“ช่อ”กระอัก! มติปปช.ฟันผิดร้ายแรงปมโพสต์มิบังควร ส่งฟ้องศาลฯ ขณะตร.ลุยคดีอาญา

686

จากที่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ได้เผยแพร่รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช. เปิดเผยถึงที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.นั้น

ทั้งนี้สำนักข่าวอิศรา เปิดเผยว่าปปช.ได้ มีมติเอกฉันท์ชี้มูล น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ “ช่อ” อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ (ปัจจุบันเป็นแกนนำคณะก้าวหน้า) ผิดจริยธรรมร้ายแรง ตามมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

“รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ที่บังคับใช้กับ ส.ส. กรณีโพสต์ภาพและข้อความจำนวนมากในเฟซบุ๊กที่ทำให้ประชาชนเข้าใจไปในทางที่อาจเชื่อมโยงกับเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างมิบังควร”

นอกจากนี้ สำนักข่าวอิศรา ยังระบุอีกว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า การโพสต์ข้อความดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่สมัย น.ส.พรรณิการ์ เป็นนิสิต ซึ่งเป็นภาพและข้อความที่ปรากฎอยู่ในเฟซบุ๊กที่มีการเผยแพร่มาตลอด กระทั่งดำรงตำแหน่งเป็น ส.ส.ก็ไม่มีการลบข้อความและภาพดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่ง ป.ป.ช.จะเป็นผู้ดำเนินการส่งฟ้องต่อศาลฎีกาต่อไป

(https://www.isranews.org/article/isranews/106948-isranews_news-404.html)

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ น.ส.พรรณิการ์ กรณีโพสต์ภาพและข้อความจำนวนมากในเฟซบุ๊กที่ทำให้ประชาชนเข้าใจไปในทางที่อาจเชื่อมโยงกับเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างมิบังควร อันเป็นพฤติการณ์หรือการกระทำที่ส่อไปในทางขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

“น.ส.พรรณิการ์ เป็น ส.ส. ได้รับโปรดเกล้าฯ และได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งในคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนก็ได้ระบุว่า จะปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการ” นายศรีสุวรรณ ระบุ

อย่างไรก็ตามทีมข่าวเดอะทรูธ ยังได้ตรวจสอบย้อนหลังถึงกรณี ช่อ พรรณิการ์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็พบถึงการสอบสวนของปปช. เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 โดยเว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานความคืบหน้าถึงดำเนินการไต่สวนกรณีกล่าวหา  โดยข้อ 3 วรรคห้า มีผลบังคับใช้กับ ส.ส. ด้วย กรณีถูกกล่าวหาว่าโพสต์ภาพและข้อความในเฟซบุ๊กที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจไปในทางเชื่อมโยงกับเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างมิบังควรหรือไม่

โดยสำนักข่าวอิศรา อ้างถึงแหล่งข่าว ระบุสาเหตุที่ทำให้ น.ส.พรรณิการ์ ถูกไต่สวนเรื่องนี้ มาจากการโพสต์ภาพในช่วงที่ใส่ชุดครุยรับปริญญาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับเพื่อน ๆ โดยมีเพื่อนรายหนึ่งชี้นิ้วไปที่พระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 9 พร้อมกับเบ้ปาก ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ โพสต์ข้อความว่า “ภาพนี้ไม่ควรมีคำบรรยาย”

“รัฐธรรมนูญระบุว่า ส.ส.จะต้องให้ความเคารพ และปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนมาตรฐานจริยธรรมฯ ระบุไว้เช่นกันว่า ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ การกระทำของ น.ส.พรรณิการ์ ที่มีการโพสต์ภาพและข้อความในลักษณะดังกล่าว อาจเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ และขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมฯ จึงอาจผิดจริยธรรมร้ายแรงได้

รัฐธรรมนูญ 2560 หมวด 2 พระมหากษัตริย์ มาตรา 6 องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้

ส่วนมาตรฐานจริยธรรมฯ หมวด 1 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์ ข้อ 5 ระบุว่า ต้องยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ข้อ 6 ระบุว่า ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน” สำนักข่าวอิศราระบุจากแหล่งข่าว

ดังนั้นเองที่ทีมข่าวเดอะทรูธ ได้เตรวจสอบถึงการดำเนินคดีอื่นๆของน.ส.พรรณิการ์ ก็พบว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2562  นายเตชะ ทับทอง จิตอาสา พร้อม น.ส.ซินเธีย เอี่ยมสะอาด แเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการ ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือ ปอท.เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ หลังปรากฏภาพรับปริญญาในเฟซบุ๊คร่วมกับพระบรมฉายาลักษณ์เมื่อปี 2553 เข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง

ขณะที่ในวันเดียวกัน พล.ต.ท.ปิยะ อุทยาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวแห่งชาติ ( ศปอส.ตร.)  กล่าวถึงกรณีน.ส.พรรณิการ์ว่า ได้สั่งการไปยัง 3 หน่วยงานให้ตรวจสอบคือ

 

“1.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ให้ตรวจสอบเฟสบุ๊ค  อินสตาแกรมของน.ส.พรรณิการ์ ว่าเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ 2.ให้กองกฎหมายและคดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบในกรณีดังกล่าวเข้าข่ายมีความผิดอาญาหรือไม่ และ3.มอบหมายให้ พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) ดำเนินการตรวจสอบในกรณีดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวกับความมั่นคงหรือไม่อย่างไร

เบื้องต้นยังตอบไม่ได้ว่าผิดหรือไม่ผิด ต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด รวมทั้งตรวจสอบเพื่อนที่อยู่ในรูปถ่ายด้วยว่ามีการกระทำความผิดหรือไม่  ถ้าผิดก็ดำเนินการไปตามกระบวนการกฎหมาย  การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ไม่เอาตัวบุคคลเป็นตัวตั้ง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทุกกรณีที่เข้าข่ายกระทำความผิด” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว