ด่วน! ศาลพิพากษายืนจำคุก “วัฒนา” 50 ปี คดีโกงบ้านเอื้ออาทร!

947

“วัฒนา” ลุ้นคำวินิจฉัยศาลปมคดีทุจริบ้านเอื้ออาทร รับ เตรียมใจมา 2 ทาง หากไม่เป็นดังหวัง เตรียมถวายฎีกา ลั่น จะสู้จนหมดช่องทางสู้ หากเป็นโควิด-19 ตายก็ช่วยไม่ได้ เชื่อเป็นเรื่องการเมืองล้านเปอร์เซ็นต์

จากกรณีที่วันนี้ (4 มี.ค.65) ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยก่อนฟังพิพากษาของศาลฎีกาฯ ในชั้นอุทธรณ์ในคดีทุจริตการก่อสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทร ของการเคหะแห่งชาติ ที่เกิดขึ้นในยุครัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีว่า วันนี้ตนมายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง และมาตามหาความเป็นธรรม ซึ่งเราได้สู้คดีมาอย่างเต็มที่ ขอขอบคุณทุกกัลยาณมิตรไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองเก่าหรือพรรคการเมืองใหม่ที่ให้กำลังใจตนมาตลอด ซึ่งวันนี้ตนมาฟังคำพิพากษาเชื่อว่าจะออกมาตามครรลอง เพราะบ้านเมืองเราเสียความยุติธรรมเสียความน่าเชื่อถือไปมากแล้ว ตนเชื่อว่าทุกคนจะพยายามเอากลับมาให้อยู่ในที่ทางที่ถูกต้อง

เมื่อถามว่าหลักฐานที่ทำมามอบให้กับทางศาลฯ ในวันสรุปปิดคดี มั่นใจแค่ไหนว่าศาลจะรับฟังนั้น นายวัฒนา กล่าวว่า หลักการในการดำเนินคดีอาญาเป็นไปตามหรือพื้นฐานทั้งโลก ซึ่งคดีนี้ไม่มีอะไรถูกต้องทั้งหมด อย่างแรกที่ตนยืนยันตลอดไม่ได้พูดแบบศรีธนญชัยมีการกล่าวหาเกินไป ที่เชื่อหรือว่ามีการเรียกประชุมผู้ประกอบการหลาย 10 คน แล้วไปเรียกรับเงินเขา ซึ่งมีผู้กล่าวหาคนเดียว เมื่อข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้การจะเอาพยานหลักฐานมาพิสูจน์สิ่งเป็นเท็จก็จะต้องไปปั้นและจูงใจกันมา ซึ่งหลักฐานการจูงใจและการต่อรองพยานมีเป็นหนังสืออยู่ในสำนวนอยู่แล้ว ซึ่งตนได้ชี้ให้ศาลได้เห็นแล้ว

หากศาลยังรับฟังพยานหลักฐานแบบนี้ต่อไปตำรวจจับผู้ต้องหาไม่ต้องสอบสวนเอาไฟช๊อตหรือทุบเลย และการกล่าวหาว่าตนไปเรียกเงินเพื่อการอนุมติหน่วยก่อสร้างหรืออนุมัติให้เป็นคู่สัญญานั้นตนไม่ได้มีอำนาจ เพราะการเคหะแห่งชาติเป็นรัฐวิสาหกิจมีคณะกรรมการในการพิจารณา ซึ่งยืนยันว่ารัฐมนตรีไม่มีอำนาจนี้ โดยคดีนี้ป.ป.ช.บอกว่าคณะกรรมการไม่มีใครทำผิด แล้วตัวรัฐมนตรีจะลอยมาดื้อๆได้อย่างไร จึงยืนยันว่าคดีนี้ไม่มีความถูกต้องแต่แรกจนถึงสุดทัาย ซึ่งไม่แปลกใจที่ตนยังยืนสู้อยู่ตรงนี้ เพราะยืนยันว่าสิ่งที่กล่าวหาตนไม่เป็นความจริง

นายวัฒนา ยังยอมรับว่าได้เตรียมใจ และพร้อมสู้ต่อในฐานะตนเป็นพสกนิกร ยังมีที่พึ่งและไม่ได้แปลว่าตนถูกจำคุกแล้วจะฟ้องกลับใครไม่ได้ เพราะกฎหมายให้อำนาจและทุกคนต้องทำตามครรลอง

เมื่อถามว่าการสู้ต่อหมายถึงการถวายฏีกาใช่หรือไม่ นายวัฒนา กล่าวว่า ทุกทางที่มี หากในทางระบบปกติไม่ได้ ตนก็ต้องฟ้องตามที่ว่า ซึ่งถือเป็นหนึ่งทาง รวมถึงช่องทางตามกฎหมาย ถามย้ำว่ายังเชื่อมั่นว่าศาลจะเชื่อในคำแถลงปิดคดีใช่หรือไม่ นายวัฒนา กล่าวว่า ตนได้แถลงไปชัดแล้ว ซึ่งตนไม่ได้พูดลอยๆ และยืนยันว่านักการเมืองไม่ได้โกงทุกคน และการยืนยันพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของกระบวนการยุติธรรมว่าพึ่งพาได้หรือไม่ และย้ำว่าในคดีอาญาหากทำผิดจริงไม่จำเป็นจะต้องปั้นพยานพูดอะไรเมื่อไหร่ก็จะไปลงที่เดียวกัน และที่ตนนำหลักฐานมาให้ศาลเพราะมีอะไรที่ตอบคำถามไม่ได้ และมีความผิดปกติหลายเรื่องในคดีตน และเชื่อว่าคำพิพากษาจะถูกวิจารณ์อีกมากหากมีการเผยแพร่ออกมา

“วันนี้ตนมั่นใจ เพราะสู้มาเพื่อความถูกต้อง สู้เพื่อความยุติธรรม ซึ่งตนได้สู้มา 15 ปีแล้ว และเมื่อคืนนอนหลับดีปกติ ซึ่งตนเตรียมใจไว้ 2 ด้าน ถ้าคำพิพากษาออกมาตามครรลองก็ยอมรับ แต่หากไม่ออกมาตามครรลองก็จะสู้ต่อ และยืนยันว่าจะสู้ทุกช่องทางและสู้จนหมดช่องทางสู้ แต่หากเป็นโควิด-19 ตายก็ช่วยไม่ได้ ทั้งนี้ยอมรับว่าคดีของตนเป็นการเมือง 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นศาลฏีกาแผนกอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” นายวัฒนา กล่าว

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการนัดฟังคำแถลงปิดคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ มีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. เดินทางมาให้กำลังใจในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนสวนกุหลาบฯ และมีนายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ มาให้กำลังใจในฐานะที่เคยทำงานการเมืองรุ่นเดียวกัน

ล่าสุด เวลาประมาณ 16.50 น. องค์คณะชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์พิพากษาเเก้โทษริบทรัพย์ นายวัฒนา จำเลยที่ 1,4,5,6,7,8 เเละ10 ร่วมชดชดใช้เงิน 89 ล้าน ในส่วนอาญาอุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืนจำคุก 99 ปี คงจำคุกจริง 50 ปี

คำพิพากษาในครั้งนี้ถือเป็นที่สุด เพราะเป็นการตัดสินหลัง นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยื่นอุทธรณ์ จากการพิพากษาครั้งแรกให้จำคุก 99 ปี กรณีทุจริตเรียกรับสินบนจากบริษัท พาสทิญ่า จำกัด ผู้รับเหมาโครงการบ้านเอื้ออาทร ผ่านบริษัทและลูกจ้างบริษัท เพรซิเด้นท์เทรดดิ้ง จำกัด จำนวนเงิน 82.6 ล้านบาท มีฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ, ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น 11 กระทง กระทงละ 9 ปี แต่คงจำคุกจริง 50 ปี ส่วนพวกอีก 13 คน ถูกตัดสินจำคุกตามลำดับโทษที่แตกต่างกัน

ทั้งนี้ ทางด้านนาย ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ด่วน “วัฒนา เมืองสุข” ติดคุก 99 ปี ศาลฎีกาฟันคดีบ้านเอื้ออาทร นำตัวเข้าเรือนจำแล้ว ปิดฉากชีวิตการเมือง

ขอบคุณคลิปจาก ittipat pinrarod