้ายปะปนเข้ามา เหมือนที่ทำในซีเรีย และประเทศต่างๆในตะวันออกกลาง 

นอกจากนี้มีการส่งเงินและอาวุธทำลายล้างต่อเนื่องให้ยูเครนมาทำลายกองทัพรัสเซีย  ล่าสุดประกาศจะรับสมาชิกนาโตเพิ่มขึ้นเพื่อปิดล้อมรัสเซียอย่างถึงที่สุด

ด้านสหรัฐอเมริกา ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมของสหรัฐ ยืนยันไม่มีแผนการประกาศเขตห้ามบินเหนือยูเครน เนื่องจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีจุดยืนชัดเจนมาตลอด ว่าไม่ประสงค์สู้รบกับรัสเซียบนแผ่นดินยูเครน

เขากล่าวย้ำว่า “หากสหรัฐเป็นผู้ประกาศเขตห้ามบิน เท่ากับว่า กองทัพสหรัฐต้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับอากาศยานทางทหารของรัสเซีย หรือพูดให้ง่ายที่สุด คือ เขตห้ามบินจะเป็นการนำสหรัฐไปเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงกับรัสเซีย ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลวอชิงตันไม่ต้องการ